๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก (๓๙๑) ว่าด้วยผู้เบียดเบียนนักบวช (พระราชาทรงเจรจากับวิทยาธรว่า)
ท่านผู้มีรูปงามประนมมือนมัสการสมณะรูปทรามที่อยู่ข้างหน้า สมณะนั้นประเสริฐกว่าท่านหรือเสมอท่าน ขอท่านจงบอกชื่อของตนเองและชื่อของสมณะรูปนั้น (ท้าวสักกโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า)
ข้าแต่มหาราช ทวยเทพทั้งหลายจะไม่เอ่ยชื่อ และโคตรของวิสุทธิเทพผู้ดำเนินไป แต่ข้าพระองค์จะบอกชื่อของตนแด่พระองค์ ข้าพระองค์คือท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพชั้นไตรทศ (พระราชาตรัสถามถึงประโยชน์ในการนอบน้อมภิกษุว่า)
ผู้ใดเห็นภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะแล้ว ให้ท่านอยู่ข้างหน้าประนมมือนมัสการอยู่ ข้าแต่เทวราช ข้าพระองค์ขอถามเนื้อความนั้นกับพระองค์ ผู้นั้นจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ความสุขหรือ (ท้าวสักกโพธิสัตว์ตรัสบอกว่า)
ผู้ใดเห็นภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะแล้ว ให้ท่านอยู่ข้างหน้าประนมมือนมัสการอยู่ ผู้นั้นจะได้รับการสรรเสริญในปัจจุบัน และหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสวรรค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๗. อุปสิงฆปุปผชาดก (๓๙๒) (พระราชาทำลายความยึดถือผิดของตนได้แล้วทรงดีพระทัย จึงตรัสว่า)
วันนี้ มิ่งขวัญได้เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์แล้วหนอ ที่ข้าพระองค์ได้เห็นท้าววาสวะผู้เป็นจอมเทพ ข้าแต่ท้าวสักกะ ข้าพระองค์เห็นภิกษุและพระองค์แล้ว จะทำบุญให้มากๆ (ท้าวสักกโพธิสัตว์ตรัสชมเชยบัณฑิตว่า)
ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้ ขอเดชะพระราชา พระองค์ทรงเห็นภิกษุและข้าพระองค์แล้ว ขอจงทำบุญให้มากเถิด (พระราชาตรัสว่า)
ข้าแต่พระองค์ผู้จอมเทพ เพราะได้ฟังคำอันเป็นสุภาษิตของพระองค์ ข้าพระองค์จักไม่เป็นคนมักโกรธ มีจิตผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ เป็นผู้ควรแก่การขอของแขกทุกคน จักกำจัดมานะแล้วกราบไหว้ท่านผู้ควรกราบไหว้ ปัพพชิตวิเหฐกชาดกที่ ๖ จบ