๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัฑฒกาสีเถรี (พระอัฑฒกาสีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร มีพระยศยิ่งใหญ่ ทรงเป็นผู้ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ครั้งนั้น หม่อมฉันบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น สำรวมในพระปาฏิโมกข์ และอินทรีย์ ๕ @เชิงอรรถ : @ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๒๐/๓๑๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน
หม่อมฉันรู้จักประมาณในอาสนะต่ำ ประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เสมอ บำเพ็ญเพียรอยู่
ในกาลนั้น หม่อมฉันมีความคิดชั่ว ได้ด่าภิกษุณีผู้ปราศจากอาสวะรูปหนึ่งครั้งเดียวว่า ‘นางแพศยา’ ต้องหมกไหม้อยู่ในนรก เพราะบาปกรรมนั้นนั่นเอง
เพราะเศษกรรมนั้นแล หม่อมฉันเกิดในตระกูลหญิงแพศยา อยู่อาศัยชายอื่นโดยมาก ในชาติสุดท้าย
หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐีในแคว้นกาสี มีความงาม ดุจนางเทพอัปสรในหมู่เทวดา ด้วยผลแห่งการประพฤติพรหมจรรย์
หมู่ชนเห็นหม่อมฉันมีรูปน่าชม จึงตั้งหม่อมฉันในฐานะเป็นหญิงคณิกา ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด เพราะผลกรรมที่ด่าภิกษุณีนั้นของหม่อมฉัน
หม่อมฉัน ได้ฟังพระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดตรัสแล้ว ผู้สมบูรณ์ด้วยบุพวาสนา(บาปบุญที่ได้อบรมมาในกาลก่อน) จึงได้บวชเป็นบรรพชิต
แต่เมื่อเดินทางไปสู่สำนักของพระชินเจ้าเพื่อจะอุปสมบท พบพวกนักเลงดักอยู่ที่หนทาง จึงได้รับการอุปสมบทโดยทูต
กรรมทั้งหมดสิ้นไปแล้ว บุญ และบาปก็สิ้นไปแล้วเหมือนกัน หม่อมฉันข้ามพ้นสังสารวัฏทั้งปวงได้แล้ว และความเป็นหญิงคณิกาหม่อมฉันก็ให้สิ้นไปแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน
ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ
รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์
กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอัฑฒกาสีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อัฑฒกาสีเถริยาปทานที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๔}