คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๗๐ ข้อ๑ ฉบับ

๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระภัททกาปิลานีเถรี (พระภัททกาปิลานีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๒๔๔

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

๒๔๕

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นภริยาของเศรษฐีชื่อว่าวิเทหะ มีรัตนะมาก ในกรุงหงสวดี

๒๔๖

บางคราวเศรษฐีนั้นพร้อมด้วยชนที่เป็นบริวาร เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นดังสุริยเทพบุตร ได้ฟังพระธรรมอันนำความสิ้นทุกข์ทั้งปวงมาให้ ของพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๔๗

พระองค์ทรงเป็นผู้นำประกาศสรรเสริญภิกษุ ผู้เป็นสาวกรูปหนึ่งว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลายผู้ถือธุดงค์ หม่อมฉันได้ฟังแล้ว ได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าผู้คงที่ตลอด ๗ วัน

๒๔๘

แล้วซบศีรษะลงแทบพระยุคลบาทปรารถนาตำแหน่งนั้น ก็ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐแห่งนระ เมื่อจะทรงให้บริษัทร่าเริง

๒๔๙

ได้ตรัสคาถาเหล่านี้ เพื่อทรงอนุเคราะห์เศรษฐีว่า ‘ดูก่อนบุตร เธอจักได้ตำแหน่งที่เธอปรารถนา จงเป็นผู้เย็นใจเถิด

๒๕๐

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๒๕๑

เธอจักมีนามปรากฏว่ากัสสปะ ตามโคตร เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

๒๕๒

เศรษฐีได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต

๒๕๓

พระองค์ทรงประกาศศาสนาให้รุ่งเรืองแล้ว ย่ำยีเดียรถีย์ผู้หลอกลวงได้แล้ว ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ (คือผู้ที่ควรแนะนำได้) พระองค์พร้อมทั้งพระสาวกปรินิพพานแล้ว

๒๕๔

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้เลิศในโลกนั้นปรินิพพานแล้ว เพื่อจะบูชาพระศาสดา เศรษฐีนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน จึงเชิญญาติและมิตรมาประชุมแล้ว พร้อมกับญาติและมิตรเหล่านั้นได้สร้าง

๒๕๕

พระสถูปรัตนะสูงได้ ๗ โยชน์ ซึ่งมีความรุ่งเรืองเหมือนดวงอาทิตย์ และเหมือนต้นพญาไม้สาละที่กำลังมีดอกบานสะพรั่ง

๒๕๖

หม่อมฉันได้ให้ช่าง ๗ คนใช้รัตนะ ๗ ประการ ทำตุม ๗๐๐,๐๐๐ ใบ ซึ่งโชติช่วงเหมือนไฟไหม้ไม้อ้อ

๒๕๗

หม่อมฉันบรรจุน้ำมันหอมจนเต็ม ตามประทีปไว้ ณ พระสถูปนั้น เพื่อบูชาพระศาสดา ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอนุเคราะห์สรรพสัตว์

๒๕๘

หม่อมฉันให้ช่างทำหม้อ ๗๐๐,๐๐๐ ใบ ใส่รัตนะต่างๆ จนเต็มครบทุกใบ เพื่อบูชาพระศาสดา ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

๒๕๙

ในระหว่างกลางหม้อทุก ๘ ใบ ยกพวงทองตั้งประดับไว้ ซึ่งมีรัศมีรุ่งโรจน์เหมือนดวงอาทิตย์ในสารทกาล

๒๖๐

ที่ประตูทั้ง ๔ มีเสาระเนียดซึ่งทำด้วยรัตนะ ทั้งมีแผ่นกระดานที่ทำด้วยรัตนะน่ารื่นรมย์ ยกขึ้นไว้ย่อมงดงาม

๒๖๑

คูและปล่องที่สร้างไว้อย่างดี ก็รุ่งโรจน์ ธงรัตนะที่ยกขึ้นไว้ล้วนงามไพโรจน์

๒๖๒

พระเจดีย์ที่สร้างด้วยรัตนะนั้น สร้างไว้อย่างสวยงาม มีสีสุก มีรัศมีรุ่งโรจน์ดุจดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๖๓

พระสถูปของหม่อมฉันมี ๓ ด้าน ด้านหนึ่งบรรจุหรดาล ด้านหนึ่งบรรจุมโนศิลา ด้านหนึ่งบรรจุแร่พลวงไว้จนเต็ม

๒๖๔

หม่อมฉันให้ช่างทำเครื่องบูชาที่น่ายินดีเช่นนี้แล้ว ได้ถวายทานแก่พระสงฆ์ผู้กล่าวธรรมที่ประเสริฐ ตามกำลัง จนตลอดชีวิต

๒๖๕

หม่อมฉันกับเศรษฐีนั้น ทำบุญเหล่านั้น โดยประการทั้งปวงจนตลอดชีวิต แล้วได้ไปเกิดในสุคติภพร่วมกัน

๒๖๖

เสวยสมบัติทั้งหลายทั้งในเทวดาและในมนุษย์ เวียนว่ายตายเกิดร่วมกับเศรษฐีนั้น ปานประหนึ่งว่าเงาติดตามตัว

๒๖๗

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระเนตรงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

๒๖๘

ครั้งนั้น ท่านเศรษฐีได้เกิดเป็นพราหมณ์ ในกรุงพันธุมดี เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นผู้มั่งคั่งด้วยคุณธรรม แต่เป็นคนจนแสนจนด้วยทรัพย์

๒๖๙

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นพราหมณีของพราหมณ์นั้น มีความคิดอย่างเดียวกัน บางครั้งพราหมณ์นั้นเข้าเฝ้าพระมหามุนี

๒๗๐

ซึ่งประทับนั่งทรงแสดงอมตบทอยู่ในหมู่ชน ได้ฟังธรรมแล้วเบิกบานใจ ได้ถวายผ้าสาฎกผืนหนึ่ง

๒๗๑

มีผ้านุ่งผืนเดียวกลับไปเรือน แล้วได้บอกหม่อมฉันว่า ‘น้องหญิง เชิญอนุโมทนามหาบุญเถิด ผ้าสาฎกพี่ได้ถวายพระพุทธเจ้าไปแล้ว’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๗๒

ขณะนั้น หม่อมฉันมีความเอิบอิ่มประนมมือ อนุโมทนาว่า ‘ข้าแต่สามี ผ้าสาฎกท่านถวายดีแล้ว แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้คงที่’

๒๗๓

พราหมณ์มีความสุข ประดับตกแต่งแล้ว เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินในกรุงพาราณสีที่น่ารื่นรมย์

๒๗๔

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นพระมเหสีผู้ประเสริฐกว่าพวกนางสนม เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของท้าวเธอ เพราะความรักที่มีในกาลก่อน

๒๗๕

พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น ทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ พระองค์ ผู้เที่ยวบิณฑบาต ทรงเบิกบานพระทัย ได้ถวายอาหารบิณฑบาตที่มีราคามาก

๒๗๖

นิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไว้ ทรงสร้างรัตนมณฑปซึ่งประดับด้วยทองมีรัศมีเปล่งปลั่ง ที่พวกช่างทองได้ทำไว้ซึ่งสูงประมาณ ๑๐๐ ศอก

๒๗๗

ท้าวเธอทรงเลื่อมใส รับสั่งให้นิมนต์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด แล้วได้ทรงถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ซึ่งเข้ามาในพระราชนิเวศน์ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง

๒๗๘

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ได้ร่วมถวายทานนั้นกับพระเจ้ากาสี ได้เกิดในกาสิกคามในกรุงพาราณสีอีก

๒๗๙

พระเจ้ากาสีกับพระภาดามีความสุขอยู่ในตระกูลกุฎุมพีที่เจริญ หม่อมฉันเป็นภรรยาของพี่ชายคนโต ปรนนิบัติสามีอย่างดี

๒๘๐

น้องชายของสามีหม่อมฉัน เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว นำอาหารของพี่ชายไปถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้น เมื่อพี่ชายผู้ซึ่งเป็นสามีของหม่อมฉันมาถึงแล้ว จึงได้บอก(สามี)ให้ทราบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๘๑

เขาไม่ยินดีทาน จากนั้น หม่อมฉันก็ได้ให้อาหาร ที่ตนนำมาเพื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายแก่สามีนั้น สามีนั้นได้ถวายอาหารนั้น แก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นอีก

๒๘๒

ขณะนั้น หม่อมฉันโกรธจึงเทอาหาร ที่ถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นทิ้งเสีย ได้ถวายบาตรที่เต็มด้วยเปือกตม แก่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้คงที่นั้น

๒๘๓

ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นใบหน้า มีจิตสงบของท่าน ทั้งในการให้ การรับ การเคารพ และการประทุษร้าย จึงสลดใจมาก

๒๘๔

หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใสรับบาตรมาแล้ว ใช้น้ำหอมอย่างดีล้างจนสะอาด บรรจุน้ำตาลกรวดกับเปรียงจนเต็มบาตรแล้วถวายคืน

๒๘๕

หม่อมฉันเกิดในภพใดๆ ก็มีรูปงาม เพราะถวายทาน แต่มีกลิ่นตัวเหม็น เพราะการย่ำยีที่กระทำไม่สมควรแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า

๒๘๖

เมื่อพระเจดีย์ของพระธีรเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ซึ่งสามีหม่อมฉันได้ให้สร้างสำเร็จแล้ว หม่อมฉันมีความยินดี ได้ถวายแผ่นอิฐทองคำอย่างดีอีก

๒๘๗

ชุบอิฐนั้นให้ชุ่มด้วยของหอม ๔ ชนิด จึงพ้นจากโทษที่มีกลิ่นตัวเหม็น กลายเป็นผู้มีรูปทรงสมส่วนไปทั่วสรรพางค์กาย

๒๘๘

ให้ช่างใช้รัตนะ ๗ ประการทำถาด ๗,๐๐๐ ถาด เต็มไปด้วยเปรียง และไส้เป็นพันๆ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๘๙

ใส่ไปแล้วตามประทีปตั้งไว้ ๗ แถว เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ด้วยจิตที่เลื่อมใส

๒๙๐

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันมีส่วนในบุญนั้นโดยพิเศษ สามีของหม่อมฉันไปเกิดในแคว้นกาสี มีนามปรากฏว่าสุมิตตะ

๒๙๑

หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา มีความสุขอันเขาประดับตกแต่งแล้ว เป็นที่รัก ครั้งนั้น สามีของหม่อมฉันได้ถวายผ้าโพกศีรษะเนื้อดี แก่พระปัจเจกมุนี

๒๙๒

แม้หม่อมฉันก็มีส่วนแห่งทานนั้น อนุโมทนาทานที่ประเสริฐ สามีได้ไปเกิดในกำเนิดแห่งชาวโกลิยะในแคว้นกาสีอีก

๒๙๓

ครั้งนั้น สามีของหม่อมฉันพร้อมด้วยบุตร ของชาวโกลิยะ ๕๐๐ คน ได้บำรุงพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์

๒๙๔

นิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ให้อยู่จำพรรษาตลอดไตรมาสแล้วได้ถวายไตรจีวร ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา เป็นผู้ปฏิบัติกุศลกรรมบถ

๒๙๕

สามีจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เป็นพระราชาพระนามว่านันทะ มียศมาก แม้หม่อมฉันก็ได้เป็นพระมเหสีของท้าวเธอ เป็นผู้มีสมบัติให้สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกประการ

๒๙๖

พระเจ้านันทะนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินนามว่าพรหมทัต ครั้งนั้น พระปัจเจกมุนี ๕๐๐ องค์ถ้วน ผู้เป็นพระโอรสของนางปทุมวดี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๒๙๗

หม่อมฉันได้บำรุงจนตลอดชีวิต นิมนต์ให้พักอยู่ในพระราชอุทยานแล้ว และบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ผู้นิพพานแล้ว

๒๙๘

หม่อมฉันทั้ง ๒ ได้สร้างเจดีย์หลายองค์ แล้วก็พากันออกบวช เจริญอัปปมัญญา แล้วได้ไปเกิดในพรหมโลก

๒๙๙

จุติจากพรหมโลกแล้ว สามีของหม่อมฉัน เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อปิปผลายนะ ที่ประเทศมหาติตถะ มารดาชื่อสุมนเทวี บิดาเป็นพราหมณ์โกสิยโคตร

๓๐๐

หม่อมฉันเป็นธิดาของกบิลพราหมณ์ มารดาชื่อสุจิมตี ในมัททชนบท นครสากละที่ประเสริฐสุด

๓๐๑

บิดาหล่อรูปของหม่อมฉันด้วยทองคำแท่งแล้ว ถวายรูปหล่อแก่พระกัสสปธีรเจ้า ผู้เว้นจากกามทั้งหลาย

๓๐๒

พราหมณ์ปิปผลายนะนั้นเป็นหนุ่ม ไปตรวจดูงานในกาลบางคราว เห็นสัตว์ทั้งหลายที่ถูกกาเป็นต้นจิกกินแล้ว เกิดความสลดใจ

๓๐๓

ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นเมล็ดงาที่มีอยู่ในเรือน ซึ่งนำออกผึ่งแดด เห็นกาจิกกินหนอนอยู่ ได้ความสลดใจ

๓๐๔

ครั้งนั้น พราหมณ์ปิปผลายนะผู้เป็นปราชญ์ออกบวช หม่อมฉันก็ออกบวชตาม อยู่บำเพ็ญศีลพรตของปริพาชก ๕ ปี

๓๐๕

เมื่อพระนางโคตมีผู้บำรุงเลี้ยงพระชินเจ้าทรงผนวชแล้ว หม่อมฉันได้เข้าไปหาพระนาง และเป็นผู้อันพระพุทธเจ้าสั่งสอนแล้ว

๓๐๖

โดยกาลไม่นานนัก หม่อมฉันก็ได้บรรลุอรหัตตผล โอ! เรามีพระมหากัสสปเถระผู้มีสิริ เป็นกัลยาณมิตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๓๐๗

พระกัสสปเถระเป็นพุทธบุตร เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า มีจิตตั้งมั่นดี รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เห็นสวรรค์และอบาย

๓๐๘

อนึ่ง ท่านถึงความสิ้นชาติ เป็นมุนีอยู่จบอภิญญา ด้วยวิชชา ๓ เหล่านี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓

๓๐๙

ภัททกาปิลานีก็เหมือนกัน ได้วิชชา ๓ ละมัจจุราชเสียได้ ทรงร่างกายนี้เป็นที่สุด ชนะมารพร้อมทั้งเสนามารแล้ว

๓๑๐

หม่อมฉันทั้ง ๒ เห็นโทษในโลกแล้วพากันบวช เป็นผู้สิ้นอาสวะ ฝึกตนแล้ว มีความเย็น ดับสนิทแล้ว

๓๑๑

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๓๑๒

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

๓๑๓

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระภัททกาปิลานีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ภัททกาปิลานีเถริยาปทานที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๙๕}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน