ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๓
๗. อภยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๗. อภยเถราปทาน ๗. อภยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอภยเถระ (พระอภยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๙๕พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงถึงความสำเร็จในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
๑๙๖พระตถาคตทรงทำบุคคลบางพวกให้ตั้งอยู่ในสรณคมน์ บางพวกให้ตั้งอยู่ในศีลคือกุศลกรรมบถ ๑๐ ที่อุดม
๑๙๗พระองค์ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ ทรงประทานสามัญญผล ที่อุดมแก่บุคคลบางคน ทรงมอบสมาบัติ ๘ และวิชชา ๓ แก่บุคคลบางคน
๑๙๘พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านรชน ทรงประกอบคนบางคนไว้ในอภิญญา ๖ พระองค์ผู้เป็นนาถะทรงประทาน ปฏิสัมภิทา ๔ แก่บุคคลบางคน
๑๙๙พระองค์ผู้เป็นสารถีฝึกนรชน ทรงเห็นหมู่สัตว์ที่ควรแนะนำให้ตรัสรู้ได้ แม้ในสถานที่นับโยชน์ไม่ถ้วน ก็รีบเสด็จไปแนะนำ
๒๐๐ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพราหมณ์ในกรุงหงสวดี เรียนจบพระเวททั้งหมด เข้าใจไวยากรณ์ @เชิงอรรถ : @ สามัญญผล ได้แก่ โสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตตผล (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๑/๒๘๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๗. อภยเถราปทาน
๒๐๑ฉลาดในนิรุตติ แกล้วกล้าในคัมภีร์นิฆัณฑุศาสตร์ เข้าใจตัวบท รู้แจ่มแจ้งในคัมภีร์เกฏุภะ ฉลาดในฉันท์และกาพย์กลอน
๒๐๒เมื่อเที่ยวเดินพักผ่อน ได้ไปถึงพระวิหารหังสาราม ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ล้ำเลิศประเสริฐที่สุด มีมหาชนห้อมล้อม
๒๐๓ข้าพเจ้ามีความคิดเป็นข้าศึก เข้าไปใกล้พระองค์ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส ซึ่งกำลังทรงแสดงธรรม ได้ฟังพระดำรัสซึ่งปราศจากมลทินของพระองค์
๒๐๔ข้าพเจ้าไม่เห็นพระดำรัสที่กระทบ ที่กล่าวซ้ำๆ กัน ที่ผิดไวยากรณ์ หรือที่ไร้ประโยชน์ของพระมุนีพระองค์นั้นเลย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงบวช
๒๐๕โดยเวลาไม่นานนัก ข้าพเจ้าก็เป็นผู้แกล้วกล้าในธรรมทุกอย่าง ได้รับยกย่องให้เป็นคณบดี ในพระพุทธพจน์ที่ละเอียดอ่อน
๒๐๖ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ประพันธ์คาถา ๔ คาถา ซึ่งมีพยัญชนะสละสลวยชมเชยพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้เลิศในโลกทั้ง ๓ แล้วแสดงทุกๆ วันว่า
๒๐๗พระพุทธเจ้าเป็นผู้ปราศจากความยินดี มีความเพียรมาก ทรงอยู่ในสังสารวัฏที่มีภัย ไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ก็เพราะทรงประกอบด้วยพระกรุณา(ในหมู่สัตว์) ฉะนั้น พระมุนีจึงชื่อว่าทรงประกอบด้วยพระกรุณา @เชิงอรรถ : @ ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๒ และดู Dawson, John. A classieal Dictionary of Hindu Mythology (London @Lroutledge and kegan Paul, 1957) P. 222 @ ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๒ และดู Dawson, John. A classieal Dictionary of Hindu Mythology (London @Lroutledge and kegan Paul, 1957) P. 222 {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๗. อภยเถราปทาน
๒๐๘บุคคลผู้ใด ถึงเป็นปุถุชนก็ไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส ประกอบด้วยสติ มีสัมปชัญญะ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้นั้นจึงเป็นอจินไตย
๒๐๙กิเลสที่มีกำลังอ่อน ซึ่งนอนเนื่องอยู่ในสันดานของเรา ถูกเผาด้วยไฟคือญาณแล้วไม่สิ้นไป ข้อนั้นไม่เคยมีเลย
๒๑๐ผู้ใดเป็นที่เคารพของสัตว์โลกทั้งปวง ซึ่งเป็นครูในโลก และเป็นอาจารย์ของชาวโลก โลกย่อมอนุวัตรตามผู้นั้น
๒๑๑ข้าพเจ้าขอสดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยคาถามีอาทิดังนี้แสดงธรรมตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในสวรรค์
๒๑๒ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้ากล่าวสดุดีพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี
๒๑๓ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ครองราชสมบัติที่ยิ่งใหญ่อันเป็นทิพย์ในเทวโลก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติที่ยิ่งใหญ่เป็นอันมาก
๒๑๔ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ภพ คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์ คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี
๒๑๕ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ ข้าพเจ้าไม่รู้จักตระกูลต่ำเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๗. อภยเถราปทาน
๒๑๖บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้ามีนามว่าอภัย เป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์
๒๑๗ข้าพเจ้าตกอยู่ในอำนาจของปาปมิตร ถูกนิครนถ์นาฏบุตรให้ลุ่มหลง ส่งไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
๒๑๘ข้าพเจ้าทูลถามปัญหาที่ละเอียดสุขุม ได้ฟังพยากรณ์ที่ประเสริฐ จึงบวช ไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๒๑๙ข้าพเจ้าได้รับยกย่องทุกเมื่อ เพราะการสดุดีพระชินเจ้าผู้ประเสริฐ เป็นผู้มีร่างกายและปากมีกลิ่นหอม แต่เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุข
๒๒๐เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม มีปัญญาแจ่มใส มีปัญญาว่องไว มีปัญญามาก และมีปฏิภาณที่วิจิตร
๒๒๑ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กล่าวสดุดีพระสยัมภูพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ไปบังเกิด ในอบายภูมิตั้งหลายแสนกัป
๒๒๒กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๒๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๘. โลมสติยเถราปทาน
๒๒๓การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๒๒๔คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอภยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อภยเถราปทานที่ ๗ จบ