คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๑

ข้ออื่นในเล่มนี้

มาติกา๑. สุตมยญาณนิทเทสอภิญเญยยนิทเทสสัจนิทเทสทุติยภาณวารตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสจตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิเทสสัจฉิกาตัพพนิทเทสลักขณัตติกนิทเทสทุกขสัจนิทเทสสมุทยสัจนิทเทสนิโรธสัจนิทเทสมัคคสัจนิทเทส๒. สีลมยญาณนิทเทส๓. สมาธิภาวนามยญาณนิทเทส๔. ธัมมัฏฐิติญาณนิทเทส๕. สัมมสนญาณนิทเทส๖. อุทยัพพยญาณนิทเทส๗. ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทส๘. อาทีนวญาณนิทเทส๙. สังขารุเปกขาญาณนิทเทส๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส๑๑. มัคคญาณนิทเทส๑๒. ผลญาณนิทเทส๑๓. วิมุตติญาณนิทเทส๑๔. ปัจจเวกขณญาณนิทเทส๑๕. วัตถุนานัตตญาณนิทเทส๑๖. โคจรนานัตตญาณนิทเทส๑๗. จริยานานัตตญาณนิทเทส๑๘. ภูมินานัตตญาณนิทเทส๑๙. ธัมมนานัตตญาณนิทเทส๒๐-๒๔. ญาณปัญจกนิทเทส๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส๒๙-๓๑. ญาณัตตยนิทเทส๓๒. อานันตริกสมาธิญาณนิทเทส๓๓. อรณวิหารญาณนิทเทส๓๔. นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส๓๕. ปรินิพพานญาณนิทเทส๓๖. สมสีสัฏฐญาณนิทเทส๓๗. สัลเลขัฏฐญาณนิทเทส๓๘. วิริยารัมภญาณนิทเทส๓๙. อัตถสันทัสสนญาณนิทเทส๔๐. ทัสสนวิสุทธิญาณนิทเทส๔๑. ขันติญาณนิทเทส ๔๒. ปริโยคาหนญาณนิทเทส๔๓. ปเทสวิหารญาณนิทเทส๔๔-๔๙. ฉวิวัฏฏญาณนิทเทส๕๐. อิทธิวิธญาณนิทเทส๕๑. โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทส๕๒. เจโตปริยญาณนิทเทส๕๓. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณนิทเทส๕๔. ทิพพจักขุญาณนิทเทส๕๕. อาสวักขยญาณนิทเทส๕๖-๖๓. สัจจญาณจตุกกทวยนิทเทส๖๔-๖๗. สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส๖๘. อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทส๖๙. อาสยานุสยญาณนิทเทส๗๐. ยมกปาฏิหีรญาณนิทเทส๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส๗๒-๗๓. สัพพัญญุตญาณนิทเทส๒. ทิฏฐิกถา ๑. อัสสาททิฏฐินิทเทส ๒. อัตตานุทิฏฐินิทเทส ๓. มิจฉาทิฏฐินิทเทส ๔. สักกายทิฏฐินิทเทส ๕. สัสสตทิฏฐินิทเทส ๖. อุจเฉททิฏฐินิทเทส ๗. อันตัคคาหิกทิฏฐินิทเทส ๘. ปุพพันตานุทิฏฐินิทเทส ๙. อปรันตานุทิฏฐินิทเทส ๑๐-๑๒. สัญโญชนิกาทิทิฏฐินิทเทส ๑๓. อัตตวาทปฏิสังยุตตทิฏฐินิทเทส ๑๔. โลกวาทปฏิสังยุตตทิฏฐินิทเทส ๑๕-๑๖. ภววิภวทิฏฐินิทเทส๓. อานาปานัสสติกถา ๑. คณนวาระ ๒. โสฬสญาณนิทเทส ๓. อุปกิเลสญาณนิทเทส ๔. โวทานญาณนิทเทส ๕. สโตการิญาณนิทเทส ๖. ญาณราสิฉักกนิทเทส๔. อินทริยกถา ๑. ปฐมสุตตันตนิทเทส ๒. ทุติยสุตตันตนิทเทส ๓. ตติยสุตตันตนิทเทส ๔. จตุตถสุตตันตนิทเทส ๕. อินทริยสโมธาน๕. วิโมกขกถา๖. คติกถา๗. กัมมกถา๘. วิปัลลาสกถา๙. มัคคกถา๑๐. มัณฑเปยยกถา๑. ยุคนัทธกถา๒. สัจจกถา๓. โพชฌังคกถา๔. เมตตากถา๕. วิราคกถา๖. ปฏิสัมภิทากถา๗. ธัมมจักกกถา๘. โลกุตตรกถา๙. พลกถา๑๐. สุญญกถา๑. มหาปัญญากถา๒. อิทธิกถา๓. อภิสมยกถา๔. วิเวกกถา๕. จริยากถา๖. ปาฏิหาริยกถา๗. สมสีสกถา๘. สติปัฏฐานกถา๙. วิปัสสนากถา๑๐. มาติกากถา

ศาสนา

๑๕. วัตถุนานัตตญาณนิทเทส

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๕. วัตถุนานัตตญาณนิทเทส แสดงญาณในวัตถุต่างๆ

ข้อ ๖๖

ปัญญาในการกำหนดธรรมต่างๆ ที่เป็นภายใน ชื่อว่าวัตถุนานัตต- ญาณ (ญาณในวัตถุต่างๆ) เป็นอย่างไร พระโยคาวจรกำหนดธรรมทั้งหลายที่ เป็นภายใน อย่างไร คือ พระโยคาวจรกำหนดจักขุที่เป็นภายใน กำหนดโสตะที่เป็นภายใน กำหนด ฆานะที่เป็นภายใน กำหนดชิวหาที่เป็นภายใน กำหนดกายที่เป็นภายใน กำหนด มโนที่เป็นภายใน @เชิงอรรถ : @ วัตถุต่างๆ ในที่นี้หมายถึงที่ตั้งที่เกิดแห่งอารมณ์ ได้แก่ อายตนะภายใน ๖ เป็นที่ตั้งที่เกิดแห่งอารมณ์ @(ขุ.ป.อ. ๑/๖๖/๓๐๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๐๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๕. วัตถุนานัตตญาณนิทเทส พระโยคาวจรกำหนดจักขุที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “จักขุเกิดเพราะอวิชชา” กำหนดว่า “จักขุเกิดเพราะตัณหา” กำหนดว่า “จักขุเกิดเพราะกรรม” กำหนดว่า “จักขุเกิดเพราะอาหาร” กำหนดว่า “จักขุเกิดเพราะอาศัยมหาภูตรูป ๔” กำหนดว่า “จักขุเกิดแล้ว” กำหนดว่า “จักขุ มาร่วมกันแล้ว” กำหนดว่า “จักขุไม่มีแล้วเกิดมี มีแล้วจักไม่มี” กำหนดจักขุโดยความเป็นของมีที่สุด คือกำหนดว่า “จักขุไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นธรรมดา” กำหนดว่า “จักขุไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัย ปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา” กำหนดจักขุโดยความไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเที่ยง กำหนดโดยความเป็น ทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความ เป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมทำราคะให้ดับ ไม่ให้เกิดขึ้น ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญา (ความหมายรู้ว่าเที่ยง)ได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละสุขสัญญา(ความหมายรู้ว่าเป็นสุข)ได้ เมื่อ กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญา(ความหมายรู้ว่าอัตตา)ได้ เมื่อเบื่อ หน่าย ย่อมละนันทิ (ความยินดี) ได้ เมื่อคลายกำหนัดย่อมละราคะได้ เมื่อทำราคะ (ความกำหนัด) ให้ดับ ย่อมละสมุทัย (เหตุเกิด) ได้ เมื่อสละคืน ย่อมละอาทานะ (ความยึดถือ) ได้ พระโยคาวจรกำหนดจักขุที่เป็นภายในอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดโสตะที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “โสตะเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดโสตะที่ เป็นภายในอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดฆานะที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “ฆานะเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดฆานะที่ เป็นภายในอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๕. วัตถุนานัตตญาณนิทเทส พระโยคาวจรกำหนดชิวหาที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “ชิวหาเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดชิวหาที่ เป็นภายในอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดกายที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “กายเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดกายที่เป็น ภายในอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดมโนที่เป็นภายใน อย่างไร คือ กำหนดว่า “มโนเกิดเพราะอวิชชา” กำหนดว่า “มโนเกิดเพราะตัณหา” กำหนดว่า “มโนเกิดเพราะกรรม” กำหนดว่า “มโนเกิดเพราะอาหาร (อาศัยหทัย วัตถุ)” กำหนดว่า “มโนเกิดแล้ว” กำหนดว่า “มโนมาร่วมกันแล้ว” กำหนดว่า “มโนไม่มีแล้วเกิดมี มีแล้วจักไม่มี” กำหนดมโนโดยความเป็นของมีที่สุด คือกำหนดว่า “มโนไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา” กำหนดว่า “มโนไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัย ปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา” กำหนดมโนโดยความไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเที่ยง กำหนดโดยความเป็น ทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความ เป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมทำราคะให้ดับ ไม่ให้เกิดขึ้น ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญาได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็น ทุกข์ ย่อมละสุขสัญญาได้ เมื่อ กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญาได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละนันทิได้ เมื่อคลายกำหนัดย่อมละราคะได้ เมื่อทำราคะให้ดับ ย่อมละสมุทัยได้ เมื่อสละคืน ย่อมละอาทานะได้ พระโยคาวจรกำหนดมโนที่เป็น ภายในอย่างนี้ กำหนดธรรมที่เป็นภายในอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการกำหนดธรรมที่เป็นภายใน ชื่อว่า วัตถุนานัตตญาณ วัตถุนานัตตญาณนิทเทสที่ ๑๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๑๑}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้