กัลยาณวรรค
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กัลยาณวรรค
ป. ท่านหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น ๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ตอนนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ปุริลการานุโยค"
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่วหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส.เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างมหาปฐพี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปนานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯ มหาปฐวิยา กาตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างมหาสมุทร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ มหาสมุทฺทสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างขุนเขาสิเนรุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณ- ปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรม ชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นน้ำ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างน้ำ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ อาปสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่วหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นไฟ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างไฟ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ เตชสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นลม ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างลม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯ วายสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมดีกรรมชั่วเป็นอื่น ผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญานิ กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ท่านหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคล ผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยนิพพานหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขา สิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวยวิบาก ของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิบากของกรรมดีและกรรมชั่วเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี กรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๓๔.๑} กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๓๔.๒} กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๓๔.๓} กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๓๔.๔} กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๓๔.๕} กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ท่านหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอัน เป็นทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอัน เป็นทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขอันเป็นทิพย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ทิพฺพํ สุขํ อญฺโญ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ท่านหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล ฯ อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็น หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขของมนุษย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ก็เป็นอื่นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ มานุสกํ สุขํ อญฺโญ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุกข์ที่มีในอบายเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ อาปายิกํ ทุกฺขํ อญฺโญ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรกหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีใน นรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีใน นรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุกข์ที่มีในนรกเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ เนรยิกํ ทุกฺขํ อญฺโญ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวย วิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณ- ปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวย วิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์บุคคลอื่นทำให้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณ- ปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง ไม่ใช่การทำของคนอื่น เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสยํการํ อปรการํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคล นั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หา ไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคล นั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวย ก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ สุขและทุกข์ตัวทำเอง ด้วย คนอื่นทำให้ด้วย สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง มิใช่การทำของบุคคล อื่นเกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทติ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทติ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺติ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๑๖๓.๑} โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทติ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทติ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺติ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตํ สุขทุกฺขํ ปรกตํ สุขทุกฺขํ สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขํ อสยํการํ อปรการํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. กรรมมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้ทำกรรมก็มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ ป. ถูกแล้ว ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มีแก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างบุคคลจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างนิพพานจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้น ผู้สร้างหญ้า ไม้ และ ต้นไม้เจ้าป่า จึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ บุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมเป็นอื่น บุคคลผู้ทำกรรมก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิบากมีอยู่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เสวยวิบากมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยบุคคลจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยนิพพานจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ ฯลฯ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยหญ้า ไม้ และ ต้นไม้เจ้าป่าจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิบากเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ย่อ กัลยาณวรรค จบ
กมฺมํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส การโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ ปุคฺคลสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถีติ ฯ นิพฺพานสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อตฺถีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อตฺถีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อตฺถีติ ฯ อาโป อตฺถีติ ฯ เตโช อตฺถีติ ฯ วาโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมการโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ {๑๖๔.๑} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อตฺถีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อตฺถีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อตฺถีติ ฯ อาโป อตฺถีติ ฯ เตโช อตฺถีติ ฯ วาโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ วิปาโก อญฺโญ วิปากปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขิตฺตํ ฯ กลฺยาณวคฺโค ปฐโม ฯ