๒. กัณหชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. กัณหชาดก (๔๔๐) ว่าด้วยกัณหฤาษี (ท้าวสักกะตรัสกับฤๅษีกัณหะว่า)
ชายคนนี้ผิวดำหนอ บริโภคอาหารสีดำ อยู่ในภูมิประเทศสีดำ เราไม่ชอบใจเลย (ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
ท้าวสุชัมบดีสักกเทวราช เพราะผิวไม่นับว่าเป็นคนดำ เพราะพราหมณ์มีความดีเป็นแก่นในภายใน ผู้ที่มีกรรมชั่วนั่นแหละ นับว่าเป็นคนดำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๒. กัณหชาดก (๔๔๐) (ท้าวสักกะตรัสว่า)
ท่านพราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา (ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา อาตมาหวังเฉพาะความประพฤติของตน คือ อย่ามีความโกรธ อย่ามีโทสะ อย่ามีความโลภ และอย่ามีความเสน่หา ขอพระองค์ทรงประทานพรทั้ง ๔ ประการเหล่านี้แก่อาตมาเถิด (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พราหมณ์ ท่านเห็นโทษอะไรในความโกรธ ในโทสะ ในความโลภ หรือในความเสน่หา ข้าพเจ้าถามแล้วขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้า (ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
ความโกรธนั้นเกิดจากความไม่อดทน ถึงจะน้อย ก็จะมากได้ ต่อไปก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น เป็นความขัดข้องใจ มีความคับแค้นใจเป็นอันมาก เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความโกรธ
คนถูกโทสะครอบงำมีวาจาหยาบคาย ต่อไปก็ประหมัดตบตีกัน ใช้ท่อนไม้ประหารกัน ที่สุดก็จะใช้ศัสตราประหัตประหารกัน โทสะมีความโกรธเป็นสมุฏฐาน เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบโทสะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๒. กัณหชาดก (๔๔๐)
การปล้นฆ่าชาวบ้าน การจี้ข่มขู่เอาทรัพย์ การคดโกง และการหลอกลวงย่อมปรากฏมีอยู่ในบุคคลผู้มีความโลภ เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความโลภ
ความผูกพันที่ถูกความเสน่หาร้อยรัดไว้อันเกิดแต่ใจ นอนเนื่องอยู่เป็นอันมาก ย่อมทำให้เดือดร้อนมากมาย เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความเสน่หา (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา (ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา อาตมาเมื่ออยู่ในป่า ก็อยู่เพียงผู้เดียวเป็นนิตย์ อาพาธทั้งหลายที่ร้ายกาจซึ่งกระทำอันตรายได้ขออย่าได้เกิดขึ้นเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา (ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา ใจก็ตาม กายก็ตาม ขออย่าได้เข้าไปกระทบกระทั่งใครๆ ในกาลไหนๆ เพราะการกระทำของอาตมาเลย อาตมาปรารถนาพรดังนี้ กัณหชาดกที่ ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๔}