๘. จักกวากชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. จักกวากชาดก ว่าด้วยความเป็นอยู่ของนกจักรพราก
๘ จกฺกวากชาตกํ
ข้าพเจ้าขอถามนกทั้งหลาย ผู้มีสีดังคลุมด้วยผ้าย้อมน้ำฝาด มีใจเพลิด เพลินเที่ยวอยู่ นกทั้งหลายย่อมสรรเสริญชาติของนกอะไรในหมู่มนุษย์ ทั้งหลาย ขอเชิญท่านทั้งสองบอกนกนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด?
กาสายวตฺเถ สกุเณ วทามิ ทุเว ทุเว นนฺทมเน จรนฺเต กํ อณฺฑชํ อณฺฑชมานุเสสุ ชาตึ ปสํสนฺติ ตทิงฺฆ พฺรูถ ฯ
ดูกรท่านผู้เบียดเบียนมนุษย์ ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย นกทั้งหลายย่อมกล่าว ถึงข้าพเจ้าผู้มีชื่อว่านกจักรพราก ติดต่อกันมาว่า ในบรรดานกทั้งหลาย เขายกย่องกันว่า เราเป็นนกที่มีความงดงาม (เราเป็นนกมีรูปร่างงดงาม เที่ยวอยู่ที่สระ) เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร.
อเมฺห มนุสฺเสสุ มนุสฺสหึส อนุพฺพเต จกฺกวาเก วทนฺติ กลฺยาณภาวเมฺห ทิเชสุ สมฺมตา (อภีตรูปา วิจราม อณฺณเว) น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ ฯ
ดูกรนกจักรพราก ท่านทั้งหลายกินผลไม้อะไรที่สระนี้ หรือว่าท่านกินเนื้อ ที่ไหน หรือว่าท่านกินโภชนาหารอะไร กำลังและวรรณะของท่านจึงไม่ เสื่อมทรามผิดรูปไป?
กึ อณฺณเว กานิ ผลานิ ภุญฺเช มํสํ กุโต ขาทถ จกฺกวากา กึ โภชนํ ภุญฺชถ โว อโนมา พลญฺจ วณฺโณ จ อนปฺปรูโป ฯ
ดูกรกา ที่สระนี้จะมีผลไม้ก็หาไม่ เนื้อที่นกจักรพรากจะกิน ก็มิได้มีที่ ไหน เราจะกินแต่สาหร่ายกับน้ำ (เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร) เราเป็นนกมีรูปร่างงดงามเที่ยวอยู่ที่สระนี้.
น อณฺณเว สนฺติ ผลานิ ธงฺก มํสํ กุโต ขาทิตุํ จกฺกวาเก เสวาลภกฺขมฺห อปาณโภชนา (น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ) อภีตรูปา วิจราม อณฺณเว ฯ
ดูกรนกจักรพราก อาหารที่ท่านกินนี้เราไม่ชอบใจ อาหารที่ท่านกินใน ภพนี้อย่างไร ท่านก็คล้ายกันกับอาหารนั้น ครั้งก่อนเราเคยเป็นอย่างนี้มา แล้ว แต่บัดนี้เรากลายเป็นอย่างอื่นไป ด้วยเหตุนี้แหละ เราจึงเกิด ความสงสัยในสีกายของท่าน.
น เม อิทํ รุจฺจติ จกฺกวาเก อสฺมึ ภเว โภชนสนฺนิกาโส อโหสิ ปุพฺเพ ตโต เม อญฺญถา อิจฺเจว เม วิมติ เอตฺถ ชาตา ฯ
แม้เราได้กินเนื้อ ผลไม้ และข้าวคลุกด้วยเกลือเจือด้วยน้ำมัน เรา ได้กินอาหารมีรสที่เขากินกันในหมู่มนุษย์ จึงได้กล้าหาญเข้าต่อสู่สงคราม ได้ ดูกรนกจักรพราก แต่สีสันวรรณะของเราหาได้เหมือนของท่านไม่.
อหมฺปิ มํสานิ ผลานิ ภุญฺเช อนฺนานิ จ โลณิกเตลิกานิ รสํ มนุสฺเสสุ ลภามิ โภตฺตุํ สูโรว สงฺคามมุขํ วิเชตฺวา น จ เม ตาทิโส วณฺโณ จกฺกวาก ยถา ตว ฯ
ดูกรกา ท่านเป็นผู้กินอาหารไม่บริสุทธิ์ มักจะโฉบลงในขณะที่เขา พลั้งเผลอ จะได้กินข้าวน้ำก็โดยยาก ผลไม้ทั้งหลายท่านก็ไม่ชอบใจกิน หรือเนื้อในกลางป่าช้าท่านก็ไม่ชอบใจกิน.
อสุทฺธภกฺโขสิ ขณานุปาตี กิจฺเฉน เต ลพฺภติ อนฺนปานํ น ตุสฺสสิ รุกฺขผเลหิ ธงฺก มํสานิ วา ยานิ สุสานมชฺเฌ ฯ
ดูกรกา ผู้ใดอาศัยบริโภคโภคสมบัติด้วยกรรมอันสาหัส มักจะโฉบ ลงในขณะที่เขาพลั้งเผลอ ภายหลังสภาวธรรมก็ย่อมติเตียนผู้นั้น ผู้นั้น ถูกสภาวธรรมติเตียนแล้ว ก็ย่อมละทิ้งสีและกำลังเสีย.
โย สาหเสน อธิคมฺม โภเค ปริภุญฺชติ ธงฺก ขณานุปาตี ตโต อุปกฺโกสติ นํ สภาโว อุปกฺกุฏฺโฐ วณฺณพลํ ชหาติ ฯ
ถ้าผู้ใดได้บริโภคอาหารแม้สักนิดหน่อย ซึ่งเป็นของเย็นไม่เบียดเบียน ผู้อื่นด้วยกรรมอันผลุนผลัน กำลังกายและวรรณะก็ย่อมมีแก่ผู้นั้น วรรณะทั้งปวงจะได้มีแก่ผู้นั้นด้วยอาหารมีประการต่างๆ เท่านั้นก็หาไม่. จบ จักกวากชาดกที่ ๘.
อปฺปมฺปิ เจ นิพฺพุตึ ภุญฺชติ ยทิ อสาหเสน อปรูปฆาตี พลญฺจ วณฺโณ จ ตทสฺส โหติ น หิ สพฺโพ อาหารมเยน วณฺโณติ ฯ จกฺกวากชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------