ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๓
๓. มหากัปปินเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. มหากัปปินเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมหากัปปินเถระ (พระมหากัปปินเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๖๖พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงปรากฏแล้วในอากาศทั้งสิ้น เหมือนดวงอาทิตย์ปรากฏในท้องฟ้าในสารทกาล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน
๖๗ทรงทำดอกบัวคือเวไนยสัตว์ให้เบ่งบานด้วยพระรัศมีคือพระดำรัส พระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระองค์นั้น ทรงทำเปือกตมคือกิเลสให้แห้งไปด้วยพระรัศมีคือปัญญา
๖๘พระผู้ทรงวชิรญาณขจัดยศของพวกเดียรถีย์ เหมือนดวงอาทิตย์ พระทิวากรพุทธเจ้าทรงส่องสว่าง ทั้งกลางวันและกลางคืน ในที่ทุกแห่ง
๖๙พระพุทธองค์เป็นบ่อเกิดแห่งคุณ เหมือนทะเลเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะ ทรงทำเมฆฝนคือธรรมให้ตกลงเพื่อหมู่สัตว์ เหมือนเมฆทำฝนให้ตก
๗๐ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้พิพากษาอยู่ในกรุงหงสวดี ได้เข้าไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
๗๑ซึ่งกำลังประกาศคุณของสาวกผู้มีสติ ผู้กล่าวสอนภิกษุทั้งหลายอยู่ ทรงทำใจของข้าพเจ้าให้ยินดี
๗๒ข้าพเจ้าได้ฟังแล้วเกิดปีติโสมนัส ทูลนิมนต์พระตถาคตพร้อมด้วยสาวกให้เสวยและฉันแล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น
๗๓ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีส่วนเปรียบด้วยหงส์ มีพระสุรเสียงเหมือนเสียงหงส์และเสียงมโหระทึก ได้ตรัสว่า จงดูมหาอำมาตย์ผู้นี้ ผู้องอาจในการตัดสิน
๗๔ซึ่งหมอบอยู่แทบเท้าของเรา มีโลมชาติชูชันและมีใจฟูขึ้น @เชิงอรรถ : @ มโหระทึก หมายถึงกลองโลหะชนิดหนึ่งของชนชาติที่อยู่ตอนใต้ประเทศจีน ใช้ตีเป็นสัญญาณและประโคม @(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พ.ศ. ๒๕๒๕, หน้า ๖๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน มีวรรณะเหมือนแก้วมุกดาที่งดงาม มีนัยน์ตาและใบหน้าที่ผ่องใส
๗๕มีบริวารเป็นอันมาก ทำราชการ มียศใหญ่ มหาอำมาตย์นี้ปรารถนาตำแหน่งภิกษุผู้กล่าวสอน เพราะร่วมยินดีด้วย
๗๖ด้วยบิณฑบาต ด้วยการบริจาค และด้วยการตั้งความปรารถนาไว้นี้ เขาจะไม่เกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
๗๗จักเสวยความเป็นผู้มีส่วนแห่งความเป็นเทวดาในหมู่เทพ และความเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์ จักบรรลุพระนิพพานด้วยผลกรรมที่เหลือ
๗๘ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
๗๙มหาอำมาตย์นี้จักมีนามว่ากัปปินะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดา
๘๐จากนั้น ข้าพเจ้าได้ทำสักการะที่กระทำไว้ดีแล้ว ในศาสนาของพระชินเจ้า ละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
๘๑ข้าพเจ้าครองราชสมบัติในเทวโลก และมนุษยโลกโดยธรรม แล้วเกิดในตระกูลช่างหูก ในหมู่บ้านใกล้กรุงพาราณสี
๘๒ข้าพเจ้ากับภรรยามีบริวาร ๑๐๐,๐๐๐ คน ได้อุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน
๘๓นิมนต์ให้ฉันตลอดไตรมาส แล้วให้ครองไตรจีวร ข้าพเจ้าทั้งหมดจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๘๔ข้าพเจ้าทั้งหลายจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ในกุกกุฏบุรี ข้างภูเขาหิมพานต์
๘๕ข้าพเจ้าได้เป็นโอรสผู้มียศใหญ่นามว่ากัปปินะ พวกที่เหลือเกิดในตระกูลอำมาตย์แวดล้อมข้าพเจ้า
๘๖ข้าพเจ้ามีความสุขในราชสมบัติเป็นอันมาก สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกประการ ได้ฟังข่าวการอุบัติของพระพุทธเจ้าที่พวกพ่อค้าบอกดังนี้ว่า
๘๗‘พระพุทธเจ้าผู้เป็นเอกอัครบุคคล ไม่มีใครเหมือน เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์ทรงประกาศพระสัทธรรม ซึ่งเป็นอมตะเป็นสุขอย่างประเสริฐ
๘๘และสาวกของพระองค์ขวนขวายดีแล้ว หลุดพ้นดีแล้ว ไม่มีอาสวะ’ ครั้นข้าพเจ้าได้ฟังคำของพ่อค้าเหล่านั้นแล้ว ได้ทำสักการะพวกพ่อค้า
๘๙สละราชสมบัติ พร้อมด้วยอำมาตย์ ได้เป็นพุทธมามกะ พากันออกเดินทาง ได้เห็นแม่น้ำมหาจันทามีน้ำเต็มเสมอขอบฝั่ง
๙๐ทั้งไม่มีท่าน้ำ ไม่มีแพ ข้ามได้ยาก และยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ข้าพเจ้าข้ามแม่น้ำไปได้โดยความสวัสดี เพราะระลึกถึงพระพุทธคุณว่า
๙๑‘ถ้าพระพุทธเจ้าทรงข้ามกระแสน้ำคือภพ ทรงถึงที่สุดแห่งโลก ทรงรู้แจ้งไซร้ ด้วยสัจวาจานี้ ขอการไปของข้าพเจ้าจงสำเร็จ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน
๙๒ถ้ามรรคเป็นเครื่องให้สัตว์ถึงความสงบได้ เป็นเครื่องให้โมกขธรรมอันเป็นสันติสุขได้ ด้วยสัจวาจานี้ ขอการไปของข้าพเจ้าจงสำเร็จ
๙๓ถ้าพระสงฆ์เป็นผู้ข้ามพ้นความกันดารไปได้ เป็นเนื้อนาบุญอย่างยอดเยี่ยม ด้วยสัจวาจานี้ ขอการไปของข้าพเจ้าจงสำเร็จ’
๙๔พร้อมกับที่ข้าพเจ้าทำสัจจะอย่างประเสริฐนี้ น้ำได้ไหลหลีกออกไปจากหนทาง ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้ข้ามขึ้นฝั่งแม่น้ำที่น่ารื่นรมย์ใจได้โดยสะดวก
๙๕ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์อุทัย รุ่งเรืองดุจภูเขาทอง โชติช่วงดุจต้นพฤกษาประทีป
๙๖ผู้อันสาวกห้อมล้อม เปรียบดังดวงจันทร์ ที่ล้อมรอบด้วยดาวนักษัตร ทำเทวดาและมนุษย์ให้เพลิดเพลิน ประหนึ่งท้าววาสวะ ทำฝนคือรัตนะให้ตก
๙๗ข้าพเจ้าพร้อมด้วยอำมาตย์ถวายบังคม เข้าเฝ้า ณ ที่สมควร ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าทรงทราบอัธยาศัยแล้ว จึงได้ทรงแสดงธรรม
๙๘ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ฟังธรรมที่ปราศจากมลทินแล้ว ได้ทูลขอพระชินเจ้าว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก ขอได้โปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายได้บรรพชาเถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายข้ามภพได้แล้ว’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน
๙๙พระมุนีผู้ประเสริฐสุดตรัสว่า ‘ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว เธอทั้งหลายจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์เถิด’
๑๐๐พร้อมกับพุทธดำรัสนี้ ข้าพเจ้าทุกคนล้วนทรงเพศเป็นภิกษุ ได้อุปสมบท เป็นพระโสดาบันในศาสนา
๑๐๑จากนั้น พระผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ได้เสด็จไปยังพระเชตวัน แล้วทรงพร่ำสอน ข้าพเจ้าผู้อันพระชินเจ้าทรงพร่ำสอนแล้วก็ได้บรรลุพระอรหัต
๑๐๒ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้สั่งสอนภิกษุ ๑,๐๐๐ รูป แม้ภิกษุเหล่านั้นก็ปฏิบัติตามคำสอนของข้าพเจ้า เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
๑๐๓พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้น จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ในท่ามกลางมหาชนว่า ‘ภิกษุชื่อกัปปินะเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ’
๑๐๔กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส) ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว
๑๐๕กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๑๐๖การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๑๐๗คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหากัปปินเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ มหากัปปินเถราปทานที่ ๓ จบ