๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๙. นวกนิบาต] ๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา ๙. นวกนิบาต ๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา ภาษิตของพระวัฑฒมาตาเถรี (พระวัฑฒมาตาเถรีเมื่อจะกล่าวตักเตือนพระวัฑฒเถระ จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ลูกวัฑฒะ กิเลสดุจหมู่ไม้ในป่า ในโลก อย่าได้มีแก่พ่อไม่ว่าในกาลไหนๆ เลย ลูกเอ๋ย ลูกอย่าได้เป็นผู้มีความทุกข์ร่ำไปเลย
ลูกวัฑฒะ พระมุนีทั้งหลาย ไม่หวั่นไหว ตัดความสงสัยเสียได้ เป็นผู้เย็น ถึงความฝึกฝนแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่อย่างสบาย
ลูกวัฑฒะ พ่อพึงพอกพูนมรรค ซึ่งเป็นทางที่ท่านผู้แสวงหาคุณเหล่านั้นประพฤติกันมาแล้ว เพื่อบรรลุญาณทัสนะ เพื่อทำที่สุดทุกข์ (พระวัฑฒะเถระ กล่าวตอบด้วยภาษิตนี้ว่า)
โยมมารดาบังเกิดเกล้า โยมกล้ากล่าวคาถานี้แก่ลูก โยมมารดา ลูกเข้าใจว่า กิเลสดุจหมู่ไม้ในป่าของโยมมารดาคงไม่มีแน่ละ (พระเถรีกล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ลูกวัฑฒะ สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งเลว ประณีต และปานกลาง กิเลสดุจหมู่ไม้ในป่าในสังขารเหล่านั้นของโยมแม่ อณูหนึ่งก็ดี ขนาดอณูหนึ่งก็ดี ไม่มีเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๙. นวกนิบาต] ๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา
เมื่อโยมแม่ไม่ประมาทเพ่งอยู่ อาสวะหมดสิ้นแล้ว โยมแม่บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว (พระเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
โยมมารดาได้มอบปฏัก คือโอวาทอันโอฬารแก่เราหนอ โยมมารดาของเราได้กล่าวภาษิตที่ประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่ง เหมือนมารดาผู้อนุเคราะห์อื่นๆ
ลูกฟังคำพร่ำสอนของโยมมารดาบังเกิดเกล้านั้นแล้ว ถึงความสลดใจในธรรม เพื่อบรรลุธรรมที่ปลอดโปร่งจากโยคะกิเลส
เรานั้นถูกโยมมารดาเตือนอยู่ มีใจเด็ดเดี่ยว ด้วยการบำเพ็ญเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน ได้สัมผัสความสงบอย่างยอดเยี่ยมแล้ว นวกนิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๙}