๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๐. เอกาทสกนิบาต] ๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา ๑๐. เอกาทสกนิบาต ๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา ภาษิตของพระกีสาโคตมีเถรี (พระกีสาโคตมีเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระมุนีกล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร ไว้เฉพาะชาวโลกว่า ผู้คบกัลยาณมิตร ถึงแม้จะเป็นพาล ก็จะพึงเป็นบัณฑิตได้บ้าง
สัตบุรุษเป็นคนที่ควรคบ ผู้คบสัตบุรุษ ปัญญาย่อมเจริญได้แน่นอน ผู้คบสัตบุรุษ พึงพ้นจากทุกข์ทั้งมวลได้
และพึงรู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ ๑ เหตุให้เกิดทุกข์ ๑ ความดับทุกข์ ๑ อริยมรรคมีองค์แปด ๑ (ยักษิณีกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคเป็นสารถีผู้ทรงฝึกคนที่ควรฝึก ตรัสว่า ความเป็นหญิงเป็นทุกข์ เพราะแม้ความเป็นหญิงมีสามีร่วมกันก็เป็นทุกข์ หญิงบางพวกคลอดครั้งเดียว
อดกลั้นความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะการคลอดบุตรไม่ไหว จึงเชือดคอตนเองเสียก็มี บางพวกมีร่างกายอ่อนแอ ทนความลำบากไม่ได้ กินยาพิษเสียก็มี เด็กอยู่ในครรภ์ และมารดาผู้มีครรภ์ ย่อมประสบความย่อยยับทั้งสองคนก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๐. เอกาทสกนิบาต] ๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา (พระปฏาจาราเถรีกล่าวว่า)
เราเวลามีครรภ์แก่ใกล้คลอด เดินทางไปยังไม่ทันถึงเรือนตน ก็คลอดบุตรที่ระหว่างทาง พบสามีตาย
บุตรทั้งสองก็ตาย สามีก็ตายเสียที่ระหว่างทาง มารดาบิดา และพี่ชายของเราผู้กำพร้า ถูกเผาอยู่บนเชิงตะกอนเดียวกัน (พระกีสาโคตมีเถรีกล่าวว่า)
เจ้า เมื่อสิ้นตระกูลแล้ว ตกเป็นคนกำพร้า เสวยทุกข์หาประมาณมิได้ ก็แลน้ำตาของเจ้าไหลตลอดมาหลายพันชาติ
เราเห็นเจ้าและเนื้อบุตรของเจ้า ถูกสุนัขเป็นต้นกัดกินที่ท่ามกลางป่าช้า เราพร้อมกับสามีมีตระกูลฉิบหายแล้ว ถูกชนทั้งปวงติเตียนแล้วได้บรรลุอมตธรรม
อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงอมตธรรม เราได้เจริญแล้ว แม้นิพพานเราก็ทำให้แจ้งแล้ว เราได้พบกระจกคือธรรมแล้ว
ตัดลูกศรเสียได้ ปลงภาระได้แล้ว กระทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว กีสาโคตมีเถรีผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว ได้กล่าวเนื้อความนี้ไว้ เอกาทสกนิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๑}