คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๐ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน ๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมหาโกฏฐิกเถระ (พระมหาโกฏฐิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๒๒๑

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นพระมุนี มีพระจักษุ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

๒๒๒

พระองค์เป็นผู้ตรัสสอน ทรงแสดงธรรมให้สัตว์รู้ชัดได้ ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น ทรงฉลาดในเทศนา เป็นพระพุทธเจ้า ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

๒๒๓

พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์ ทรงทำเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้งหมดให้ดำรงอยู่ในศีล ๕

๒๒๔

เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาสนาจึงหมดความอากูล ว่างจากพวกเดียรถีย์ และงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ได้วสี ผู้คงที่

๒๒๕

พระมหามุนีพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณคล้ายทองคำที่ล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ @เชิงอรรถ : @ รู้แจ้งโลกทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงรู้แจ้งโลกตามสภาวะ เหตุเกิดโลก ความดับโลก วิธีปฏิบัติให้ลุถึง @ความดับโลก คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และทรงรู้แจ้งโลกทั้ง ๓ คือ (๑) สังขารโลก (๒) สัตวโลก @(๓) โอกาสโลก (ขุ.พุทฺธ.อ. ๖๐/๑๔๓) @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๖๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน

๒๒๖

ขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี พระชินสีห์พระองค์นั้น ก็ดำรงพระชนมายุอยู่ประมาณเท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

๒๒๗

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี เรียนจบไตรเพท ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง แล้วได้ฟังพระธรรมเทศนา

๒๒๘

ครั้งนั้น พระธีรเจ้าพระองค์นั้น ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

๒๒๙

ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสนั้นแล้วก็พลอยยินดี จึงได้ทูลนิมนต์พระชินเจ้าผู้ประเสริฐ พร้อมทั้งสาวกให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน

๒๓๐

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าผู้ดังสาคร พร้อมทั้งสาวกให้ครองผ้าชุดใหม่ แล้วหมอบลงแทบพระบาท ปรารถนาตำแหน่งนั้น

๒๓๑

ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลผู้เลิศในโลก ได้ตรัสว่า ‘จงดูพราหมณ์ผู้ประเสริฐ ซึ่งหมอบอยู่แทบเท้าเรานี้ มีรัศมีเหมือนกลีบบัว

๒๓๒

พราหมณ์นี้ปรารถนาตำแหน่งประเสริฐสุดของภิกษุ เพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธานั้น และเพราะการฟังพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า

๒๓๓

พราหมณ์นี้จักเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ เวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่ จักได้ตำแหน่งนั้นตามใจปรารถนาในอนาคตกาล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน

๒๓๔

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๒๓๕

พราหมณ์นี้จักมีนามว่าโกฏฐิกะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น’

๒๓๖

ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินเจ้าจนตลอดชีวิตในครั้งนั้น เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา

๒๓๗

ด้วยวิบากกรรมนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๒๓๘

ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ

๒๓๙

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ

๒๔๐

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือ (๑) เทวดา (๒) มนุษย์ คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว

๒๔๑

ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ จะไม่เกิดในตระกูลที่ต่ำ นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน

๒๔๒

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าได้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาล ที่มีทรัพย์มากในกรุงสาวัตถี

๒๔๓

มารดาของข้าพเจ้าชื่อจันทวดี บิดาของข้าพเจ้าชื่ออัสสลายนะ ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาของข้าพเจ้า เพื่อความบริสุทธิ์ทุกอย่าง

๒๔๔

ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต ได้บวชเป็นบรรพชิต พระโมคคัลลานะเป็นพระอาจารย์ พระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์

๒๔๕

ในขณะกำลังปลงผม ข้าพเจ้าก็ตัดทิฏฐิพร้อมทั้งรากได้ และขณะนุ่งผ้ากาสาวะ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

๒๔๖

ข้าพเจ้ามีปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้เลิศในโลก จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

๒๔๗

ข้าพเจ้าถูกท่านพระอุปติสสะ ไต่ถามในปฏิสัมภิทาก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้เลิศในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๒๔๘

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๗๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน

๒๔๙

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๒๕๐

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหาโกฏฐิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ มหาโกฏฐิกเถราปทานที่ ๗ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้