๘. ตจสารชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. ตจสารชาดก (๓๖๘) ว่าด้วยขื่อคาไม้ไผ่ (พระราชาทรงเห็นเด็กเหล่านั้นไม่กลัวทั้งยังมีใจร่าเริง จึงตรัสถามว่า)
พวกเจ้าตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู ถูกจองจำด้วยขื่อคาที่ทำด้วยลำไม้ไผ่ ยังมีหน้าผ่องใส เพราะเหตุไร พวกเจ้าจึงไม่เศร้าโศก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๒. วัณณาโรหวรรค ๙. มิตตวินทุกชาดก (๓๖๙) (พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)
ความเศร้าโศกและความพิไรรำพัน ไม่ได้ประโยชน์เลยแม้แต่น้อยนิด คนที่เศร้าโศกเป็นทุกข์ ศัตรูรู้เข้าแล้วย่อมพอใจ
ส่วนคนผู้เป็นบัณฑิตรู้หลักในการวินิจฉัยอรรถคดี ย่อมไม่สะทกสะท้านในเพราะอันตรายในกาลใดๆ เขามีใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ยังเหมือนเดิม ศัตรูเห็นเข้าแล้วย่อมเป็นทุกข์
บุคคลพึงได้ประโยชน์ในที่ใดด้วยประการใดๆ คือ ด้วยการร่ายมนต์ ด้วยการปรึกษากับบัณฑิต ด้วยคำอันเป็นสุภาษิต ด้วยการให้สินจ้างรางวัล หรือด้วยประเพณี พึงพากเพียรพยายาม ทำประโยชน์ในที่นั้นด้วยประการนั้นๆ
อนึ่ง ในกาลใดบัณฑิตรู้ว่า ประโยชน์นี้เราหรือบุคคลอื่นไม่พึงได้รับ แม้ในกาลนั้นบัณฑิตก็ไม่ควรเศร้าโศก พึงอดกลั้น ด้วยคิดเสียว่า กรรมเป็นของมั่นคง บัดนี้ เราจะทำอะไรได้ ตจสารชาดกที่ ๘ จบ ๙. มิตตวินทุกชาดก (๓๖๙) ว่าด้วยนายมิตตวินทุกะ (นายมิตตวินทุกะเห็นเทพบุตรโพธิสัตว์นั้น จึงถามว่า)
ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เหล่าเทวดา ข้าพเจ้าได้กระทำความชั่วอะไรไว้ จักรนี้จึงได้จรดที่ศีรษะแล้วพัดผันอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า @เชิงอรรถ : @ ในอรรถกถาแปลว่า ด้วยวงศ์ตระกูล (ขุ.ชา.อ. ๔/๙๘/๔๘๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๑๗}