ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๓
๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัมพปาลีเถรี (พระอัมพปาลีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๒๐๔หม่อมฉันเกิดในตระกูลกษัตริย์ เป็นพระภคินีของพระมหามุนีพระนามว่าผุสสะ ผู้มีพระรัศมีงาม รุ่งเรืองดุจเทริด
๒๐๕หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว มีจิตผ่องใส ได้ถวายมหาทานแล้ว ปรารถนารูปสมบัติ
๒๐๖ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงส่องโลกให้สว่างไสว ทรงเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกในไตรโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน
๒๐๗ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกรุงอรุณที่น่ารื่นรมย์ โกรธแล้ว สาปแช่งภิกษุณีรูปหนึ่งผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วว่า
๒๐๘‘ท่านเป็นหญิงแพศยา ประพฤติอนาจาร ประทุษร้ายพระศาสนาของพระชินเจ้า’ ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว เพราะกรรมชั่วที่ทำไว้นั้น
๒๐๙หม่อมฉันต้องตกนรกที่ร้ายกาจ เพียบด้วยมหันตทุกข์ เคลื่อนจากนรกนั้นแล้ว มาเกิดในหมู่มนุษย์ ก็มีความเดือดร้อนเป็นประจำ
๒๑๐ครองตำแหน่งหญิงแพศยาอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ ชาติ ก็ยังไม่พ้นจากบาปกรรมนั้น เปรียบเหมือนคนที่กลืนกินยาพิษอย่างร้ายแรง
๒๑๑หม่อมฉันได้ออกบวชเป็นภิกษุณี มีเพศประเสริฐในศาสนาของพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะผลแห่งกรรมนั้น
๒๑๒เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดเป็นโอปปาติกะ ที่ระหว่างกิ่งต้นมะม่วง จึงมีชื่อว่าอัมพปาลี ตามนิมิตหมายนั้น
๒๑๓หม่อมฉันมีประชาชนหลายโกฏิ แห่ห้อมล้อมมาบวชในศาสนาของพระชินเจ้า เป็นลูกหญิงแห่งพระพุทธเจ้า บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว @เชิงอรรถ : @ โอปปาติกะ หมายถึงสัตว์ที่เกิดและเติบโตเต็มที่ทันที และเมื่อจุติ (ตาย) ก็หายวับไปไม่ทิ้งซากศพไว้ เช่น @เทวดา และสัตว์นรกเป็นต้น (ที.สี.อ. ๑/๑๗๑/๑๔๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน
๒๑๔ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ
๒๑๕รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุ หม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
๒๑๖อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
๒๑๗กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๒๑๘การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาที่ดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๒๑๙คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอัมพปาลีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อัมพปาลีเถริยาปทานที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๙}