ปัคคหกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปัคคหกถา
ปคฺคหกถา
สกวาที บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นประคองได้ว่า จิตของบุคคลอื่นอย่ากำหนัด อย่าประทุษร้าย อย่าหลง อย่าเศร้าหมอง ดังนี้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ มา รชฺชิ มา ทุสฺสิ มา มุยฺหิ มา กิลิสฺสีติ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นยังกุศลมูลคืออโลภะให้เกิด ยังกุศลมูลคืออโทสะให้เกิด ยัง กุศลมูลคืออโมหะให้เกิด ยังศรัทธาให้เกิด ยังวิริยะให้เกิด ยังสติ ให้เกิด ยังสมาธิให้เกิด ยังปัญญาให้เกิด แก่บุคคลอื่นได้ หรือ? @ ขุ. ธ. ข้อ ๒๒ หน้า ๓๗ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อโลภํ กุสลมูลํ ชเนติ อโทสํ กุสลมูลํ ชเนติ อโมหํ กุสลมูลํ ชเนติ สทฺธํ ชเนติ วิริยํ ชเนติ สตึ ชเนติ สมาธึ ชเนติ ปญฺญํ ชเนตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นประคองไว้ได้ว่า ผัสสะที่เกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลอื่น อย่าดับไปเลย ดังนี้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นประคองไว้ได้ว่า เวทนาที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว แก่บุคคลอื่น อย่าดับไปเลย ดังนี้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นละราคะ ละโทสะ ละโมหะ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ เพื่อ ประโยชน์แก่บุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ราคํ ปชหติ โทสํ ปชหติ โมหํ ปชหติ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นเจริญมรรค เจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ เจริญโพชฌงค์ เพื่อ ประโยชน์แก่บุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย มคฺคํ ภาเวติ สติปฏฺฐานํ ภาเวติ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นกำหนดรู้ทุกข์ ฯลฯ ยังมรรคให้เกิดเพื่อประโยชน์แก่บุคคล อื่นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปโร ปรสฺส อตฺถาย ทุกฺขํ ปริชานาติ ฯเปฯ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแก่บุคคลอื่น สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ คนหนึ่งทำคน หนึ่งเสวยผล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลทำบาปด้วยตน ฯลฯ คนอื่นยัง คนอื่นให้หมดจดไม่ได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้
ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อตฺตนาว กตํ ปาปํ ฯเปฯ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่ มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ชนผู้บรรลุความเป็นผู้มีกำลังมีอยู่ ชนซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลอื่นประคองจิตของบุคคลอื่นได้ ปัคคหกถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ พลปฺปตฺตา อตฺถิ วสีภูตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปโร ปรสฺส จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ ฯ ปคฺคหกถา ฯ ---------