นิคคหกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๖ นิคคหกถา
นิคฺคหกถา
สกวาที บุคคลอื่น ข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า จิตของบุคคลอื่นอย่ากำหนัด อย่างประดุษร้าย อย่า หลง อย่าเศร้าหมอง ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า ผัสสะที่เกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลอื่น อย่าดับไปเลย ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นข่มได้ว่า เวทนาที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ สัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ เจตนาที่เกิดขึ้นแล้ว จิตที่เกิดขึ้นแล้ว ศรัทธาที่เกิดแล้ว วิริยะที่เกิดขึ้น แล้วสติที่เกิดขึ้นแล้ว สมาธิที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้วแก่ บุคคล อื่น อย่าดับไปเลย ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ มา รชฺชิ มา ทุสฺสิ มา มุยฺหิ มา กิลิสฺสีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา สญฺญา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เจตนา อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนา สทฺธา อุปฺปนฺนํ วิริยํ อุปฺปนฺนา สติ อุปฺปนฺโน สมาธิ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นละราคะ ละโทสะ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ เพื่อประโยชน์แก่ บุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ราคํ ปชหติ โทสํ ปชหติ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นเจริญมรรค เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ เจริญโพชฌงค์ เพื่อประโยชน์ แก่บุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย มคฺคํ ภาเวติ สติปฏฺฐานํ ภาเวติ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นย่อมข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ยังมรรคให้เกิด เพื่อประโยชน์ แก่บุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแก่บุคคลอื่น สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ คนหนึ่งทำ อีกคนหนึ่งเสวยผล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลทำบาปด้วยตนเอง ย่อมเศร้าหมอง ด้วยตนเทียว ไม่ทำบาปด้วยตน ย่อมหมดจดด้วยตนเทียว ความ หมดจด ความไม่หมดจด เป็นของเฉพาะตน คนอื่นจะยังคนอื่นให้ หมดจดไม่ได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตเพื่อบุคคลอื่นได้ ดังนี้
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อตฺตนาว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนาว วิสุชฺฌติ สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่ มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลอื่นข่มจิตของบุคคลอื่นได้ นิคคหกถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ นิคฺคณฺหาตีติ ฯ นิคฺคหกถา ฯ