คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๒๘–๓๓๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๖ อารามวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป

อารามวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปทํ

๓๒๘

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีหลายรูปมีจีวรผืนเดียว กำลังทำจีวรกรรมกัน อยู่ในอาวาสใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พวกภิกษุณีไม่บอกก่อนเข้าสู่อาราม แล้วพากันเข้าไปหาภิกษุ เหล่านั้น ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ไม่บอก กล่าวก่อนเข้าไปสู่อารามเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกภิกษุณีไม่บอก กล่าวก่อนเข้าไปสู่อาราม จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้ไม่บอก กล่าวก่อนเข้าไปสู่อารามเล่า การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๐๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่บอกกล่าวก่อน เข้าสู่อารามเป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประ- *การฉะนี้. เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ. เรื่องภิกษุณีหลายรูป

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู คามกาวาเส เอกจีวรา จีวรกมฺมํ กโรนฺติ ฯ ภิกฺขุนิโย อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมึสุ ฯ ภิกฺขู อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๓๒๘.๑} ยา ปน ภิกฺขุนี อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิเสยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๓๒๘.๒} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ

๓๒๙

ต่อจากสมัยนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นหลีกไปแล้วจากอาวาสนั้น. พวกภิกษุณีทราบ ว่าพระคุณเจ้าทั้งหลายหลีกไปแล้ว จึงไม่มาสู่อาราม ครั้นภิกษุเหล่านั้นกลับมายังอาวาสนั้นดั่งเดิม. ภิกษุณีทั้งหลายทราบว่า พวกพระคุณเจ้ากลับมาแล้วจึงบอกกล่าวก่อนเข้าสู่อาราม เข้าไปหาภิกษุ เหล่านั้น กราบไหว้แล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ภิกษุเหล่านั้นได้กล่าวคำนี้กะภิกษุณีเหล่านั้นว่า น้องหญิงทั้งหลาย เหตุไฉนพวกเธอจึงไม่ กวาดอาราม ไม่จัดน้ำฉัน น้ำใช้ไว้เล่า. ภิกษุณีเหล่านั้นชี้แจงว่าเพราะพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เจ้าข้า ว่าภิกษุณี ไม่บอกกล่าวก่อน ไม่พึงเข้าสู่อาราม ฉะนั้น พวกดิฉันจึงไม่ได้มา. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย เราอนุญาตให้บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ก่อนเข้าสู่อาราม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๑ ๑๐๖. ๑. ก. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ก่อน เข้าสู่อาราม เป็น ปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประ การฉะนี้. เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ.

เตน โข ปน สมเยน เต ภิกฺขู ตมฺหา อาวาสา ปกฺกมึสุ ฯ ภิกฺขุนิโย อยฺยา ปกฺกนฺตาติ อารามํ นาคมํสุ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ปุนเทว ตํ อาวาสํ ปจฺจาคจฺฉึสุ ฯ ภิกฺขุนิโย อยฺยา อาคตาติ อาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา ภิกฺขุนิโย เต ภิกฺขู เอตทโวจุํ กิสฺส ตุเมฺห ภคินิโย อารามํ เนว สมฺมชฺชิตฺถ น ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐปิตฺถาติ ฯ {๓๒๙.๑} ภควตา อยฺยา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ น อนาปุจฺฉา อาราโม ปวิสิตพฺโพติ เตน มยํ นาคมิมฺหาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สนฺตํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๓๒๙.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิเสยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๓๒๙.๓} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ

๓๓๐

ต่อจากสมัยนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นหลีกไปจากอาวาสนั้น แล้วกลับไปสู่อาวาสนั้น ตามเดิม. ภิกษุณีทั้งหลายเข้าใจว่าพระผู้เป็นเจ้าหลีกไปแล้ว จึงไม่บอกกล่าว เข้าสู่อาราม แล้วได้ มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้ว่า ภิกษุณีไม่บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ ไม่ พึงเข้าไปสู่อาราม ก็พวกเรามิได้บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ ได้พากันเข้ามาสู่อาราม พวกเราต้องอาบัติ- *ปาจิตตีย์แล้วกระมังหนอ ดังนี้ แล้วได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรง- *บัญญัติอนุบัญญัติ ๒ ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๒ ๑๐๖. ๑. ข. อนึ่ง ภิกษุณีใด รู้อยู่ไม่บอกกล่าว เข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุ เป็นปาจิตตีย์. สิกขาบทวิภังค์

เตน โข ปน สมเยน เต ภิกฺขู ตมฺหา อาวาสา ปกฺกมิตฺวา ปุนเทว ตํ อาวาสํ ปจฺจาคจฺฉึสุ ฯ ภิกฺขุนิโย อยฺยา ปกฺกนฺตาติ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสึสุ ฯ ตาสํ กุกฺกุจฺจํ อโหสิ ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ น สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อาราโม ปวิสิตพฺโพติ มยํ จ สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสิมฺหา กจฺจิ นุ โข มยํ ปาจิตฺติยํ อาปตฺตึ อาปนฺนาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๓๓๐.๑} ยา ปน ภิกฺขุนี ชานํ สภิกฺขุกํ อารามํ อนาปุจฺฉา ปวิเสยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๓๓๑

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า รู้อยู่ คือรู้เอง หรือคนอื่นบอกแก่นาง หรือภิกษุเหล่านั้นบอก. อารามที่ชื่อว่า มีภิกษุ คือ มีภิกษุอยู่แม้ที่ใต้ต้นไม้. บทว่า ไม่บอกกล่าวเข้าไปสู่อาราม คือ ไม่บอกกล่าวภิกษุสามเณรหรือคนวัด ก้าวล่วง เขตอารามที่มีเครื่องล้อม ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อารามที่ไม่มีเครื่องล้อม เมื่อก้าวลงสู่อุปจาร ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์

ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ ชานํ นาม สามํ วา ชานาติ อญฺเญ วา ตสฺสา อาโรเจนฺติ เต วา อาโรเจนฺติ ฯ สภิกฺขุโก นาม อาราโม ยตฺถ ภิกฺขู รุกฺขมูเลปิ วสนฺติ ฯ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิเสยฺยาติ ภิกฺขุํ วา สามเณรํ วา อารามิกํ วา อนาปุจฺฉา ปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๓๓๒

อารามภิกษุ ภิกษุณีสำคัญว่ามีภิกษุ ไม่บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ เข้าไปสู่อาราม ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อารามมีภิกษุ ภิกษุณีสงสัย ไม่บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ เข้าไปสู่อาราม ต้องอาบัติทุกกฏ. อารามมีภิกษุ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีภิกษุ ไม่บอกกล่าวภิกษุที่มีอยู่ เข้าไปสู่อาราม ไม่ต้อง อาบัติ. อารามไม่มีภิกษุ ภิกษุณีสำคัญว่ามีภิกษุ ต้องอาบัติทุกกฏ. อารามไม่มีภิกษุ ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. อารามไม่มีภิกษุ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีภิกษุ ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

สภิกฺขุเก สภิกฺขุกสญฺญา สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สภิกฺขุเก เวมติกา สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สภิกฺขุเก อภิกฺขุกสญฺญา สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา อารามํ ปวิสติ อนาปตฺติ ฯ อภิกฺขุเก สภิกฺขุกสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อภิกฺขุเก เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อภิกฺขุเก อภิกฺขุกสญฺญา อนาปตฺติ ฯ

๓๓๓

ภิกษุมีอยู่ บอกกล่าวแล้วเข้าไป ๑ ภิกษุไม่มี ไม่บอกกล่าวเข้าไป ๑ เดินมอง ดูศีรษะภิกษุณีผู้เข้าไปก่อน ๑ ไป ณ สถานที่มีพวกภิกษุณีประชุมกัน ๑ หนทางมีผ่านไปทาง อาราม ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ สนฺตํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉา ปวิสติ อสนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปวิสติ สีสานุโลกิกา คจฺฉติ ยตฺถ ภิกฺขุนิโย สนฺนิปติตา โหนฺติ ตตฺถ คจฺฉติ อาราเมน มคฺโค โหติ คิลานาย อาปทาสุ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ -------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย