๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๔. จุททสกนิบาต] ๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา ๑๔. จุททสกนิบาต ๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา ภาษิตของพระขทิวนิยเรวตเถระ (พระขทิรวนิยเรวตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
นับแต่อาตมาออกบวชเป็นบรรพชิต ไม่เคยดำริถึงสิ่งที่ไม่ดี ประกอบด้วยโทษเลยว่า
ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จงถูกฆ่า จงประสบทุกข์ อาตมาไม่เคยดำริในระยะกาลยาวนานเช่นนี้
แต่รู้เฉพาะการเจริญเมตตาไม่มีประมาณ ซึ่งได้อบรมสั่งสมมาโดยลำดับตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว
เป็นมิตร เป็นสหายกับสัตว์ทุกจำพวก อนุเคราะห์สัตว์ทุกจำพวก ยินดีในการไม่เบียดเบียน เจริญเมตตาจิตทุกเมื่อ
และทำจิตที่ไม่ง่อนแง่น ไม่ขุ่นเคืองให้บันเทิง เจริญพรหมวิหาร ที่คนเลวส้องเสพไม่ได้
สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าทุติยฌานที่ไม่มีวิตก เป็นผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้นิ่งอย่างประเสริฐโดยแท้จริง
ภูเขาศิลาล้วนตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น เพราะสิ้นโมหะ ย่อมไม่หวั่นไหวดุจภูเขา ฉันนั้น
คนผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ใฝ่ใจแสวงหาความสะอาดอยู่เป็นนิตย์ ความชั่วเพียงเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏดังเท่าก้อนเมฆ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๔. จุททสกนิบาต] ๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา
เมืองชายแดนได้รับการคุ้มครองทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลายโปรดคุ้มครองตนให้ได้ ฉันนั้น ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมารอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง
อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันสมควร
อาตมาปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว
อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นอันเป็นที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง อาตมาก็ได้บรรลุแล้ว
หน้าที่ที่ควรทำให้ถึงพร้อมมีทานและศีลเป็นต้น ท่านทั้งหลาย โปรดทำให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด นี้เป็นคำสั่งสอนของอาตมา อาตมาหลุดพ้นจากกิเลสและภพได้ทั้งหมดแล้ว จักปรินิพพานละ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๒}