ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๓
๑๐. สสปัณฑิตจริยา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. สสปัณฑิตจริยา ว่าด้วยจริยาของสสบัณฑิต
๑๒๕อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นกระต่าย เที่ยวอยู่ในป่า มีหญ้า ใบไม้ ผัก และผลไม้เป็นภักษา เว้นการเบียดเบียนผู้อื่น
๑๒๖ครั้งนั้น ลิง สุนัขจิ้งจอก ลูกนาค และเรา อยู่ร่วมสามัคคีกัน มาพบกันทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น
๑๒๗เราสั่งสอนสหายเหล่านั้น ในการทำความดีและความชั่วว่า “ท่านทั้งหลาย จงเว้นความชั่ว จงตั้งอยู่ในความดี”
๑๒๘เราเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในวันอุโบสถ จึงบอกแก่สหายเหล่านั้นว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ
๑๒๙ท่านทั้งหลายจงตระเตรียมทานเพื่อให้แก่ทักขิไณยบุคคล ให้ทานแก่ทักขิไณยบุคคลแล้ว จงอยู่จำอุโบสถ
๑๓๐สหายเหล่านั้นรับคำของเราว่า “สาธุ” แล้วได้ตระเตรียมทานต่างๆ ตามความสามารถ ตามกำลัง แล้วแสวงหาทักขิไณยบุคคล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๑. อกิตติวรรค] ๑๐. สสปัณฑิตจริยา
๑๓๑เรานอนคิดถึงทานอันสมควรแก่ทักขิไณยบุคคลว่า ‘ถ้าเราพึงได้ทักขิไณยบุคคล เราจักให้อะไรเป็นทาน
๑๓๒งา ถั่วเขียว ของเราก็ไม่มี ถั่วราชมาส ข้าวสาร เปรียงของเราก็ไม่มี เราเลี้ยงชีวิตด้วยหญ้า เราไม่อาจที่จะให้หญ้า
๑๓๓ถ้าทักขิไณยบุคคลสักท่านหนึ่งมาเพื่อขอในสำนักของเรา เราพึงให้ร่างกายของตน ทักขิไณยบุคคลจักไม่ไปเปล่า’
๑๓๔ท้าวสักกะทรงทราบความดำริของเราแล้ว จึงแปลงร่างเป็นพราหมณ์ เข้ามายังที่อยู่ของเรา เพื่อทรงทดลองทานของเรา
๑๓๕เราเห็นพราหมณ์นั้นแล้วก็ยินดี ได้กล่าวคำนี้ว่า ‘ท่านมาถึงที่อยู่ของเราแล้ว เพราะเหตุแห่งอาหารเป็นการดีแล
๑๓๖วันนี้เราจักให้ทานอันประเสริฐที่ใครๆ ไม่เคยให้แก่ท่าน ท่านผู้ประกอบด้วยศีลคุณ การเบียดเบียนผู้อื่นไม่ควรแก่ท่าน
๑๓๗ท่านจงไปนำไม้ต่างๆ มาก่อไฟให้ลุกโพลงขึ้น เราจักปิ้งตัวของเรา ท่านจักได้กินเนื้อที่สุก’
๑๓๘พราหมณ์รับคำว่า “สาธุ” แล้วมีใจร่าเริง ได้นำไม้ต่างๆ มาทำเป็นเชิงตะกอนใหญ่ ทำเป็นห้องซึ่งเต็มด้วยถ่านเพลิง
๑๓๙ก่อไฟลุกโพลงขึ้น ณ ที่นั้นทันที เหมือนไฟนั้นเป็นกองใหญ่ เพราะฉะนั้น เราสลัดตัวอันมีธุลีแล้ว เข้าไปนั่งอยู่ข้างหนึ่ง
๑๔๐ในเมื่อกองไม้ที่ไฟติดทั่วแล้วเป็นควันตลบอยู่ ขณะนั้น เราโดดลงไปในท่ามกลางระหว่างเปลวไฟ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๑. อกิตติวรรค] รวมจริยาที่มีในวรรคนี้
๑๔๑น้ำเย็นอันผู้ใดผู้หนึ่งดำลงแล้ว ย่อมระงับความกระวนกระวายและความร้อน ย่อมให้ความยินดี และปีติได้ ฉันใด
๑๔๒ในขณะที่เราเข้าไปยังไฟที่ลุกโพลง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เหมือนดำลงไปในน้ำเย็น ความกระวนกระวายทั้งปวงระงับไป
๑๔๓เราได้ให้ร่างกายทั้งสิ้นโดยไม่เหลือ คือผิว หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก และชิ้นเนื้อหัวใจแก่พราหมณ์ ฉะนี้แล สสปัณฑิตจริยาที่ ๑๐ จบ อกิตติวรรคที่ ๑ จบ รวมจริยาที่มีในวรรคนี้คือ อกิตติดาบส สังขพราหมณ์ พระเจ้าธนัญชัยกุรุราช พระเจ้ามหาสุทัศนจักรพรรดิราช มหาโควินทพราหมณ์ พระเจ้าเนมิราช จันทกุมาร พระเจ้าสิวิราช พระเวสสันดร และสสบัณฑิต ผู้ให้ทานอันประเสริฐในกาลนั้น เป็นเรานี้เอง การบริจาคเหล่านี้เป็นบริขารแห่งทาน เป็นทานบารมี เราได้ให้ชีวิตเป็นทานแก่ยาจก จึงบำเพ็ญบารมีนี้ได้ เราเห็นยาจกเข้ามาเพื่อขอแล้ว ได้สละร่างกายของตนให้ ความเสมอด้วยทานของเราไม่มี นี้เป็นทานบารมีของเรา ฉะนี้แล การบำเพ็ญทานบารมี จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๕}