๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปุปผฉัตติยเถระ (พระปุปผฉัตติยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ทรงประกาศสัจจะ ทำสัตว์ทั้งหลายให้สงบเย็นอยู่
ข้าพเจ้าได้นำดอกบัว ๑๐๐ กลีบ ที่รื่นรมย์ใจ มาทำเป็นฉัตรดอกไม้ยกขึ้นบูชาพระพุทธเจ้า
พระศาสดาพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ผู้ใดทำจิตให้เลื่อมใส ได้กั้นฉัตรดอกไม้ให้เรา ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงส่งบริษัทไปแล้วเสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้าเวหาส
เมื่อพระพุทธเจ้าผู้เป็นนรชนผู้ประเสริฐเสด็จลุกขึ้น แม้ฉัตรขาวก็ลอยขึ้นด้วย ฉัตรที่งามเลิศลอยไปข้างหน้าของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยฉัตรดอกไม้
ในกัปที่ ๗๔ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ มีพระนามเหมือนกันว่าชลสิขะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปุปผฉัตติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปุปผฉัตติยเถราปทานที่ ๙ จบ