คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๔. วังคีสเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๔๗ ข้อ๑ ฉบับ

๔. วังคีสเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระวังคีสเถระ (พระวังคีสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๙๖

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

๙๗

ศาสนาของพระองค์งดงามไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย เหมือนคลื่นในสาคร และเหมือนดวงดาวในท้องฟ้า

๙๘

พระชินเจ้าผู้สูงสุด อันมนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ อสูร และนาคห้อมล้อมในท่ามกลางหมู่ชน ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยสมณะและพราหมณ์

๙๙

พระชินเจ้าพระองค์นั้นทรงถึงที่สุดโลก ทรงทำสัตว์โลกทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี ทรงทำดอกบัวคือเวไนยสัตว์ให้เบ่งบานด้วยพระดำรัส

๑๐๐

ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ ประการ เป็นบุรุษผู้สูงสุด ละความกลัวและความกำหนัดได้แล้ว ทรงบรรลุธรรมที่เกษม มีความแกล้วกล้า

๑๐๑

พระผู้ทรงเป็นผู้เลิศในโลก ทรงปฏิญาณฐานะที่ประเสริฐ ล้ำเลิศ และพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทักท้วงได้ในฐานะไหนๆ

๑๐๒

เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์นั้น บันลือสีหนาทที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ ย่อมไม่มีเทวดา มนุษย์ หรือพรหมบันลือตอบได้

๑๐๓

พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ทรงแสดงธรรมที่ประเสริฐ ทรงช่วยมนุษย์และเทวดา ให้ข้าม(สงสารวัฏ)ทรงประกาศธรรมจักรในท่ามกลางบริษัท

๑๐๔

ตรัสสรรเสริญคุณเป็นอันมาก แล้วตั้งพระสาวกผู้เลิศกว่าภิกษุผู้มีปฏิภาณ ที่ชาวโลกยกย่องว่าเป็นคนดีนั้นไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ @เชิงอรรถ : @ เวสารัชชธรรม ๔ (ม.มู. (แปล) ๑๒/๑๕๐/๑๔๘, ดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๘/๑๓-๑๔, @ขุ.อป.อ. ๒/๑๐๐/๓๑๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

๑๐๕

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี ประชาชนสมมติว่าเป็นผู้ประเสริฐ รู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์ มีนามว่าวังคีสะ มีวาทะที่เป็นประโยชน์

๑๐๖

ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระมหาวีระพระองค์นั้น สดับพระธรรมเทศนานั้นแล้ว ได้ปีติอย่างประเสริฐ เป็นผู้ยินดีในคุณของสาวก

๑๐๗

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระสุคตผู้ทำสัตว์โลกให้เพลิดเพลิน พร้อมทั้งพระสงฆ์ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วันแล้ว ให้ครองผ้าชุดใหม่

๑๐๘

ข้าพเจ้าได้หมอบลงแทบพระบาทด้วยเศียรเกล้า ได้โอกาสจึงยืนประนมมืออยู่ ณ ที่สมควร เป็นผู้ร่าเริง กล่าวสดุดีพระชินเจ้าผู้สูงสุดว่า

๑๐๙

ข้าแต่พระองค์ผู้มีวาทะที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นพระฤาษีผู้ประเสริฐ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้เลิศในโลกทั้งปวง ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ขจัดภัย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

๑๑๐

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงย่ำยีมาร ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสดงทิฏฐิ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงประทานสันติสุข {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงทำที่พึ่ง ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

๑๑๑

พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งของชนทั้งหลายผู้ไม่มีที่พึ่ง ทรงประทานความไม่มีภัยแก่คนทั้งหลายที่ตื่นกลัว ทรงเป็นที่ไว้วางใจของคนทั้งหลายที่มีภูมิธรรม สงบระงับ ทรงเป็นที่พึ่งของคนทั้งหลายผู้แสวงหาที่พึ่งที่ระลึก

๑๑๒

เราได้สดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยคำกล่าวสดุดีมีอาทิอย่างนี้แล้ว ได้กล่าวสรรเสริญพระคุณอันยิ่งใหญ่ จึงได้บรรลุคติของภิกษุผู้เป็นนักพูดผู้กล้า

๑๑๓

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีปฏิภาณไม่มีที่สิ้นสุด ได้ตรัสว่า ผู้นั้นใดเป็นผู้เลื่อมใสทูลนิมนต์พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งสาวกให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน

๑๑๔

ด้วยมือทั้ง ๒ ของตน และได้กล่าวสดุดีคุณของเรา ผู้นั้นปรารถนาตำแหน่งของภิกษุผู้เป็นนักพูดผู้แกล้วกล้า

๑๑๕

ในอนาคตกาล เขาจักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา เสวยทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติมีประมาณไม่น้อย

๑๑๖

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๑๑๗

พราหมณ์นี้จักมีนามว่าวังคีสะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น @เชิงอรรถ : @ ภูมิธรรม หมายถึงโสดาปัตติมรรคเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๑๑๑/๓๑๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

๑๑๘

ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา อุปัฏฐากพระชินเจ้าผู้ตถาคตด้วยปัจจัยทั้งหลาย จนตลอดชีวิตในครั้งนั้น

๑๑๙

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑๒๐

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลปริพาชก เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นครั้งสุดท้าย มีอายุได้ ๗ ขวบ

๑๒๑

เป็นผู้รู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์ แกล้วกล้าในวาทศาสตร์ มีเสียงไพเราะ มีถ้อยคำวิจิตร สามารถย่ำยีวาทะของผู้อื่นได้

๑๒๒

เพราะข้าพเจ้าเกิดที่วังคชนบท และเป็นใหญ่ในถ้อยคำ ข้าพเจ้าจึงได้ชื่อว่าวังคีสะ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ชื่อของข้าพเจ้าจะเป็นเลิศ ก็เป็นชื่อสมมติตามโลก

๑๒๓

ในกาลที่ข้าพเจ้ารู้เดียงสา อยู่ในวัยเริ่มเป็นหนุ่ม ได้เห็นท่านพระสารีบุตรในกรุงราชคฤห์ที่รื่นรมย์ ภาณวารที่ ๒๕ จบ

๑๒๔

ท่านอุ้มบาตรสำรวม สายตาไม่ลอกแลก พูดพอประมาณ และมองดูเพียงชั่วแอก เที่ยวบิณฑบาตอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

๑๒๕

ครั้นเห็นท่านแล้วก็ยิ้มแย้ม ได้กล่าวบทคาถาที่สมควรอันวิจิตร เหมือนดอกกรรณิการ์ที่เป็นกลุ่ม

๑๒๖

ท่านบอกข้าพเจ้าถึงพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ครั้งนั้น พระสารีบุตรผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์นั้น ได้พูดกับข้าพเจ้าให้ยิ่งขึ้นไป

๑๒๗

ข้าพเจ้าอันพระเถระผู้คงที่กล่าวถ้อยคำ อันประกอบด้วยวิราคธรรม ยอดเยี่ยมที่เห็นได้ยาก ให้ยินดีแล้ว ด้วยปฏิภาณอันวิจิตร

๑๒๘

จึงหมอบลงแทบเท้าของท่านด้วยเศียรเกล้า แล้วก็กล่าวว่า ขอได้โปรดให้กระผมบรรพชาเถิด ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตร ผู้มีปัญญามาก ได้นำข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

๑๒๙

ข้าพเจ้าหมอบลงแทบพระยุคลพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว นั่ง ณ ที่ใกล้พระศาสดา พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าบัณฑิตทั้งหลาย ได้ตรัสถามข้าพเจ้าว่า วังคีสะ ศิลปะอะไรๆ ของท่านมีอยู่จริงหรือ

๑๓๐

(ข้าพเจ้ากราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า) พระพุทธเจ้าตรัสว่า ท่านรู้ศีรษะของคนที่ตายไปแล้วว่า ไปสู่สุคติหรือทุคติจริงหรือ ถ้าท่านสามารถรู้ได้ด้วยวิชาพิเศษของท่าน จงบอกมา

๑๓๑

เมื่อข้าพเจ้าทูลรับรองแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงกะโหลกศีรษะ ๓ กะโหลก ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่า เป็นศีรษะของคนที่เกิดในนรกและเทวดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน

๑๓๒

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้นำ ได้แสดงกะโหลกศีรษะของพระขีณาสพ เพราะศีรษะนั้น ข้าพเจ้าหมดมานะ จึงทูลขอบรรพชา อย่างอ่อนน้อม

๑๓๓

ครั้นบรรพชาแล้ว ได้กล่าวสรรเสริญพระสุคตทุกๆ แห่ง เมื่อนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษข้าพเจ้าว่าเป็นจินตกวี

๑๓๔

ลำดับนั้น พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ได้ตรัสถามข้าพเจ้าเพื่อทดลองว่า คาถาเหล่านี้ ย่อมแจ่มแจ้งโดยสมควรแก่เหตุแก่คนทั้งหลาย ผู้ตรึกตรองแล้วมิใช่หรือ

๑๓๕

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ข้าพระองค์มิใช่นักกาพย์กลอน แต่ว่าคาถาทั้งหลาย แจ่มแจ้งโดยสมควรแก่เหตุแก่ข้าพระองค์ วังคีสะ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงกล่าวสดุดีเราโดยสมควรแก่เหตุในบัดนี้

๑๓๖

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวคาถาสดุดีพระธีระผู้เป็นฤๅษีผู้ประเสริฐ ในกาลนั้น พระชินเจ้าพระองค์นั้นทรงพอพระทัยด้วยสมควรแก่เหตุ จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

๑๓๗

ข้าพเจ้ามีปฏิภาณอันวิจิตรจึงดูหมิ่นภิกษุรูปอื่น แต่มีศีลเป็นที่รัก เกิดความสลดใจเพราะการดูหมิ่นนั้นจึงได้บรรลุอรหัตแล้ว

๑๓๘

(พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า) ไม่มีใครอื่นที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ที่มีปฏิภาณเหมือนกับวังคีสภิกษุนี้ ภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงจำไว้อย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๕. นันทกเถราปทาน

๑๓๙

กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส) ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

๑๔๐

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๔๑

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑๔๒

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระวังคีสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ วังคีสเถราปทานที่ ๔ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๔. วังคีสเถราปทาน