คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๔๔ ข้อ๑ ฉบับ

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเถรีพราหมณกัญญา ๘๔,๐๐๐ รูป (พระเถรีพราหมณกัญญา ๘๔,๐๐๐ รูป เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๓

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉัน ๘๔,๐๐๐ นาง ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ มีมือและเท้าละเอียดอ่อน เกิดในนคร(ศาสนา)ของพระองค์

๑๔

เกิดในตระกูลแพศย์และตระกูลศูทร ข้าแต่พระมหามุนี เหล่าเทพ นาค กินนร และกัญญาจำนวนมากอยู่ในทวีปทั้ง ๔ เกิดในนคร(ศาสนา)ของพระองค์

๑๕

หญิงบางพวกบวชแล้ว ได้เห็นธรรมทั้งปวงก็มีมาก เหล่าเทพ กินนร นาค ก็จักตรัสรู้ในอนาคตกาล

๑๖

ชนทั้งหลายได้เสวยเกียรติยศทั้งปวง ได้สมบัติทั้งปวง ได้ความเลื่อมใสในพระองค์ ก็จักตรัสรู้ในอนาคต

๑๗

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระจักษุ ส่วนหม่อมฉันทั้งหลายเกิดในตระกูลพราหมณ์ เป็นธิดาของพราหมณ์ เป็นผู้มีลักษณะดี ขอกราบพระยุคลบาท

๑๘

ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ขจัดได้แล้ว ตัณหาที่เป็นรากเหง้า(แห่งอกุศล) หม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน อนุสัย หม่อมฉันทั้งหลายก็ตัดได้แล้ว ปุญญาภิสังขาร หม่อมฉันทั้งหลายก็ทำลายได้แล้ว

๑๙

หม่อมฉันทั้งปวงมีสมาธิเป็นอารมณ์ ชำนาญในสมาบัติเช่นกัน จักอยู่ด้วยฌาน และความยินดีในธรรมทุกเมื่อ

๒๐

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำ หม่อมฉันทั้งหลายได้ทำตัณหาที่นำไปสู่ภพ อวิชชา และแม้สังขารให้สิ้นไปแล้ว ตามไปรู้แจ้งซึ่งบทที่รู้ได้แสนยาก

๒๑

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) ‘เธอทั้งหลายมีอุปการะแก่เรา ผู้เดินทางไกลมาตลอดกาลนาน จงตัดความสงสัยของบริษัท ๔ แล้วทั้งหมดจงนิพพานเถิด’

๒๒

พระเถรีเหล่านั้น กราบพระยุคลบาทของพระมุนีแล้ว แสดงฤทธิ์ต่างๆ บางพวกแสดงแสงสว่าง บางพวกแสดงความมืด บางพวกแสดงอย่างอื่น

๒๓

บางพวกแสดงดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และทะเลพร้อมด้วยปลา บางพวกแสดงภูเขาสิเนรุ ภูเขาสัตตบริภัณฑ์และต้นปาริฉัตตกะ

๒๔

บางพวกแสดงภพดาวดึงส์ ยามาเทวโลกด้วยฤทธิ์ บางพวกเนรมิตตนเป็นเทวดาชั้นดุสิต เป็นเทวดาชั้นนิมมานรดี เป็นเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีผู้เป็นใหญ่ยิ่ง @เชิงอรรถ : @ อนุสัย ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร ได้แก่ สภาพที่ปรุงแต่งคือบุญ @(ดูเทียบ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๖๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน

๒๕

บางพวกแสดงตนเป็นพรหม บางพวกเนรมิตที่จงกรมมีค่ามาก และเพศพระพรหม แสดงสุญญตธรรม อยู่

๒๖

พระเถรีทั้งปวง ครั้นแสดงอิทธิฤทธิ์มีประการต่างๆ แล้วก็แสดงพลังถวายพระศาสดา ได้กราบพระยุคลบาทของพระศาสดา พลางกราบทูลว่า

๒๗

‘ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย เป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

๒๘

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันทั้งหลายก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๒๙

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณของหม่อมฉันทั้งหลาย เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

๓๐

ความพร้อมเพรียงแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก พระองค์ทรงแสดงแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี อธิการเป็นอันมากของหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

๓๑

ข้าแต่พระมหาวีระผู้เป็นพระมุนี ขอพระองค์ทรงหวนระลึกถึงกุศลกรรมเก่าของหม่อมฉันทั้งหลายเถิด หม่อมฉันทั้งหลายสั่งสมบุญไว้ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ @เชิงอรรถ : @ สุญญตธรรม ในที่นี้หมายถึงฌาน (อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๓๒๓/๒๘๙, ๓๘๕/๓๒๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน

๓๒

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป มีกรุงชื่อว่าหงสวดี เป็นที่อยู่อาศัยแห่งตระกูล ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ

๓๓

มีแม่น้ำคงคาไหลผ่านที่หน้าประตูกรุงหงสวดีอยู่ตลอดเวลา ภิกษุทั้งหลายเดือดร้อนไปไม่ได้เพราะแม่น้ำ

๓๔

น้ำเต็มตลิ่งอยู่ ๑ วันบ้าง ๒ วันบ้าง ๓ วันบ้าง ๑ สัปดาห์บ้าง ๑ เดือนบ้าง ๔ เดือนบ้าง ภิกษุเหล่านั้นจึงไปไม่ได้

๓๕

ครั้งนั้น ชาวแว่นแคว้นผู้หนึ่งมีนามว่าชัชชิยะ มีทรัพย์เป็นสาระเพื่อประโยชน์แก่ตน เห็นภิกษุทั้งหลาย จึงได้สั่งให้นายช่างจัดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขึ้นที่ฝั่งด้านหน้าเมือง

๓๖

ครั้งนั้น เขาได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำคงคา ด้วยทรัพย์หลายแสน และได้ให้สร้างวิหารถวายสงฆ์ที่ฝั่งด้านตรงกันข้าม

๓๗

ทั้งสตรี บุรุษ ตระกูลสูง และตระกูลต่ำเหล่านั้น ได้ร่วมกันสร้างสะพานและวิหารเท่าๆ กันกับนายชัชชิยะนั้น

๓๘

หม่อมฉันทั้งหลายและหมู่มนุษย์เหล่าอื่น ในนครและในชนบทล้วนมีจิตเลื่อมใส เป็นธรรมทายาทของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๓๙

ทั้งสตรี บุรุษ เด็กชาย และเด็กหญิงจำนวนมากด้วยกัน ต่างก็ช่วยกันเกลี่ยทรายลงที่สะพานและที่วิหาร

๔๐

กวาดถนน แล้วตั้งต้นกล้วย หม้อน้ำซึ่งมีน้ำเต็มเปี่ยมและปักธงขึ้น จัดธูป จุรณและดอกไม้สักการะพระศาสดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน

๔๑

หม่อมฉันทั้งหลายครั้นสร้างสะพานและวิหารเสร็จแล้ว ได้ทูลนิมนต์พระผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ถวายมหาทาน แล้วปรารถนาสัมโพธิญาณ

๔๒

ข้าแต่พระมหามุนี พระมหาวีระพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นที่เคารพของสรรพสัตว์ ทรงทำอนุโมทนาแล้ว ตรัสพยากรณ์ว่า

๔๓

‘เมื่อ ๑๐๐,๐๐๐ กัปล่วงไปแล้ว จักมีภัทรกัป บุรุษนี้ได้ความสุขในภพน้อยภพใหญ่แล้ว จักบรรลุพระโพธิญาณ

๔๔

บุรุษและสตรีที่ช่วยกันทำหัตถกรรมทั้งหมด จักมีพร้อมหน้ากันในอนาคตกาล’

๔๕

ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ชนเหล่านั้นเกิดในเทวโลกแล้ว จักเป็นคนรับใช้พระองค์

๔๖

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ เสวยสุขเป็นทิพย์ และเป็นของมนุษย์นับไม่ถ้วน ตลอดกาลนาน

๔๗

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) กรรมสมบัติหม่อมฉันทั้งหลายก็ทำไว้ดีแล้ว ในหมู่มนุษย์สุขุมาลชาติ และในเทวโลกที่ประเสริฐ

๔๘

หม่อมฉันทั้งหลายย่อมได้รูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศ ความสรรเสริญ และความสุขอันเป็นที่รัก ทั้งหมดเป็นกรรมสมบัติ ที่หม่อมฉันทั้งหลายกระทำไว้ดีแล้ว อย่างต่อเนื่อง

๔๙

เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันทั้งหลายเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในนิเวศน์ของเจ้าศากยบุตร เป็นผู้มีมือและเท้าละเอียดอ่อน

๕๐

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย ไม่เห็นแผ่นดินที่เขายังไม่ตกแต่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน และไม่เห็นภาคพื้นที่เป็นทางเดินลื่นๆ แม้ตลอดกาลทั้งปวง

๕๑

เมื่อหม่อมฉันยังครองเรือนอยู่ ชนทั้งหลายก็นำสักการะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกฤดูกาลมาให้ทุกเมื่อ เพราะผลแห่งบุพกรรมของหม่อมฉันทั้งหลาย

๕๒

หม่อมฉันทั้งหลายละการครองเรือนแล้ว บวชเป็นบรรพชิต ข้ามทางสังสารวัฏได้แล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๕๓

ทายกทายิกาหลายพันจากที่นั้นๆ นำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร มาถวายหม่อมฉันทั้งหลายตลอดเวลา

๕๔

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันทั้งหลายก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันทั้งหลายตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๕๕

การที่หม่อมฉันทั้งหลายมาในสำนัก ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันทั้งหลายได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๕๖

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ภิกษุณีบุตรีพราหมณ์ ๘๔,๐๐๐ รูปได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ เฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้ จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทานที่ ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๒๖}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน