๑. จตุทวารชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑. จตุทวารชาดก (๔๓๙) ๑๐. ทสกนิบาต ๑. จตุทวารชาดก (๔๓๙) ว่าด้วยเมืองมี ๔ ประตู (นายมิตตวินทกะถามรุกขเทวดาโพธิสัตว์ว่า)
เมืองนี้มี ๔ ประตู มีกำแพงเหล็กมั่นคง ข้าพเจ้าได้ทำกรรมชั่วอะไร จึงถูกกักขังไว้
ประตูทุกบานได้ถูกปิดไว้ ข้าพเจ้าถูกขังเหมือนกับนก เทพผู้ควรบูชา เหตุอะไรหนอ ข้าพเจ้าจึงถูกจักรบดขยี้ (รุกขเทวดาตอบว่า)
นี่สหาย ท่านได้ทรัพย์ถึง ๑๒๐,๐๐๐ แล้ว ก็ไม่กระทำตามคำของพวกญาติผู้อนุเคราะห์
ท่านได้แล่นเรือออกไปสู่สมุทรสาคร ซึ่งทำให้เรือโลดเต้นได้ อันมีความสำเร็จน้อย ท่านเมื่อมีความปรารถนามากเกินไป ได้ครอบครองนารี ๔ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๔ ได้ครอบครองนารี ๘ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๘
ได้ครอบครองนารี ๑๖ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๑๖ ได้ครอบครองนารี ๓๒ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๓๒ จึงได้ประสบจักร จักรจึงพัดผันอยู่ที่ศีรษะของท่าน ผู้ถูกความปรารถนามากเกินไปขจัดแล้ว
อันความอยากที่แผ่ซ่านไป กว้างขวางยิ่งนัก ให้เต็มได้ยาก คนเหล่าใดย่อมกำหนัดตามความอยากนั้น คนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทูนจักรไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๒. กัณหชาดก (๔๔๐)
คนเหล่าใดละทิ้งทรัพย์เป็นจำนวนมาก ไม่พิจารณาหนทางที่ยังมิได้ใคร่ครวญ คนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทูนจักรไว้
บัณฑิตพึงพิจารณาการงานและโภคะอันไพบูลย์ เมื่ออยากได้ก็อย่าพึงส้องเสพสิ่งที่ประกอบด้วยความฉิบหาย พึงทำตามคำบอกกล่าวของผู้อนุเคราะห์ทั้งหลาย บุคคลเช่นนั้นจักรก็จะไม่พึงกล้ำกราย (นายมิตตวินทกะถามว่า)
เทพผู้ควรบูชา จักรบนศีรษะของข้าพเจ้า จะอยู่นานสักเท่าไรเล่าหนอ กี่พันปี ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกเรื่องนั้นแก่ข้าพเจ้า (รุกขเทวดาตอบว่า)
มิตตวินทกะ ท่านจงฟังข้าพเจ้า เจ้าต้องระลึกถึงให้มาก ตระหนักไว้โดยยิ่ง จักรยังคงพัดผันอยู่บนศีรษะของเจ้า เมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่ ก็จะไม่พ้นมันหรอก จตุทวารชาดกที่ ๑ จบ