๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๑. ทวาทสกนิบาต] ๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา ๑๑. ทวาทสกนิบาต ๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา ภาษิตของพระอุบลวรรณาเถรี (พระอุบลวรรณาเถรีอาศัยภาษิตที่โยมมารดาของพระคังคาตีริยเถระกล่าว จึงได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
เรา ๒ คน คือ มารดาและธิดามีสามีร่วมกัน เรานั้นได้มีความสลดใจ ขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคยมี
น่าติเตียนนัก กามทั้งหลายไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น มีหนามมาก ที่เรา ๒ คน คือ มารดาและธิดา เป็นภริยาร่วมกัน
เรานั้นเห็นโทษในกามทั้งหลาย เห็นการออกจากกามโดยความปลอดโปร่ง จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตในกรุงราชคฤห์ (พระอุบลวรรณาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราระลึกชาติก่อนได้ ทิพพจักขุ เจโตปริยญาณ และโสตธาตุ เราชำระให้หมดจดแล้ว
แม้ฤทธิ์เราทำให้แจ้งแล้ว เราบรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว ทำอภิญญา ๖ ให้แจ้งแล้ว ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
เราเนรมิตรถเทียมด้วยม้า ๔ ตัวด้วยฤทธิ์ มาถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งของโลก ทรงพระสิริ แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๑. ทวาทสกนิบาต] ๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา (มารเห็นพระเถรีนั่งอยู่ที่พักกลางวัน ได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
ท่านเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่มีดอกบานสะพรั่งถึงยอด ยืนอยู่แต่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้ และแม้เพื่อนไรๆ ของท่านก็ไม่มี ท่านไม่กลัวความสามหาวของพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ (พระอุบลวรรณาเถรีเมื่อจะคุกคามมาร จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ต่อให้นักเลงเจ้าชู้ตั้งแสนคนเช่นนี้ห้อมล้อม แม้เพียงขนของเราก็ไม่พึงหวั่นไหว ไม่สะเทือน มาร ท่านผู้เดียวจะทำอะไรเราได้
เรานั้น หายตัวก็ได้ เข้าท้องท่านก็ได้ ยืนอยู่ระหว่างคิ้วของท่านก็ได้ เรายืนอยู่ ท่านก็มองไม่เห็น
เรามีจิตเชี่ยวชาญ อบรมอิทธิบาทดีแล้ว เราทำอภิญญา ๖ ให้แจ้งแล้ว ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว เป็นเขียงรองสับขันธ์ทั้งหลาย บัดนี้ เราไม่มีความยินดีในกามที่ท่านพูดถึง
กำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ท่านถูกเรากำจัดแล้ว ทวาทสกนิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๓}