ศาสนา · เล่ม ๓๓
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ศาสนา · เล่ม ๓๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโพธิสัมมัชชกเถระ (พระโพธิสัมมัชชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๔๘เมื่อชาติปางก่อน ข้าพเจ้าเก็บใบโพธิ์ที่ถูกทิ้งไว้ ที่ลานพระเจดีย์ไปทิ้ง จึงได้คุณ ๒๐ ประการ
๔๙ด้วยเดชแห่งกรรมนั้น เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ก็เวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือ (๑) ในภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์
๕๐จุติจากเทวโลกแล้วมาสู่ภพมนุษย์ ก็เกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์
๕๑ข้าพเจ้ามีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีร่างกายสูงใหญ่ รูปงาม สะอาดสะอ้าน สมบูรณ์ ไม่บกพร่อง
๕๒ข้าพเจ้าเกิดในภพใดภพหนึ่ง คือในเทวโลกหรือในหมู่มนุษย์ มีผิวพรรณดังทองคำ เหมือนทองคำที่นายช่างหลอมดีแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน
๕๓ผิวของข้าพเจ้า อ่อนนุ่ม สนิท ละเอียดอ่อนอยู่ตลอดเวลา ในเพราะใบโพธิ์ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๔ในคติไหนๆ ก็ตามเถิด ฝุ่นละออง ย่อมไม่ติดร่างกาย ที่ประชุมกันขึ้น นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๕เพราะความร้อนจากลม แดด หรือเพราะความร้อนจากไฟก็ตาม ที่กายของข้าพเจ้าเหงื่อไม่ไหล นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๖ที่กายของข้าพเจ้าไม่มีโรคเรื้อน ฝี โรคกลาก ตกกระ พุพอง และหิดเปื่อย นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๗อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือโรคไม่มีในกาย นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๘อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือความบีบคั้นทางใจไม่มี นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๕๙อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือข้าพเจ้าไม่มีศัตรู นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๒๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน
๖๐อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือโภคสมบัติไม่มีความบกพร่องเลย นี้เป็นวิบากในเพราะใบไม้ที่ข้าพเจ้าได้ขนไปทิ้ง
๖๑อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือไม่มีอัคคีภัย ราชภัย โจรภัย และอุทกภัย
๖๒อีกข้อหนึ่ง คุณของกรรมนั้น ย่อมบังเกิดในภพน้อยภพใหญ่ คือทาสหญิงชายเป็นผู้ติดตามคล้อยตามความคิดของข้าพเจ้า
๖๓บุคคลเกิดในมนุษยโลกที่มีอายุขัยเท่าใด อายุของข้าพเจ้าไม่หย่อนไปกว่านั้น ดำรงอยู่ได้จนชั่วอายุขัย
๖๔คนภายใน คนภายนอก ชาวนิคม ตลอดจนชาวแว่นแคว้น ล้วนแต่เป็นผู้คอยช่วยเหลือ มุ่งความเจริญ ปรารถนาความสุขแก่ข้าพเจ้าไปทุกคน
๖๕ทุกๆ ภพ ข้าพเจ้าเป็นผู้มีโภคะ มียศ มีสิริ มีญาติ มีพวกพ้อง ไม่มีเวร ปราศจากความสะดุ้งกลัวภัย ในกาลทั้งปวง
๖๖เมื่อข้าพเจ้ายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ เทวดา มนุษย์ อสูร คนธรรพ์ ยักษ์ และรากษส ล้วนคอยอารักขาป้องกันอยู่ทุกเมื่อ
๖๗ข้าพเจ้าเสวยยศทั้ง ๒ ทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก และในอวสานก็ได้บรรลุนิพพานอันเกษมอย่างยอดเยี่ยม
๖๘คนเช่นใดพึงได้บุญเพราะเจาะจงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือต้นไม้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระศาสดาพระองค์นั้น สำหรับคนเช่นนั้น อะไรเล่าที่พึงได้โดยยาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๒๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๓. ติณทายกวรรค] ๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน
๖๙เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในมรรค ผล และปริยัติธรรม และในคุณคือฌาน และอภิญญา เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วปรินิพพาน
๗๐เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้ามีใจร่าเริงเก็บใบโพธิ์ไปทิ้ง จึงเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยองค์คุณ ๒๐ ประการนี้ ในกาลทั้งปวง
๗๑กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๗๒การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๗๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโพธิสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ โพธิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๘ จบ