๖. โสณาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. โสณาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโสณาเถรี (พระโสณาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี เป็นผู้มีความสุข ถูกประดับตกแต่ง เป็นที่รัก เข้าไปเฝ้าพระมุนีผู้ประเสริฐพระองค์นั้น ได้ฟังพระดำรัสที่ไพเราะ
พระชินเจ้าทรงสรรเสริญภิกษุณีรูปหนึ่งว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้วเป็นผู้มีความยินดี ทำสักการะพระศาสดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๖. โสณาเถริยาปทาน
หม่อมฉันไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ปรารถนาตำแหน่งนั้นในกาลนั้น พระมหาวีรพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาว่า ‘ความตั้งใจปรารถนาของเธอจักสำเร็จ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
สตรีผู้นี้จักมีนามปรากฏว่าโสณา เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’
หม่อมฉันได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลายโดยประการเช่นนั้นจนตลอดชีวิต
ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี เจริญมั่งคั่งด้วยทรัพย์มาก ในกรุงสาวัตถีที่ประเสริฐ
เมื่อหม่อมฉันเจริญวัยเป็นสาวแล้ว ได้ไปสู่ตระกูลสามี คลอดบุตรชาย ๑๐ คน ล้วนแต่มีรูปงามยิ่งนัก
บุตรทุกคนนั้นดำรงอยู่ในความสุข ติดตาตรึงใจผู้คนให้นิยม แม้แต่พวกศัตรูก็ชอบใจ สำหรับหม่อมฉันไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเป็นที่รัก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๖. โสณาเถริยาปทาน
ครั้งนั้น โดยที่หม่อมฉันไม่ต้องการ สามีหม่อมฉันพร้อมด้วยบุตรทั้ง ๑๐ คน พากันไปบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ
ในกาลนั้น หม่อมฉันอยู่แต่ผู้เดียวคิดว่า ‘พอละด้วยชีวิตของเรา ผู้พลัดพรากจากสามีและบุตร เป็นคนแก่ น่าสงสาร
แม้เราก็จักไปยังอารามที่สามีเราไปถึง’ ครั้นคิดอย่างนี้แล้วจึงบวชเป็นบรรพชิต
ครั้งนั้น พวกภิกษุณีปล่อยหม่อมฉันไว้ในสำนักแต่เพียงผู้เดียว สั่งหม่อมฉันว่า ‘เธอจงต้มน้ำไว้’ แล้วก็พากันจากไป
ขณะนั้น หม่อมฉันนำน้ำมาแล้ว ใส่ลงไปในหม้อ ตั้งบนก้อนเส้าแล้วนั่ง จากนั้นก็ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ
ได้พิจารณาเห็นขันธ์โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
เมื่อภิกษุณีกลับมาได้ถามถึงน้ำร้อน หม่อมฉันอธิษฐานเตโชธาตุให้น้ำร้อนเร็วพลัน
ภิกษุณีเหล่านั้นพากันอัศจรรย์ใจ ไปกราบทูลพระชินเจ้าผู้ประเสริฐให้ทรงทราบเรื่องนั้น พระผู้เป็นนาถะทรงสดับเรื่องนั้นแล้วทรงชื่นชม ได้ตรัสคาถานี้ว่า
‘แท้จริง บุคคลผู้ปรารภความเพียรอย่างหนัก มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่าคนเกียจคร้าน และละทิ้งความเพียรมีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี’
พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันให้ทรงพอพระทัยแล้ว เพราะการปฏิบัติดี พระมหามุนีพระองค์นั้น ตรัสสรรเสริญหม่อมฉันว่าเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีทั้งหลาย ผู้ปรารภความเพียร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน
กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระโสณาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ โสณาเถริยาปทานที่ ๖ จบ