๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอภิรูปนันทาเถรี (พระอภิรูปนันทาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำพระนามว่าวิปัสสี ทรงมีพระวรกายงดงาม มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่ง มีความเจริญในกรุงพันธุมดี เป็นสตรี มีรูปงาม น่าเอ็นดู และน่าบูชาของหมู่ชน
ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงมีความเพียรมาก ได้สดับพระธรรมแล้ว ถึงพระองค์ทรงเป็นผู้นำของนรชน เป็นที่พึ่งที่ระลึก
หม่อมฉันสำรวมอยู่ในศีล เมื่อพระผู้มีพระภาค เป็นผู้สูงสุดแห่งนระ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ได้ใช้ฉัตรทองบูชาไว้ ณ เบื้องบน แห่งพระสถูปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
หม่อมฉันเป็นผู้สละได้ขาดแล้ว มีศีลจนตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ละกายมนุษย์จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ครั้งนั้น หม่อมฉันครอบงำ(เทพธิดา)ได้ทั้งหมด ด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ (๑) รูป (๒) เสียง (๓) กลิ่น (๔) รส (๕) โผฏฐัพพะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน
(๖) อายุ (๗) วรรณะ (๘) สุข (๙) ยศ (๑๐) ความเป็นอธิบดี รุ่งโรจน์อยู่
บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นธิดาแห่งเจ้าศากยะพระนามว่าเขมกะ มีนามปรากฏว่านันทา
หมู่ชนกล่าวว่า หม่อมฉันเป็นผู้หนึ่ง ซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงาม น่าชม ในคราวที่หม่อมฉันเติบโตเป็นสาว(รู้จัก) มีรูปและผิวพรรณงดงาม
พวกเจ้าศากยะเกิดการวิวาทกันใหญ่โต เพราะเรื่องแย่งตัวหม่อมฉันนี้ ครั้งนั้น พระบิดาของหม่อมฉันดำริว่า ‘พวกเจ้าศากยะ จงอย่าพินาศเลย’ จึงให้หม่อมฉันบวช
ครั้นหม่อมฉันบวชแล้ว ได้ฟังว่า พระตถาคตเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงติเตียนรูป จึงไม่ยอมเข้าเฝ้า เพราะหม่อมฉันมีความหลงใหลรูป
หม่อมฉันขลาดต่อการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงไม่ยอมไปรับโอวาท ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงให้หม่อมฉัน เข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย
พระองค์ผู้ทรงฉลาดในมรรค ทรงเนรมิตหญิง ๓ คน ด้วยฤทธิ์ คือ (๑) หญิงสาวที่สวยเหมือนเทพอัปสร (๒) หญิงชรา (๓) หญิงที่ตายแล้ว
หม่อมฉันเห็นหญิงทั้ง ๓ แล้วเกิดความสลดใจ ไม่ยินดีในซากศพของหญิงที่ตายแล้ว มีความเบื่อหน่ายในภพ ยืนเฉยอยู่ ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำ ตรัสกับหม่อมฉันว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน
‘นันทา เธอจงดูรูปกายที่กระสับกระส่าย ไม่สะอาด เปื่อยเน่า ไหลเข้าไหลออกอยู่ ที่พวกคนเขลาพากันปรารถนายิ่งนัก
เธอจงอบรมจิตให้เป็นสมาธิมีอารมณ์เดียวด้วยอสุภารมณ์เถิด รูปนี้เป็นฉันใด รูปของเธอนั้นก็เป็นฉันนั้น รูปของเธอนั้นเป็นฉันใด รูปนี้ก็เป็นฉันนั้น
เมื่อเธอพิจารณาเห็นรูปอยู่อย่างนี้ มิได้เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน แต่นั้น ก็จะเบื่อหน่ายอยู่ด้วยปัญญาของตน’
เมื่อหม่อมฉันไม่ประมาทแล้ว พิจารณาในกายนี้อยู่โดยแยบคายว่า กายนี้ทั้งภายในและภายนอก เราได้เห็นแล้วตามความเป็นจริง
เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงเบื่อหน่ายในกาย และคลายกำหนัดในภายใน ไม่ประมาท ไม่เกาะเกี่ยว เป็นผู้สงบเย็นแล้ว
ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ
รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน
กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอภิรูปนันทาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อภิรูปนันทาเถริยาปทานที่ ๖ จบ