ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๓
๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน ๕๕. ภัททิยวรรค หมวดว่าด้วยพระภัททิยะเป็นต้น ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระลกุณฏกภัททิยเถระ (พระลกุณฏกภัททิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลกในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
๒ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรเศรษฐีผู้มีทรัพย์มากในกรุงหงสวดี เที่ยวเดินเล่นพักผ่อนอยู่ ได้ไปถึงสังฆาราม
๓ครั้งนั้น พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ผู้ส่องโลกให้สว่างไสวพระองค์นั้น ทรงแสดงธรรม ได้ตรัสสรรเสริญสาวก ผู้ประเสริฐกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีเสียงไพเราะ
๔ข้าพเจ้าได้ฟังการสรรเสริญนั้นแล้วก็พลอยยินดี จึงได้ทำสักการะแด่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ กราบพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น
๕ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า ในอนาคตกาล ท่านผู้นี้จักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา
๖ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน
๗บุตรเศรษฐีนี้จักมีนามว่าภัททิยะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น
๘ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๙ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป พระชินเจ้าพระนามว่าผุสสะ ทรงเป็นผู้นำ หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก ยากที่จะข่มได้ ประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๑๐และพระองค์ทรงเพียบพร้อมด้วยจรณะ ทรงเป็นผู้ประเสริฐ เที่ยงตรง ทรงมีความเพียรเผากิเลส ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์ ทรงเปลื้องสัตว์จำนวนมากจากกิเลสเครื่องจองจำ
๑๑ข้าพเจ้าเกิดเป็นนกดุเหว่าขาว อาศัยอยู่ที่ต้นมะม่วงใกล้พระคันธกุฎี อันประเสริฐน่าเพลิดเพลินยินดี ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะพระองค์นั้น
๑๒ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเห็นพระชินเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงเป็นทักขิไณยบุคคล กำลังเสด็จบิณฑบาต จึงทำจิตให้เลื่อมใส แล้วส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ
๑๓ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบินไปที่สวนหลวง คาบมะม่วงผลที่สุกดีมีเปลือกเหมือนทองคำ น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน
๑๔ขณะนั้น พระชินเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำ ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงทราบวารจิตของข้าพเจ้า จึงทรงรับบาตรมาจากมือของภิกษุผู้อุปัฏฐาก
๑๕ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริงได้ถวายผลมะม่วงแด่พระมหามุนี ครั้นใส่บาตรแล้วก็ประนมปีก
๑๖ส่งเสียงร้องด้วยเสียงไพเราะน่ายินดี น่าฟัง เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า แล้วกลับไปหลับนอน
๑๗ครั้งนั้น นกเหยี่ยวผู้มีใจหยาบช้า ได้โฉบข้าพเจ้าผู้มีจิตเบิกบาน มีอัธยาศัยน้อมไปสู่ความรักต่อพระพุทธเจ้าไปฆ่าเสีย
๑๘ข้าพเจ้าจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ไปเสวยสุขอย่างมากอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วมาสู่กำเนิดมนุษย์เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น
๑๙ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๒๐พระองค์นั้นพร้อมสาวกทรงประกาศศาสนาให้รุ่งเรือง ข่มเดียรถีย์ผู้หลอกลวงเสียแล้ว ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ ปรินิพพานแล้ว
๒๑เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้เลิศในโลก เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ประชุมชนจำนวนมากที่เลื่อมใส สร้างพระสถูปเพื่อจะบูชาพระพุทธเจ้าผู้ศาสดา
๒๒พวกเขาปรึกษากันอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักช่วยกันสร้างพระสถูปของพระศาสดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้สูงถึง ๗ โยชน์ ประดับด้วยรัตนะ ๗ ประการ
๒๓ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นจอมทัพของพระเจ้าแผ่นดิน แคว้นกาสีพระนามว่ากิกี ได้พูดถึงขนาดเจดีย์ของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้
๒๔ครั้งนั้น ชนเหล่านั้นได้ช่วยกันสร้างเจดีย์ของพระศาสดา ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์กว่านรชน สูงเพียงโยชน์เดียว ประดับด้วยรัตนะนานาชนิดตามคำแนะนำของข้าพเจ้า
๒๕ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๒๖บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลเศรษฐี ที่มั่งคั่ง สมบูรณ์ มีทรัพย์มากในกรุงสาวัตถี
๒๗ข้าพเจ้าได้เห็นพระสุคตในเวลาเสด็จเข้านคร เป็นผู้มีความอัศจรรย์ใจ บวชแล้วไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๒๘ด้วยกรรมคือการลดขนาดของพระเจดีย์ที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้แล้ว ข้าพเจ้าจึงมีร่างกายต่ำเตี้ย น่าเย้ยหยัน
๒๙ข้าพเจ้าบูชาพระพุทธเจ้าผู้เป็นฤาษีผู้ประเสริฐ ด้วยเสียงที่ไพเราะ จึงได้ถึงความเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีเสียงไพเราะ
๓๐ด้วยการถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า และด้วยการระลึกถึงพระพุทธคุณ ข้าพเจ้าจึงสมบูรณ์ด้วยสามัญผลอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๒. กังขาเรวตเถราปทาน
๓๑กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๓๒การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๓๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระลกุณฏกภัททิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ลกุณฏกภัททิยเถราปทานที่ ๑ จบ