คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๓

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. ภัททาลิเถราปทาน๒. เอกฉัตติยเถราปทาน๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน๔. มธุมังสทายกเถราปทาน๕. นาคปัลลวกเถราปทาน๖. เอกทีปิยเถราปทาน๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน๘. ยาคุทายกเถราปทาน๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน๑๐. มัญจทายกเถราปทาน๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน๓. เอกาสนทายกเถราปทาน๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. เอกธัมมัสสวนิยเถราปทาน๘. สุจินติตเถราปทาน๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทาน๑. เอกวิหาริยเถราปทาน๒. เอกสังขิยเถราปทาน๓. ปาฏิหีรสัญญกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน๖. กลัมพทายกเถราปทาน๗. อัมพาฏกทายกเถราปทาน๘. หรีตกทายกเถราปทาน๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทาน๑. วิเภทกพีชิยเถราปทาน๒. โกลทายกเถราปทาน๓. เวลุวผลิยเถราปทาน๔. ภัลลาตกทายกเถราปทาน๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน๖. อัมพาฏกิยเถราปทาน๗. สีหาสนิกเถราปทาน๘. ปาทปีฐิยเถราปทาน๙. เวทิการกเถราปทาน๑๐. โพธิฆรการกเถราปทาน๑. ชคติทายกเถราปทาน๒. โมรหัตถิยเถราปทาน๓. สีหาสนพีชิยเถราปทาน๔. ติณุกกธาริยเถราปทาน๕. อักกมนทายกเถราปทาน๖. วนโกรัณฑิยเถราปทาน๗. เอกฉัตติยเถราปทาน๘. ชาติปุปผิยเถราปทาน๙. สัตติปัณณิยเถราปทาน๑๐. คันธปูชกเถราปทาน๑. สาลกุสุมิยเถราปทาน๒. จิตกปูชกเถราปทาน๓. จิตกนิพพาปกเถราปทาน๔. เสตุทายกเถราปทาน๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน๖. อวฏผลิยเถราปทาน๗. ลพุชผลทายกเถราปทาน๘. มิลักขุผลทายกเถราปทาน๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน๑. นฬมาลิยเถราปทาน๒. มณิปูชกเถราปทาน๓. อุกกาสติกเถราปทาน๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน๕. กุมมาสทายกเถราปทาน๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน๙. ปานธิทายกเถราปทาน๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน๑. ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน๒. พุทธสัญญกเถราปทาน๓. ภิสทายกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. จันทนมาลิยเถราปทาน๖. ธาตุปูชกเถราปทาน๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน๘. ตรณิยเถราปทาน๙. ธัมมรุจิเถราปทาน๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. อุทกทายกเถราปทาน๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทาน๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทาน๔. อวฏผลิยเถราปทาน๕. จารผลิยเถราปทาน๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทาน๗. อัชเชลผลทายกเถราปทาน๘. อโมรผลิยเถราปทาน๙. ตาลผลิยเถราปทาน๑๐. นาฬิเกรผลทายกเถราปทาน๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทาน๓. โกสุมพผลิยเถราปทาน๔. เกตกปุปผิยเถราปทาน๕. นาคปุปผิยเถราปทาน๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทาน๗. กุฏชปุปผิยเถราปทาน๘. โฆสสัญญกเถราปทาน๙. สัพพผลทายกเถราปทาน๑๐. ปทุมธาริยเถราปทาน๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน๒. เวจจกทายกเถราปทาน๓. สรณคมนิยเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน๕. สุปฏทายกเถราปทาน๖. ทัณฑทายกเถราปทาน๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน๑๐. สุคันธเถราปทาน๑. มหากัจจายนเถราปทาน๒. วักกลิเถราปทาน๓. มหากัปปินเถราปทาน๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน๕. กุมารกัสสปเถราปทาน๖. พาหิยเถราปทาน๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน๙. ราธเถราปทาน๑๐. โมฆราชเถราปทาน๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน๒. กังขาเรวตเถราปทาน๓. สีวลีเถราปทาน๔. วังคีสเถราปทาน๕. นันทกเถราปทาน๖. กาฬุทายีเถราปทาน๗. อภยเถราปทาน๘. โลมสติยเถราปทาน๙. วนวัจฉเถราปทาน๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน๑. ยสเถราปทาน๒. นทีกัสสปเถราปทาน๓. คยากัสสปเถราปทาน๔. กิมิลเถราปทาน๕. วัชชีปุตตเถราปทาน๖. อุตตรเถราปทาน๗. อปรอุตตรเถราปทาน๘. ภัททชิเถราปทาน๙. สิวกเถราปทาน๑๐. อุปวานเถราปทาน๑๑. รัฏฐปาลเถราปทาน๑. สุเมธาเถริยาปทาน๒. เมขลทายิกาเถริยาปทาน๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน๔. สังกมนทาเถริยาปทาน๕. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน๗. กฏัจฉุภิกขทายิกาเถริยาปทาน๘. สัตตอุปปลมาลิกาเถริยาปทาน๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน๑. เอกูโปสถิกาเถริยาปทาน๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน๓. โมทกทายิกาเถริยาปทาน๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน๖. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๗. มหาปชาปตีโคตมีเถริยาปทาน๘. เขมาเถริยาปทาน๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทาน๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน๒. กีสาโคตมีเถริยาปทาน๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน๔. สกุลาเถริยาปทาน๕. นันทาเถริยาปทาน๖. โสณาเถริยาปทาน๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน๘. ยโสธราเถริยาปทาน๙. ทสสหัสสเถริยาปทาน๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน๑. อัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถรีนมปทาน๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน๕. สุกกาเถริยาปทาน๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน๑๐. เสลาเถริยาปทาน๑. รตนจังกมนกัณฑ์๒. สุเมธกถา - ๑. ทีปังกรพุทธวงศ์๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์๓. มังคลพุทธวงศ์๔. สุมนพุทธวงศ์๕. เรวตพุทธวงศ์๖. โสภิตพุทธวงศ์๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์๘. ปทุมพุทธวงศ์๙. นารทพุทธวงศ์๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์๑๑. สุเมธพุทธวงศ์๑๒. สุชาตพุทธวงศ์๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์๑๔. อัตถทัสสีพุทธวงศ์๑๕. ธัมมทัสสีพุทธวงศ์๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์๑๗. ติสสพุทธวงศ์๑๘. ปุสสพุทธวงศ์๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์๒๐. สิขีพุทธวงศ์๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์๒๒. กกุสันธพุทธวงศ์๒๓. โกนาคมนพุทธวงศ์๒๔. กัสสปพุทธวงศ์๒๕. โคตมพุทธวงศ์๒๖. พุทธปกิณณกกัณฑ์๒๗. ธาตุภาชนียกถา๑. อกิตติจริยา๒. สังขพราหมณจริยา๓. กุรุธรรมจริยา๔. มหาสุทัสสนจริยา๕. มหาโควินทจริยา๖. เนมิราชจริยา๗. จันทกุมารจริยา๘. สิวิราชจริยา๙. เวสสันตรจริยา๑๐. สสปัณฑิตจริยา๑. มาตุโปสกจริยา๒. ภูริทัตตจริยา๓. จัมเปยยจริยา๔. จูฬโพธิจริยา๕. มหิสราชจริยา๖. รุรุราชจริยา๗. มาตังคจริยา๘. ธัมมเทวปุตตจริยา๙. ชยทิสจริยา๑๐. สังขปาลจริยา๑. ยุธัญชยจริยา๒. โสมนัสสจริยา๓. อโยฆรจริยา๔. ภิงสจริยา๕. โสณนันทปัณฑิตจริยา๖. มูคปักขจริยา๗. กปิลราชจริยา๘. สัจจสวหยปัณฑิตจริยา๙. วัฏฏกโปตกจริยา๑๐. มัจฉราชจริยา๑๑. กัณหทีปายนจริยา๑๒. สุตโสมจริยา๑๓. สุวัณณสามจริยา๑๔. เอกราชจริยา๑๕. มหาโลมหังสจริยาสโมธานกถา

ศาสนา

๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์ ว่าด้วยพระประวัติของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า

ข้อ อรรถกถา

สมัยต่อจากพุทธเจ้าพระนามว่านารทะ ได้มีพระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้สูงสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ ไม่หวั่นไหว เปรียบด้วยสมุทรสาคร

ข้อ อรรถกถา

ก็กัปที่พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นนั้น เป็นมัณฑกัป(กัปที่มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ ๒ พระองค์) หมู่ชนผู้มีกุศลมากได้เกิดขึ้นในกัปนั้น

ข้อ อรรถกถา

ในคราวที่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงแสดงธรรมครั้งแรก เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม @เชิงอรรถ : @ คนผู้ปฏิบัติที่เหลือ ในที่นี้ได้แก่ เสกขบุคคลกับกัลยาณปุถุชน (ขุ.พุทฺธ.อ. ๓๑/๒๗๔-๒๗๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์

ข้อ อรรถกถา

จากนั้น เมื่อพระองค์ทำฝนคือธรรมให้ตก ช่วยเหล่าสัตว์ให้อิ่มหนำ(ด้วยฝนคืออมตะ) เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๓๗,๐๐๐(โกฏิ) ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๒

ข้อ อรรถกถา

ในกาลที่พระมหาวีรเจ้า ได้เสด็จเข้าไปหาพระเจ้าอานันทะ(ผู้เป็นพระราชบิดา) ครั้นเข้าไปสำนักของพระราชบิดาแล้ว ได้ทรงลั่นอมตเภรี

ข้อ อรรถกถา

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงลั่นอมตเภรี บันดาลสายฝนคือธรรมให้ตกลง เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ (โกฏิ) ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

ข้อ อรรถกถา

พระพุทธเจ้าผู้ฉลาดในเทศนา ผู้ทรงประทานโอวาท ผู้ทำเหล่าสัตว์ให้รู้แจ้งทรงช่วยสัตว์ทั้งปวงให้ข้าม ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ข้อ อรรถกถา

พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ มีการประชุมสาวก ๓ ครั้ง มีสาวกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๑

ข้อ อรรถกถา

ในกาลที่พระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ประทับอยู่ที่เวภารบรรพต สาวกประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

ข้อ ๑๐อรรถกถา

เมื่อพระองค์เสด็จจากคามนิคมและแว่นแคว้นหลีกจาริกไป สาวกประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

ข้อ ๑๑อรรถกถา

สมัยนั้น เราเป็นชฎิลมีชื่อว่ารัฏฐิกะ ได้ถวายผ้าพร้อมภัตตาหารแด่พระสงฆ์ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน

ข้อ ๑๒อรรถกถา

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ประทับนั่งท่ามกลางพระสงฆ์ ทรงพยากรณ์เราว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์ จากนี้ไปอีก ๑๐๐,๐๐๐ กัป ชฎิลนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ข้อ ๑๓อรรถกถา

ทรงเริ่มตั้งความเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราแล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์ ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้ พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์ จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์ นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี เทวดาและมนุษย์ ได้ฟังพระดำรัสนี้ ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า ‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’ สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง ประนมมือนมัสการว่า ‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้ เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้ ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ข้อ ๑๔อรรถกถา

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว ก็อธิษฐานวัตรให้ยิ่งขึ้นไป เราได้บำเพ็ญเพียร อย่างมั่นคงเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ข้อ ๑๕อรรถกถา

ครั้งนั้น เดียรถีย์ทั้งปวงถูกขจัดไป จึงพากันโทมนัสเสียใจ ใครๆ ก็ไม่บำรุงเดียรถีย์เหล่านั้น ขับไล่พวกเขาไปจากแว่นแคว้น

ข้อ ๑๖อรรถกถา

พวกเดียรถีย์ประชุมกันในที่นั้นทั้งหมด เข้าไปสำนักของพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์ กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ขอพระองค์เป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกข้าพระองค์เถิด’

ข้อ ๑๗อรรถกถา

พระองค์ผู้ทรงอนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงทำเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้งหมดให้ดำรงอยู่ในเบญจศีล

ข้อ ๑๘อรรถกถา

เมื่อเป็นเช่นนี้ พุทธศาสนานั้นหมดความอากูล ว่างจากพวกเดียรถีย์ และงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้ได้วสี ผู้คงที่

ข้อ ๑๙อรรถกถา

กรุงชื่อว่าหงสวดี กษัตริย์พระนามว่าอานนท์เป็นพระชนก พระเทวีพระนามว่าสุชาดาเป็นพระชนนี ของพระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ

ข้อ ๒๐อรรถกถา

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๙,๐๐๐ ปี มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง คือนารีปราสาท พาหนปราสาท และยสวดีปราสาท

ข้อ ๒๑อรรถกถา

มีนางสนมกำนัล ๔๓,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวสุลทัตตา พระราชโอรสพระนามว่าอุตตระ

ข้อ ๒๒อรรถกถา

พระองค์เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกจากปราสาทไปผนวช ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ข้อ ๒๓อรรถกถา

พระมหาวีระพระนามว่าปทุมุตตระทรงเป็นผู้นำวิเศษ ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ พระอุทยานมิถิลา อันประเสริฐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์

ข้อ ๒๔อรรถกถา

พระเทวิลเถระและพระสุชาตเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่าสุมนะเป็นพระอุปัฏฐาก ของพระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ

ข้อ ๒๕อรรถกถา

พระอมิตาเถรีและพระอสมาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นสน

ข้อ ๒๖อรรถกถา

อมิตอุบาสกและติสสอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก หัตถาอุบาสิกาและสุจิตตาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ข้อ ๒๗อรรถกถา

พระมหามุนีทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก ทรงงดงามดังทองคำที่ล้ำค่า ทรงมีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

ข้อ ๒๘อรรถกถา

กำแพง บานประตู ฝาเรือน ต้นไม้ และภูผาสูง ก็กำบังพระรัศมีของพระองค์นั้น ในที่ ๑๒ โยชน์โดยรอบไม่ได้

ข้อ ๒๙อรรถกถา

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ข้อ ๓๐อรรถกถา

พระองค์พร้อมกับสาวกนั้น ทรงช่วยหมู่ชน ให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก ทรงตัดความสงสัยของชนทั้งปวงแล้ว ทรงรุ่งเรือง ดับไปเหมือนกองไฟไม่มีเชื้อดับไป

ข้อ ๓๑อรรถกถา

พระชินพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จดับขันธปรินิพพานที่นันทาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์ ที่นันทารามนั้นสูง ๑๒ โยชน์ ฉะนี้แล ปทุมุตตรพุทธวงศ์ที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๔๔}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้