คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๙ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติณสูลกฉาทนิยเถระ (พระติณสูลกฉาทนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๗๙

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้พิจารณาความเกิด ความแก่ และความตายแล้วปลีกตัวออกบวชเป็นบรรพชิตแต่ผู้เดียว

๘๐

เมื่อข้าพเจ้าเที่ยวไปโดยลำดับ ได้ไปถึงฝั่งแม่น้ำคงคา เห็นพื้นดินที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้นราบเรียบ

๘๑

จึงได้สร้างอาศรมที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น อยู่ในอาศรมของข้าพเจ้านั้น ที่จงกรมซึ่งประกอบด้วยหมู่นกนานาชนิด ซึ่งข้าพเจ้าสร้างไว้ดีแล้ว

๘๒

สัตว์ทั้งหลายอยู่ใกล้ข้าพเจ้า ก็ส่งเสียงน่ารื่นรมย์ใจ ข้าพเจ้ารื่นรมย์กับสัตว์เหล่านั้นอยู่ในอาศรม

๘๓

ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้ามีราชสีห์สามารถก้าวไปได้โดยทิศทั้ง ๔ ออกจากที่อยู่แล้ว คำรามเหมือนเสียงอสนีบาต

๘๔

ก็เมื่อราชสีห์คำรน ข้าพเจ้าเกิดความร่าเริง ค้นหาราชสีห์อยู่ จึงได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

๘๕

ครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก พระนามว่าติสสะ ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง บันเทิงใจ จึงบูชาพระองค์ ด้วยเกสรดอกกากะทิง

๘๖

ได้ชื่นชมพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้เหมือนดวงอาทิตย์กำลังอุทัย เหมือนต้นพญาไม้สาละซึ่งมีดอกเบ่งบาน เหมือนดาวประกายพรึกกำลังทอแสงสว่างไสวว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

๘๗

พระสัพพัญญู พระองค์ทรงยังโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก ให้สว่างด้วยพระญาณของพระองค์ เขาเหล่านั้นทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยจึงพ้นจากชาติได้

๘๘

เพราะไม่ได้เฝ้าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง สัตว์ทั้งหลายจึงถูกราคะและโทสะครอบงำ แล้วพากันตกไปในนรกอเวจี

๘๙

เพราะอาศัยการได้เข้าเฝ้าพระองค์ ผู้สัพพัญญู ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก สัตว์ทั้งปวงจึงหลุดพ้นจากภพแล้วบรรลุอมตบท

๙๐

เมื่อใด พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มีพระจักษุ มีพระรัศมี เสด็จอุบัติขึ้น เมื่อนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นจะทรงแผ่พระรัศมีมีแสงสว่าง แผดเผากิเลส(ของเหล่าสัตว์) ให้สิ้นไป

๙๑

ข้าพเจ้าได้สดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของสัตว์โลกแล้ว มีจิตร่าเริง บันเทิงใจ ได้บูชาพระองค์ด้วยดอกมะลิซ้อน

๙๒

พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

๙๓

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใส ถือดอกไม้กั้น(แดด)ให้เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๙๔

ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติในเทวโลกตลอด ๒๕ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

๙๕

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน นี้เป็นผลแห่งการกระทำการบูชาด้วยดอกไม้

๙๖

ก็คนที่ใช้ดอกไม้กั้น(แดด)ให้เราตั้งแต่เช้าจดเย็น จักเป็นผู้ประกอบด้วยกรรมดีปรากฏต่อไปในภายภาคหน้า

๙๗

เขาปรารถนาสิ่งใดๆ สิ่งนั้นๆ จักปรากฏตามความประสงค์ เขาทำความดำริชอบให้บริบูรณ์ จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน ภาณวารที่ ๑๘ จบ

๙๘

ข้าพเจ้านั่งบนอาสนะเดียว มีสติสัมปชัญญะ เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ได้บรรลุพระอรหัต

๙๙

ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเดิน ยืน นั่ง นอนอยู่ก็ตาม ย่อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดอยู่ทุกขณะ

๑๐๐

ความพร่องในปัจจัยนั้นๆ คือจีวร บิณฑบาต คิลานปัจจยเภสัชบริขาร ที่นอน ที่นั่ง มิได้มีแก่ข้าพเจ้า นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

๑๐๑

บัดนี้ ข้าพเจ้าบรรลุอมตบทที่สงบระงับอย่างยอดเยี่ยม กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

๑๐๒

ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๔. มธุมังสทายกเถราปทาน

๑๐๓

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวง ข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๐๔

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑๐๕

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติณสูลกฉาทนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานที่ ๓ จบ ๔. มธุมังสทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมธุมังสทายกเถระ (พระมธุมังสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๐๖

ข้าพเจ้าเป็นคนฆ่าสุกรอยู่ในกรุงพันธุมดี ได้ต้มเครื่องในแล้วใส่ผสมลงในเนื้อชั้นดี

๑๐๗

ข้าพเจ้าได้ไปยังที่ประชุมสงฆ์ รับบาตรมาใบหนึ่ง บรรจุบาตรนั้นจนเต็มแล้ว ได้ถวายภิกษุสงฆ์ @เชิงอรรถ : @ ภพทั้งปวง ได้แก่ กรรมภพ อุปัตติภพ, กามภพ รูปภพ อรูปภพ, สัญญีภพ อสัญญีภพ เนวสัญญีนา- @สัญญีภพ, เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๒๑/๓๗๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๖}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน