๗. อุปสิงฆปุปผชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. อุปสิงฆปุปผชาดก (๓๙๒) ว่าด้วยฤาษีลักดมดอกไม้ (เทพธิดาองค์หนึ่งสถิตอยู่ที่ค่าคบต้นไม้ ต้องการให้ฤๅษีโพธิสัตว์สลดใจ จึงกล่าวว่า)
ท่านผู้นิรทุกข์ การที่ท่าน ลักดมดอกบัวที่เขายังไม่ได้ให้ นั่นเป็นองค์แห่งการขโมยอย่างหนึ่ง ท่านชื่อว่าเป็นผู้ขโมยกลิ่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๗. อุปสิงฆปุปผชาดก (๓๙๒) (ฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ดอกบัวอาตมาก็ไม่ได้ลักและไม่ได้หัก ดมอยู่ห่างๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยกลิ่น (ฤๅษีโพธิสัตว์เห็นบุรุษขุดเหง้าบัวเก็บดอกบัว จึงกล่าวกับเทพธิดานั้นว่า)
ชายใดขุดเอาเหง้าบัว หักเอาดอกบัวขาวไป ชายนั้นหยาบช้าอย่างนี้ ทำไมไม่ถูกกล่าวหา (เทพธิดาบอกสาเหตุที่ไม่ว่ากล่าวบุรุษนั้นว่า)
คนที่ทำงานหยาบช้ามากเป็นคนแปดเปื้อน เหมือนผ้านุ่งของหญิงเลี้ยงเด็ก สำหรับชายคนนั้นเราไม่ว่าอะไร แต่ท่านเราสมควรจะว่ากล่าว
บุคคลผู้บริสุทธิ์แสวงหาแต่กรรมอันสะอาดอยู่เสมอ ความชั่วเท่าปลายขนทรายย่อมปรากฏเหมือนเท่าหมอกเมฆ (ฤๅษีโพธิสัตว์ซึ่งเทพธิดานั้นให้สลดใจกล่าวว่า)
นี่เทพผู้ควรบูชา ท่านรู้จักอาตมาดี ซ้ำยังได้อนุเคราะห์อาตมาด้วย ขอท่านโปรดเตือนซ้ำอีก เมื่อเห็นความบกพร่องเช่นนี้ (เทพธิดากล่าวว่า)
ข้าพเจ้าไม่ได้อาศัยท่านเลี้ยงชีพ และไม่ได้เป็นลูกจ้างของท่าน ท่านผู้เห็นภัย ท่านเองนั่นแหละ ควรจะรู้จักกรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ อุปสิงฆปุปผชาดกที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ ดมอยู่ห่างๆ หมายถึงยืนดมอยู่ในที่ไกล (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๑๖/๑๐๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๕๐}