คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๕ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน ๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุปปลทายิกาเถรี (พระอุปปลทายิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๕๗

ในกรุงอรุณวดี มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าอรุณ หม่อมฉันเป็นพระมเหสีของท้าวเธอ ย่อมสนทนากันเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

๕๘

ครั้งนั้น หม่อมฉันนั่งอยู่ในที่สงัด คิดอย่างนี้ว่า ‘กุศลที่จะนำติดตัวไปซึ่งเราทำไว้ไม่มีเลย

๕๙

เราต้องตกนรกที่มีความเร่าร้อนมาก ทั้งเผ็ดร้อนร้ายกาจแสนจะทารุณอย่างแน่นอน เราไม่มีความสงสัยในข้อนี้เลย’

๖๐

ครั้นหม่อมฉันคิดอย่างนี้แล้ว ทำจิตให้ร่าเริงเข้าเฝ้าพระราชาแล้ว กราบทูลดังนี้ว่า

๖๑

‘ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ หม่อมฉันทั้งหลายชื่อว่าเป็นสตรี หม่อมฉันทั้งหลายไม่ใช่บุรุษ ขอพระองค์ทรงพระราชทานพระสมณะ แก่หม่อมฉันทั้งหลายสักองค์หนึ่งเถิด หม่อมฉันทั้งหลายจักนิมนต์ท่านให้ฉัน”

๖๒

ครั้งนั้น พระราชาได้พระราชทานพระสมณะ ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วให้หม่อมฉัน หม่อมฉันรับบาตรของท่านมาแล้ว ใส่ภัตตาหารอย่างประณีตจนเต็ม

๖๓

แล้วบรรจุอาหารอันประณีตของหอมและเครื่องลูบไล้ ไปพร้อมกัน มีใจยินดีได้ถวายให้ครองผ้าผืนใหญ่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน

๖๔

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้วจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๖๕

ได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๑,๐๐๐ ชาติ ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

๖๖

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน แต่นั้น ผลอื่นอีกมากมายหลายชนิด เป็นผลกรรมแห่งทานนั้น

๖๗

หม่อมฉันมีผิวพรรณเหมือนดอกอุบล เป็นสตรีมีรูปงาม น่าดูน่าชม มีองค์สมบัติทั้งปวงสมบูรณ์ เป็นอภิชาตบุตร ทรงไว้ซึ่งความเปล่งปลั่ง

๖๘

เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในศากยตระกูล เป็นหัวหน้าของนารี ๑,๐๐๐ นาง ของพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ

๖๙

หม่อมฉันเบื่อหน่ายการครองเรือน จึงออกบวชเป็นบรรพชิต เพียง ๗ ราตรี ก็ได้บรรลุสัจจะ ๔

๗๐

หม่อมฉันไม่สามารถจะประมาณจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารได้ นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

๗๑

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้เป็นพระมุนี ขอพระองค์พึงหวนระลึกถึงกุศลกรรมเก่าของหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันได้สละวัตถุเป็นอันมาก ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ @เชิงอรรถ : @ องค์สมบัติทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงมีอวัยวะทุกส่วนสมบูรณ์ได้สัดส่วน (ขุ.อป.อ. ๑/๑๗๓/๒๖๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน

๗๒

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป หม่อมฉันได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

๗๓

หม่อมฉันรู้จักเพียง ๒ คติ คือ (๑) คติเทวดา (๒) คติมนุษย์ คติอื่นหม่อมฉันไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

๗๔

หม่อมฉันรู้จักแต่ตระกูลสูงซึ่งเป็นตระกูลมหาศาลมีทรัพย์มาก ตระกูลอื่นๆ หม่อมฉันไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

๗๕

หม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่เห็นสิ่งที่ไม่พอใจเลย นี้เป็นผลแห่งโสมนัส

๗๖

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ

๗๗

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๗๘

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณของหม่อมฉันที่มีอยู่ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

๗๙

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน

๘๐

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๘๑

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอุปปลทายิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุปปลทายิกาเถริยาปทานที่ ๓ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน