๗. ทสรถชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ทสรถชาดก ว่าด้วยผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว
๗ ทสรถชาตกํ
มานี่แน่ะ เจ้าลักษณ์และนางสีดาทั้งสองจงมาลงน้ำ พระภรตนี้กล่าว อย่างนี้ว่า พระเจ้าทสรถสวรรคตเสียแล้ว.
เอถ ลกฺขณสีตา จ อุโภ โอตรโถทกํ เอวายํ ภรโต อาห ราชา ทสรโถ มโต ฯ
พี่ราม ด้วยอานุภาพอะไรเจ้าพี่ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ควรเศร้าโศก ความ ทุกข์มิได้ครอบงำพี่เพราะได้ทรงสดับว่า พระราชบิดาสวรรคตเล่า?
เกน ราม ปภาเวน โสจิตพฺพํ น โสจสิ ปิตรํ กาลกตํ สุตฺวา น ตํ ปสหเต ทุขํ ฯ
คนเราไม่สามารถจะรักษาชีวิต ที่คนเป็นอันมากพร่ำเพ้อถึง นักปราชญ์ ผู้รู้แจ้งจะทำตนให้เดือดร้อนเพื่ออะไรกัน?
ยํ น สกฺกา นํ ปาเลตุํ โปเสน ลปตํ พหุํ ส กิสฺส วิญฺญู เมธาวี อตฺตานมุปตาปเย ฯ
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาลทั้งบัณฑิต ทั้งคนมั่งมีทั้งคนยากจน ล้วนบ่าย หน้าไปหามฤตยูทั้งนั้น.
ทหรา จ หิ เย วุฑฺฒา เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา อทฺธา เจว ทลิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุปรายนา ฯ
ผลไม้ที่สุกแล้ว ก็พลันแต่จะหล่นลงเป็นแน่ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายเกิดมา แล้ว ก็พลันแต่จะตายเป็นแน่ ฉันนั้น.
ผลานมิว ปกฺกานํ นิจฺจํ ปตนโต ภยํ เอวํ ชาตาน มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยํ ฯ
เวลาเช้าเห็นกันอยู่มากคน พอถึงเวลาเย็นบางคนไม่เห็นกัน เวลาเย็น เห็นกันอยู่มากคน พอถึงเวลาเช้าบางคนไม่เห็นกัน.
สายเมเก น ทิสฺสนฺติ ปาโต ทิฏฺฐา พหู ชนา ปาโต เอเก น ทิสฺสนฺติ สายํ ทิฏฺฐา พหู ชนา ฯ
ถ้าผู้ที่คร่ำครวญหลงเบียดเบียนตนอยู่ จะพึงได้รับประโยชน์สักเล็กน้อย ไซร้ บัณฑิตผู้มีปรีชาก็จะพึงทำเช่นนั้นบ้าง.
ปริเทวยมาโน เจ กิญฺจิทตฺถํ อุทพฺพเห สมฺมุโฬฺห หึสมตฺตานํ กยิรา ตํ วิจกฺขโณ ฯ
ผู้เบียดเบียนตนของตนอยู่ ย่อมซูบผอมปราศจากผิวพรรณ สัตว์ผู้ละไป แล้วไม่ได้ช่วยคุ้มครองรักษา ด้วยการร่ำไห้นั้นเลย การร่ำไห้ไร้ประโยชน์.
กีโส วิวณฺโณ ภวติ หึสมตฺตานมตฺตโน น เตน เปตา ปาเลนฺติ นิรตฺถา ปริเทวนา ฯ
คนฉลาดพึงดับไฟที่ไหม้เรือนด้วยน้ำ ฉันใด คนผู้เป็นนักปราชญ์ได้รับ การศึกษามาดี มีปัญญาเฉลียวฉลาด พึงรีบกำจัดความโศกที่เกิดขึ้นโดย ฉับพลัน เหมือนลมพัดปุยนุ่น ฉันนั้น.
ยถา สรณมาทิตฺตํ วารินาว นิพฺพาปเย เอวมฺปิ ธีโร สุตวา เมธาวี ปณฺฑิโต นโร ขิปฺปมุปฺปติตํ โสกํ วาโต ตูลํว ธํสเย ฯ
คนๆ เดียวเท่านั้นตายไป คนเดียวเท่านั้นเกิดในตระกูล ส่วนการคบ หากันของสรรพสัตว์ มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง.
เอโกว มจฺโจ อจฺเจติ เอโกว ชายเต กุเล สํโยคปรมาเตฺวว สมฺโภคา สพฺพปาณินํ ฯ
เพราะเหตุนั้นแล ความเศร้าโศกแม้จะมากมายก็ไม่ทำจิตใจของนัก ปราชญ์ ผู้เป็นพหูสูต มองเห็นโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมให้ เร่าร้อนได้.
ตสฺมา หิ ธีรสฺส พหุสฺสุตสฺส สมฺปสฺสโต โลกมิมํ ปรญฺจ อญฺญาย ธมฺมํ หทยํ มนญฺจ โสกา มหนฺตาปิ น ตาปยนฺติ ฯ
เราจักให้ยศ และโภคสมบัติ แก่ผู้ที่ควรจะได้ จักทะนุบำรุงภรรยา ญาติทั้งหลาย และคนที่เหลือ นี้เป็นกิจของบัณฑิตผู้ปรีชา.
โสหํ ยสญฺจ โภคญฺจ ภริยาปิ จ ญาตเก เสสํ สมฺปาลยิสฺสามิ กิจฺจเมตํ วิชานโต ฯ
พระเจ้ารามผู้มีพระศอดุจกลองทอง มีพระพาหาใหญ่ ทรงครอบครอง ราชสมบัติอยู่ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี. จบ ทสรถชาดกที่ ๗.
ทสวสฺสสหสฺสานิ สฏฺฐิวสฺสสตานิ จ กมฺพุคีโว มหาพาหุ ราโม รชฺชมการยีติ ฯ ทสรถชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------