คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๖๐ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเถรี ๑๘,๐๐๐ รูป (พระเถรี ๑๘,๐๐๐ รูป เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๔๒๖

ภิกษุณีที่สมภพในศากยตระกูล ๑๘,๐๐๐ รูป มีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๔๒๗

ภิกษุณีทั้ง ๑๘,๐๐๐ รูป ล้วนเป็นผู้มีฤทธิ์มาก กราบพระยุคลบาทของพระมุนีแล้ว ได้กราบทูลตามกำลังว่า

๔๒๘

‘ข้าแต่พระมหามุนี ผู้ทรงเป็นผู้นำ หม่อมฉันทั้งหลายมีชาติ ชรา พยาธิ และมรณะสิ้นแล้ว ถึงอมตบทที่สงบ ไม่มีอาสวะ

๔๒๙

ข้าแต่พระมหามุนีผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ในกาลก่อนความพลั้งพลาดของหม่อมฉันแม้ทั้งหมดก็มีอยู่ ชนทั้งหลายย่อมรู้ว่าเป็นความผิด ขอพระองค์โปรดยกโทษแก่หม่อมฉันทั้งหลายด้วยเถิด’

๔๓๐

(พระบรมศาสดาตรัสว่า) ‘เธอทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเรา จงแสดงฤทธิ์และตัดความสงสัยของบริษัททั้งมวลเท่าที่มีอยู่เถิด’

๔๓๑

ข้าแต่พระมหาวีระ พระยโสธราเถรีเป็นหญิงที่น่าพอพระทัยน่ารักน่าชม ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันทั้งปวงเป็นปชาบดีของพระองค์ เมื่อสมัยที่ยังครองฆราวาสวิสัย

๔๓๒

ข้าแต่พระมหาวีระ บรรดาหญิงจำนวน ๑๙๖,๐๐๐ นาง หม่อมฉันทั้งหลายเป็นประธาน เป็นใหญ่กว่าหญิงทั้งปวง ในพระราชนิเวศน์ของพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๓๓

สตรีทั้งหมดประกอบด้วยรูปสมบัติและอาจารสมบัติ ดำรงอยู่ในวัยสาว พูดจาไพเราะ ยำเกรงต่อหม่อมฉันทั้งหลาย เหมือนพวกมนุษย์ยำเกรงเทวดา

๔๓๔

ในกาลนั้น หม่อมฉันจำนวน ๑๘,๐๐๐ นาง ทั้งหมด เป็นผู้สมภพในศากยตระกูล พระยโสธราเถรีและหม่อมฉัน ๑,๐๐๐ นาง เป็นประธาน เป็นใหญ่

๔๓๕

ข้าแต่พระมหามุนี บรรดาหม่อมฉัน ๑,๐๐๐ นาง หม่อมฉันทั้งหลายผู้ก้าวล่วงกามธาตุ ดำรงอยู่ในรูปธาตุ มีรูป(มีฤทธิ์)ไม่เหมือนกัน

๔๓๖

พระเถรีเหล่านั้น ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว แสดงฤทธิ์ถวายพระศาสดา แสดงฤทธิ์มากมายหลายอย่างต่างๆ กัน

๔๓๗

คือแสดงกายเท่าภูเขาจักรวาล ศีรษะเท่าอุตตรกุรุทวีป ทวีปทั้ง ๒ ให้เป็นปีกทั้ง ๒ ข้าง ชมพูทวีปให้เป็นลำตัว

๔๓๘

แสดงมหาสมุทรด้านทิศใต้ให้เป็นกำหาง กิ่งไม้ต่างๆ ให้เป็นขนปีก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ให้เป็นนัยน์ตา ภูเขาพระสุเมรุให้เป็นหงอน

๔๓๙

แสดงภูเขาจักรวาลให้เป็นจะงอยปาก นำต้นหว้าพร้อมทั้งราก เข้ามาใกล้แล้วไหว้และพัดวีพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๖๒, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๑๐๐๗-๑๐๑๖/๖๕๓-๖๖๕ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๔๐

แสดงเป็นช้าง ม้า ภูเขา ทะเล ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ภูเขาพระสุเมรุและเป็นท้าวสักกจอมเทพ

๔๔๑

กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระวีรเจ้า ผู้มีพระจักษุ ทรงเป็นผู้นำของนรชน หม่อมฉันทั้งหลายผู้ทรงไว้ซึ่งยศ ซึ่งสำเร็จแล้วด้วยกุศลธรรมที่อบรมมานานเพื่อพระองค์ ขอกราบพระยุคลบาท

๔๔๒

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย เป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

๔๔๓

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันทั้งหลายก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๔๔๔

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันทั้งหลาย เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

๔๔๕

การพบพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของโลก พระองค์ก็ได้แสดงแล้วแก่หม่อมฉันทั้งหลาย ข้าแต่พระมหามุนี อธิการจำนวนมากของหม่อมฉันทั้งหลาย ย่อมมีเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๔๔๖

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้เป็นพระมุนี ขอพระองค์พึงหวนระลึกถึงกุศลกรรมเก่า ของหม่อมฉันทั้งหลายเถิด หม่อมฉันทั้งหลายสั่งสมบุญไว้ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๔๗

ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันทั้งหลาย งดเว้นอนาจารในสถานที่ไม่สมควร แม้ชีวิตก็ยอมสละแล้วเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๔๔๘

ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่อต้องการให้เป็นภรรยาของผู้อื่นหลายพันโกฏิกัป ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายไม่เคยเสียใจในเรื่องนั้นเลย

๔๔๙

ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่ออุดหนุนผู้อื่นหลายพันโกฏิกัป ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายไม่เคยเสียใจในเรื่องนั้นเลย

๔๕๐

ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่อประโยชน์เป็นอาหารหลายพันโกฏิกัป เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายไม่เคยเสียใจในเรื่องนั้นเลย

๔๕๑

หม่อมฉันทั้งหลายยอมสละชีวิตหลายพันโกฏิกัป ด้วยคิดว่าจักทำความพ้นภัย จึงยอมสละชีวิต

๔๕๒

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายไม่เคยหวงเครื่องประดับ ผ้านานาชนิดที่ติดตัวอยู่ และภัณฑะของหญิง เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๔๕๓

ข้าแต่พระมหามุนี ทรัพย์ ข้าวเปลือก ปัจจัยเครื่องบริจาค บ้าน นิคม ไร่ นา บุตร ธิดา หม่อมฉันทั้งหลายก็บริจาคแล้ว

๔๕๔

ช้าง ม้า โค ทาสี นางบำเรอ มากมายนับไม่ถ้วน หม่อมฉันทั้งหลายก็บริจาคแล้ว เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๕๕

พระองค์ทรงปรึกษาหม่อมฉันทั้งหลายว่า ‘เราทั้งหลายจะให้ทานแก่พวกยาจก’ เมื่อพระองค์ให้ทานที่ประเสริฐอยู่ หม่อมฉันทั้งหลายก็ไม่เคยเสียใจ

๔๕๖

ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันทั้งหลาย ยอมรับทุกข์ทรมานมากมายหลายอย่างจนนับไม่ถ้วน ในสงสารเป็นอเนก ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๔๕๗

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายได้รับความสุข ย่อมอนุโมทนา และคราวที่ได้รับทุกข์ก็ไม่เสียใจ เป็นผู้ยินดีแล้วทุกอย่าง เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๔๕๘

ข้าแต่พระมหามุนี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญธรรม โดยมรรคที่สมควร เสวยสุขและทุกข์แล้ว ได้บรรลุซึ่งพระโพธิญาณ

๔๕๙

การที่พระองค์และหม่อมฉันทั้งหลายพบพระสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าพรหมเทพ และพระนามว่าโคดมแล้วพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่งสัตว์โลกเหล่าอื่นอีกก็มาก

๔๖๐

ข้าแต่พระมหามุนี อธิการของหม่อมฉันทั้งหลายมีมาก เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงแสวงหาพุทธธรรมอยู่ หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้เป็นบาทบริจาริกาของพระองค์

๔๖๑

ใน ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ กัป พระมหาวีระพระนามว่าทีปังกร ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๖๒

ประชาชนในปัจจันตประเทศต่างมีใจยินดี ทูลนิมนต์พระตถาคตแล้ว ช่วยกันแผ้วถางทางซึ่งเป็นที่เสด็จพุทธดำเนิน

๔๖๓

ครั้งนั้น พระองค์เกิดเป็นพราหมณ์นามว่าสุเมธะ กำลังตกแต่งหนทางเพื่อพระสุคต ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงกำลังเสด็จมา

๔๖๔

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายทั้งหมด ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ ถือดอกไม้ที่เกิดจากข้อไปสู่สมาคม

๔๖๕

สมัยนั้น พระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร ผู้มีบริวารยศมาก เป็นพระมหาวีระ ทรงพยากรณ์สุเมธดาบสผู้มีใจสูง

๔๖๖

พระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกรกำลังทรงประกาศกรรม ของสุเมธดาบส ยกย่องฤาษีผู้มีใจสูงอยู่ แผ่นดินก็ไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

๔๖๗

เทพกัญญา มนุษย์ และหม่อมฉันทั้งหลาย พร้อมทั้งเทวดา พากันใช้สิ่งของที่ควรบูชาต่างๆ บูชาแล้วปรารถนา

๔๖๘

พระพุทธเจ้าผู้มีพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์เขาเหล่านั้นว่า ‘ในวันนี้ ชนเหล่าใดมีความปรารถนา ชนเหล่านั้นจักสำเร็จพร้อมหน้ากัน

๔๖๙

ในกัปซึ่งหาประมาณมิได้นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์พระดำรัสใดแก่หม่อมฉันทั้งหลาย หม่อมฉันทั้งหลายเมื่ออนุโมทนาพระดำรัสนั้น จึงเป็นผู้ทำอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๗๐

หญิงทั้งหลายทำจิตให้เลื่อมใสในกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น จึงได้บังเกิดในกำเนิดเทวดาและมนุษย์นับชาติไม่ถ้วน

๔๗๑

ครั้นเสวยสุขและทุกข์ในเทวดาและมนุษย์แล้ว เมื่อถึงภพสุดท้าย จึงมาเกิดในศากยตระกูล

๔๗๒

มีรูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศ และศีล สมบูรณ์ด้วยองค์สมบัติทั้งปวง ได้รับสักการะอย่างยิ่งในตระกูลทั้งหลาย

๔๗๓

พรั่งพร้อมไปด้วยโลกธรรม คือ ลาภ สรรเสริญ สักการะ มีจิตไม่ประกอบด้วยทุกข์ อยู่อย่างผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ

๔๗๔

สมจริงตามพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ‘ในครั้งนั้น พระองค์ทรงแสดงอุปการะของนารีทั้งหลาย ไว้ภายในพระราชมณเฑียรและในขัตติยบุรีว่า

๔๗๕

นารีผู้มีอุปการะ ๑ นารีผู้เป็นเพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ ๑ นารีผู้แนะนำประโยชน์ให้ ๑ นารีผู้ทำความอนุเคราะห์ให้ ๑

๔๗๖

บุคคลควรประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่ควรประพฤติธรรมให้ทุจริต เพราะบุคคลผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า’

๔๗๗

หม่อมฉันทั้งหลายละการครองเรือนแล้วบวชเป็นบรรพชิต ยังไม่ทันถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุสัจจะ ๔

๔๗๘

คนเป็นอันมากนำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และปัจจัยมากมาย เข้ามาถวายหม่อมฉันทั้งหลาย เหมือนคลื่นในมหาสมุทร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน

๔๗๙

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันทั้งหลายก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันทั้งหลายตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๔๘๐

การที่หม่อมฉันทั้งหลายมาในสำนัก ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันทั้งหลายได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๔๘๑

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๔๘๒

หม่อมฉันทั้งหลายได้รับทุกข์หลายอย่าง และสุขสมบัติหลายอย่าง ถึงความเป็นผู้บริสุทธิ์ ได้สมบัติทุกอย่าง ด้วยประการฉะนี้

๔๘๓

บุคคลผู้ถวายตนของตนแด่พระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เพื่อต้องการบุญก็ย่อมพรั่งพร้อมด้วยสหาย บรรลุพระนิพพานซึ่งเป็นอสังขตะ

๔๘๔

กรรมทั้งที่เป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคตสิ้นไปแล้ว กรรมทั้งปวงของหม่อมฉันทั้งหลายสิ้นแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันทั้งหลายขอกราบไหว้พระยุคลบาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค

๔๘๕

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ‘เมื่อเธอทั้งหลายบอกลาเพื่อจะนิพพาน เราจะกล่าวอะไรให้มากเล่า บุคคลที่เป็นทาสที่นับว่าสัตว์ก็บรรลุถึงอมตบทแล้ว’ ได้ทราบว่า ภิกษุณี ๑๘,๐๐๐ รูปมีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้ อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทานที่ ๑๐ จบ กุณฑลเกสีวรรคที่ ๓ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน ๒. กีสาโคตมีเถริยาปทาน ๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน ๔. สกุลาเถริยาปทาน ๕. นันทาเถริยาปทาน ๖. โสณาเถริยาปทาน ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน ๘. ยโสธราเถริยาปทาน ๙. ทสสหัสสเถริยาปทาน ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน ในวรรคนี้ บัณฑิตนับจำนวนคาถาได้ ๔๗๘ คาถา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๑๘}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน