คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๔

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องทรงมนสิการปฏิจจสมุปบาท๒. อชปาลกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นอชปาลนิโครธ๓. มุจลินทกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นมุจลินท์๔. ราชายตนกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นราชายตนะ๕. พรหมยาจนกถา ว่าด้วยพรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมพรหมนิคมคาถา เรื่องทรงพิจารณาเวไนยสัตว์เปรียบด้วยดอกบัว๖. ปัญจวัคคิยกถา ว่าด้วยภิกษุปัญจวัคคีย์ เรื่องอาฬารดาบสกาลามโคตร เรื่องอุททกดาบสรามบุตรเรื่องอุปกาชีวกเรื่องทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรภิกษุปัญจวัคคีย์ทูลขอการบรรพชาอุปสมบทอนัตตลักขณสูตรเรื่องยสกุลบุตร บิดาตามหายสกุลบุตร ยสกุลบุตรสำเร็จพระอรหัตตผล มารดาและภรรยาเก่าของพระยสะได้ธรรมจักษุ เรื่องการบรรพชาของสหาย ๔ คนของพระยสะ เรื่องการบรรพชาของสหาย ๕๐ คนของพระยสะ ๘. มารกถา ว่าด้วยมาร เรื่องส่งพระอรหันต์ ๖๐ รูป ไปประกาศศาสนา๙. ปัพพัชชูปสัมปทากถา ว่าด้วยการบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์ เรื่องทรงอนุญาตภิกษุบรรพชาอุปสมบทให้กุลบุตร ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ๑๐. ทุติยมารกถา ว่าด้วยมาร เรื่องที่ ๒ เรื่องทรงแนะวิธีให้ได้อนุตตรวิมุตติ ๑๑. ภัททวัคคิยวัตถุ ว่าด้วยภิกษุภัททวัคคีย์ เรื่องทรงแสดงธรรมโปรดภัททวัคคีย์ ๓๐ คนเรื่องชฎิล ๓ พี่น้อง ปาฏิหาริย์ที่ ๑ เรื่องโรงบูชาไฟ ปาฏิหาริย์ที่ ๒ เรื่องท้าวมหาราชทั้ง ๔ ปาฏิหาริย์ที่ ๓ เรื่องท้าวสักกะ ปาฏิหาริย์ที่ ๔ เรื่องท้าวสหัมบดีพรหม ปาฏิหาริย์ที่ ๕ เรื่องชาวอังคะและมคธ เรื่องผ้าบังสุกุล เรื่องสระโบกขรณี เรื่องขยำผ้าบังสุกุลบนแผ่นศิลา เรื่องพาดผ้าบังสุกุลบนต้นกุ่ม เรื่องผึ่งผ้าบังสุกุลบนแผ่นศิลา ปาฏิหาริย์เก็บผลหว้า ปาฏิหาริย์เก็บผลมะม่วง ผลมะขามป้อม ดอกปาริฉัตร เรื่องพวกชฎิลผ่าฟืน เรื่องพวกชฎิลก่อไฟ เรื่องพวกชฎิลดับไฟ เรื่องพวกชฎิลดำน้ำ เรื่องภาชนะใส่ไฟ เรื่องฝนตกน้ำท่วม ชฎิล ๓ พี่น้องทูลขอการบรรพชาอุปสมบท อาทิตตปริยายสูตรเรื่องสวนตาลหนุ่ม เรื่องพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องความปรารถนา ๕ ประการของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ คาถาสดุดีพระพุทธเจ้าพระอัสสชิแสดงธรรม สารีบุตรปริพาชกได้ธรรมจักษุ สารีบุตรปริพาชกเปลื้องคำสัญญา โมคคัลลานปริพาชกได้ธรรมจักษุ สองสหายไปอำลาอาจารย์ ทรงพยากรณ์พระอัครสาวก ทูลขอการบรรพชาอุปสมบท เรื่องกุลบุตรชาวมคธมีชื่อเสียงบรรพชาเรื่องภิกษุนุ่งห่มไม่เรียบร้อย ทรงอนุญาตอุปัชฌาย์ วิธีถืออุปัชฌาย์ อุปัชฌายวัตร๑๖. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยสัทธิวิหาริกวัตร๑๗. ปณามิตกถา ว่าด้วยการประณาม เรื่องทรงอนุญาตให้ประณาม วิธีประณาม สัทธิวิหาริกไม่ขอขมา อุปัชฌาย์ไม่รับการขอขมา ทรงปรับทุกกฏเมื่อประณามไม่ถูกต้อง องค์แห่งการประณามเรื่องพราหมณ์ซูบผอมเพราะไม่ได้บวช อุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรม วิธีให้อุปสมบทและกรรมวาจาให้อุปสมบท เรื่องภิกษุประพฤติไม่สมควร วิธีขอการอุปสมบท กรรมวาจาให้อุปสมบท เรื่องพราหมณ์บวชเพราะเห็นแก่ปากท้อง นิสสัย ๔๑๘. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร เรื่องการบอกนิสสัยแก่มาณพก่อนบวช เรื่องให้อุปสมบทด้วยคณะ เรื่องอุปัชฌาย์มีพรรษาเดียวให้กุลบุตรบวช พุทธประเพณี ทรงตำหนิเรื่องอุปัชฌาย์โง่เขลา เรื่องอุปัชฌาย์หลีกไป เรื่องถือนิสสัยอยู่ ๑๐ พรรษา วิธีถือนิสสัยอาจริยวัตร๑๙. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยอันเตวาสิกวัตรเรื่องอันเตวาสิกไม่ประพฤติชอบ เรื่องทรงอนุญาตให้ประณาม วิธีประณาม อันเตวาสิกไม่ขอขมา อาจารย์ไม่รับการขอขมา ทรงปรับทุกกฏเมื่อประณามไม่ถูกต้อง องค์แห่งการประณาม๒๑. พาลอัพยัตตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุโง่ไม่ฉลาด เรื่องอาจารย์โง่เขลา ๒๒. นิสสยปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิสสัย เรื่องนิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์และอาจารย์๒๓. อุปสัมปาเทตัพพปัญจกะ ว่าด้วยองค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ควรให้อุปสมบท ๑๖ หมวด เรื่องภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ๒๔. อุปสัมปาเทตัพพฉักกะ ว่าด้วยองค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ควรให้อุปสมบท ๑๔ หมวด เรื่องภิกษุประกอบด้วยองค์ ๖ติตถิยปริวาส วิธีให้ติตถิยปริวาส ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ คำขอติตถิยปริวาสและกรรมวาจาให้ติตถิยปริวาส ข้อปฏิบัติที่มิให้สงฆ์ยินดี ข้อปฏิบัติที่ให้สงฆ์ยินดี เรื่องอัญเดียรถีย์เปลือยไม่โกนผม เรื่องชฎิลบูชาไฟ เรื่องอัญเดียรถีย์ศากยะเรื่องอันตรายิกธรรม ทรงห้ามคนเป็นโรคติดต่อบรรพชา๒๗. ราชภฏวัตถุ ว่าด้วยราชภัฏบรรพชา พระเจ้าพิมพิสารทูลขออนุญาต เรื่องพระเจ้าพิมพิสารทูลขอห้ามให้ราชภัฏบรรพชา๒๘. อังคุลิมาลโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรองคุลีมาลบรรพชา เรื่องห้ามโจรมีชื่อเสียงบรรพชา๒๙. การเภทกโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรแหกเรือนจำบรรพชา ๓๐. ลิขิตกโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรถูกออกหมายจับบรรพชา ๓๒. ลักขณาหตวัตถุ ว่าด้วยบุรุษถูกสักหมายโทษบรรพชา๓๓. อิณายิกวัตถุ ว่าด้วยลูกหนี้บรรพชา๓๔. ทาสวัตถุ ว่าด้วยทาสบรรพชา๓๕. กัมมารภัณฑวัตถุ ว่าด้วยบุตรช่างทองผมจุกห้าแหยมบรรพชา ๓๖. อุปาลิทารกวัตถุ ว่าด้วยเด็กชายอุบาลีบรรพชา เด็กชายอุบาลีออกบวช เรื่องทรงห้ามกุลบุตรอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปีอุปสมบท๓๗. อหิวาตกโรควัตถุ ว่าด้วยอหิวาตกโรค กำหนดอายุผู้บรรพชาเป็นสามเณร เรื่องบรรพชาให้เด็กอายุหย่อนกว่า ๑๕ ปีของตระกูลมีศรัทธา ๓๘. กัณฏกวัตถุ ว่าด้วยสามเณรกัณฏกะ๓๙. อาหุนทริกวัตถุ ว่าด้วยทิศคับแคบ ๔๐. นิสสยมุจจนกกถา ว่าด้วยการถือนิสสัยและการพ้นนิสสัย ทรงอนุญาตให้ถือนิสสัย องค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ต้องถือนิสสัย องค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย องค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ต้องถือนิสสัย องค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย๔๑. ราหุลวัตถุ ว่าด้วยพระราหุลกุมารบรรพชา พระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณร วิธีให้บรรพชา ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เรื่องพระเจ้าสุทโธทนะทูลขอพร ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาดมีสามเณรหลายรูปไว้อุปัฏฐาก ๔๒. สิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทของสามเณร๔๓. ทัณฑกัมมวัตถุ ว่าด้วยการลงทัณฑกรรมสามเณร เรื่องวิธีลงทัณฑกรรม เรื่องห้ามฉันทางปาก ๔๔. อนาปุจฉาวรณวัตถุ ว่าด้วยการกักกันสามเณรโดยไม่บอกอุปัชฌาย์ ๔๕. อปลาฬนวัตถุ ว่าด้วยการเกลี้ยกล่อมสามเณร ทรงห้ามเกลี้ยกล่อมสามเณร ๔๖. กัณฏกสามเณรวัตถุ ว่าด้วยการนาสนะสามเณรกัณฏกะ องค์ ๑๐ สำหรับนาสนะสามเณร๔๗. ปัณฑกวัตถุ ว่าด้วยบัณเฑาะก์บรรพชา ห้ามบัณเฑาะก์อุปสมบท๔๘. เถยยสังวาสวัตถุ ว่าด้วยคนลักเพศและคนเข้ารีตเดียรถีย์บรรพชา ห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีตอุปสมบท๔๙. ติรัจฉานคตวัตถุ ว่าด้วยสัตว์ดิรัจฉานบรรพชา นาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบรรพชา๕๐. มาตุฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่ามารดาขอบรรพชา ห้ามคนฆ่ามารดาอุปสมบท ๕๑. ปิตุฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่าบิดาขอบรรพชา ห้ามคนฆ่าบิดาอุปสมบท ๕๒. อรหันตฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่าพระอรหันต์บรรพชา ห้ามคนฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท๕๓. ภิกขุนีทูสกวัตถุ ว่าด้วยคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นบรรพชา ห้ามคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นอุปสมบท เรื่องคนทำลายสงฆ์ เรื่องคนทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต๕๔. อุภโตพยัญชนก ว่าด้วยอุภโตพยัญชนกบรรพชา ห้ามอุภโตพยัญชนกอุปสมบท๕๕. อนุปัชฌายกาทิวัตถุ ว่าด้วยคนไม่มีอุปัชฌาย์อุปสมบทเป็นต้น เรื่องคนมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ เรื่องคนมีคณะเป็นอุปัชฌาย์ เรื่องคนมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์เป็นต้น ๕๖. อปัตตกาทิวัตถุ ว่าด้วยคนไม่มีบาตรอุปสมบทเป็นต้น ห้ามคนไม่มีบาตรอุปสมบท เรื่องคนไม่มีจีวร เรื่องคนไม่มีทั้งบาตรและจีวร เรื่องคนยืมบาตร เรื่องคนยืมจีวร เรื่องคนยืมบาตรและจีวร ๕๗. ปัพพาเชตัพพทวัตติงสวาร ว่าด้วยบุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก เรื่องทรงห้ามให้คนมือด้วนเป็นต้นบรรพชา๕๘. อลัชชีนิสสยวัตถุ ว่าด้วยการให้นิสสัยแก่ภิกษุอลัชชี เรื่องทรงห้ามการให้นิสสัยแก่ภิกษุอลัชชี เรื่องทรงห้ามการถือนิสสัยภิกษุอลัชชี ๕๙. คมิกาทินิสสยวัตถุ ว่าด้วยการถือนิสสัยของภิกษุผู้เดินทางเป็นต้น เรื่องภิกษุผู้เดินทางไกลไม่ต้องถือนิสสัย เรื่องภิกษุไข้ไม่ต้องถือนิสัย เรื่องภิกษุผู้พยาบาลไข้ไม่ต้องถือนิสสัย เรื่องไม่ต้องถือนิสสัยเพราะหาผู้ให้นิสสัยไม่ได้๖๐. โคตเตนอนุสสาวนานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตอุปสมบทกรรมโดยสวดระบุโคตรของอุปัชฌาย์ เรื่องพระมหากัสสปะนิมนต์พระอานนท์มาสวดนาค ๖๑. เทฺวอุปสัมปทาเปกขาทิวัตถุ ว่าด้วยอุปสมบทอุปสัมปทาเปกขะ ๒ คนเป็นต้น เรื่องแย่งกันอุปสมบทก่อน เรื่องอุปสมบทครั้งละ ๓ คน มีอุปัชฌาย์รูปเดียว ๖๒. คัพภวีสูปสัมปทานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตอุปสมบทให้กุลบุตรโดยนับอายุ ๒๐ ปีทั้งอยู่ในครรภ์ เรื่องพระกุมารกัสสปะ ๖๓. อุปสัมปทาวิธิ ว่าด้วยอุปสมบทวิธี เรื่องอุปสัมบันถูกโรคเบียดเบียน เรื่องถามอันตรายิกธรรมกับอุปสัมปทาเปกขะ เรื่องสอนซ้อมก่อนถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุยังไม่ได้รับแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขะเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบท คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา๖๔. จัตตารินิสสยะ ว่าด้วยนิสสัย ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้บอกนิสสัย ๔ ๖๕. จัตตาริอกรณียะ ว่าด้วยอกรณียกิจ ๔ เรื่องทิ้งภิกษุบวชใหม่ไว้ตามลำพัง ทรงอนุญาตให้บอกอกรณียกิจ ๔ ๖๖. อาปัตติอทัสสนอุกขิตตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นอาบัติ เรื่องภิกษุถูกลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ เรื่องภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป๖๗. รวมเรื่องที่มีในมหาขันธกะ๖๘. สันนิปาตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้สงฆ์ประชุมกัน เรื่องปริพาชกอัญเดียรถีย์ เรื่องพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ ทรงอนุญาตวันประชุม เรื่องภิกษุประชุมนั่งนิ่ง เรื่องทรงอนุญาตให้กล่าวธรรมในวันประชุม ๖๙. ปาติโมกขุทเทสานุชานนา ว่าด้วยการทรงอนุญาตปาติโมกขุทเทส เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด นิทานุทเทสวิภังค์ เรื่องภิกษุยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทุกวัน เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงปักษ์ละครั้ง เรื่องพระฉัพพัคคีย์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่บริษัทเท่าที่มี เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุผู้พร้อมเพรียง เรื่องทรงอนุญาตความพร้อมเพรียงกำหนดอาวาสเดียว ๗๐. มหากัปปินวัตถุ ว่าด้วยพระมหากัปปินเถระ เรื่องมัททกุจฉิมฤคทายวันสมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา วิธีสมมติสีมา กรรมวาจาสมมติสีมา เรื่องสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด เรื่องสมมตินทีปารสีมา (สีมาคร่อมแม่น้ำ)๗๒. อุโปสถาคารกถา ว่าด้วยโรงอุโบสถ เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงตามบริเวณวิหาร วิธีสมมติโรงอุโบสถและกรรมวาจาสมมติโรงอุโบสถ เรื่องสมมติโรงอุโบสถ ๒ แห่งในอาวาสเดียวกัน วิธีถอนโรงอุโบสถและกรรมวาจาถอนโรงอุโบสถ ๗๓. อุโปสถปมุขานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ เรื่องสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินไป วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติพื้นที่ด้านหน้าในโรงอุโบสถ เรื่องภิกษุนวกะลงประชุมก่อน ทรงอนุญาตให้ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน๗๔. อวิปปวาสสีมานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องกรุงราชคฤห์ วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องสมมติแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติติจีวราวิปปวาสสีมาเว้นบ้านและอุปจารบ้าน ๗๕. สีมาสมูหนนา ว่าด้วยการถอนสีมา เรื่องสมมติสมานสังวาสสีมาก่อน วิธีถอนและกรรมวาจาถอนแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องถอนสมานสังวาสสีมาภายหลัง วิธีถอนและกรรมวาจาถอนสมานสังวาสสีมา ๗๖. คามสีมาทิ ว่าด้วยคามสีมาเป็นต้น อพัทธสีมา เรื่องอุทกุกเขปสีมาในแม่น้ำเป็นต้น เรื่องสีมาคาบเกี่ยว สมมติสีมาทับสีมา๗๗. อุโปสถเภทาทิ ว่าด้วยประเภทแห่งวันอุโบสถเป็นต้น เรื่องประเภทแห่งวันอุโบสถ เรื่องอาการที่ทำอุโบสถ๗๘. สังขิตตปาติโมกขุทเทสาทิ ว่าด้วยการยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อเป็นต้น เรื่องประเภทแห่งปาติโมกขุทเทส ทรงห้ามยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อ เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปกติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อ เมื่อชาวป่ามาพลุกพล่าน เรื่องอันตราย ๑๐ ประการ๗๙. วินยปุจฉนกถา ว่าด้วยการถามพระวินัย เรื่องถามพระวินัยท่ามกลางสงฆ์ต้องได้รับแต่งตั้งก่อน วิธีแต่งตั้งเป็นผู้ถาม กรรมวาจาแต่งตั้งตนเอง กรรมวาจาแต่งตั้งผู้อื่น เรื่องคุกคามจะฆ่า ๘๐. วินยวิสัชชนกถา ว่าด้วยการวิสัชนาพระวินัย เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์วิสัชนาพระวินัย วิธีแต่งตั้งเป็นผู้วิสัชนา กรรมวาจาแต่งตั้งตน กรรมวาจาแต่งตั้งผู้อื่น เรื่องคุกคามจะฆ่าเรื่องที่ ๒ ๘๑. โจทนากถา ว่าด้วยการฟ้องร้อง เรื่องโจทด้วยอาบัติ เรื่องขอโอกาสก่อนโจท ก่อนขอโอกาสต้องพิจารณาดูบุคคล ๘๒. อธัมมกัมมปฏิกโกสนาทิ ว่าด้วยการคัดค้านทำกรรมที่ไม่ชอบด้วยธรรมเป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตคัดค้านกรรมที่ไม่ชอบด้วยธรรม เรื่องภิกษุ ๔-๕ รูปแสดงความเห็น เรื่องจงใจยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงไม่ให้ได้ยิน เรื่องพยายามยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีคฤหัสถ์ เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยไม่ได้รับอาราธนา๘๓. ปาติโมกขุทเทสกอัชเฌสนาทิ ว่าด้วยการอาราธนาผู้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเป็นต้น เรื่องภิกษุชาวเมืองโจทนาวัตถุไม่รู้จักอุโบสถ เรื่องภิกษุมากรูปไม่รู้จักอุโบสถ เรื่องส่งภิกษุไปเรียนปาติโมกข์พอจะกลับมาทันในวันนั้น ๘๔. ปักขคณนาทิอุคคหณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้เรียนวิธีนับปักษ์เป็นต้น เรื่องวิธีการนับปักษ์ เรื่องทรงอนุญาตให้นับภิกษุในวันอุโบสถ เรื่องไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านไกล เรื่องนึกไม่ได้ ๘๕. ปุพพกรณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตบุพพกรณ์ เรื่องบุพพกรณ์และบุพพกิจในโรงอุโบสถ เรื่องปูอาสนะและตามประทีปเป็นต้น ๘๖. ทิสังคมิกาทิวัตถุ ว่าด้วยภิกษุไปสู่ทิศเป็นต้น เรื่องภิกษุจะไปไหนต้องบอกลาก่อน เรื่องควรสงเคราะห์ภิกษุผู้เป็นพหูสูต เรื่องส่งภิกษุไปพอจะกลับมาทันในวันนั้น เรื่องจำพรรษาในอาวาสที่มีผู้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงได้๘๗. ปาริสุทธิทานกถา ว่าด้วยการมอบปาริสุทธิ เรื่องภิกษุไข้มอบปาริสุทธิ ๘๘. ฉันททานกถา ว่าด้วยการมอบฉันทะ เรื่องทำกรรมที่จะต้องทำ วิธีมอบฉันทะ ๘๙. ญาตกาทิคหณกถา ว่าด้วยพวกญาติเป็นต้นจับภิกษุ เรื่องภิกษุถูกพวกญาติเป็นต้นจับไว้ ๙๐. อุมมัตตกสมมติ ว่าด้วยการสมมติภิกษุวิกลจริต วิธีให้อุมมัตตกสมมติและกรรมวาจาให้อุมมัตตกสมมติ๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอุโบสถมีอุโบสถเป็นการสงฆ์เป็นต้น เรื่องภิกษุ ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป และ ๑ รูปทำอุโบสถ ๓ อย่าง ตามลำดับ เรื่องภิกษุ ๔ รูป ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เรื่องภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๓ รูปและกรรมวาจา คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๒ รูป คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า เรื่องภิกษุรูปเดียวอธิษฐานอุโบสถ๙๒. อาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขอาบัติ เรื่องภิกษุต้องอาบัติในวันอุโบสถ ไม่แน่ใจในอาบัติ เรื่องแสดงสภาคาบัติ ๙๓. อาปัตติอาวิกรณวิธิ ว่าด้วยวิธีเปิดเผยอาบัติ เรื่องระลึกอาบัติได้เมื่อจะยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เมื่อกำลังยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงไม่แน่ใจในอาบัติ ๙๔. สภาคาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขสภาคาบัติ เรื่องสงฆ์ทั้งหมดต้องสภาคาบัติ สงฆ์ทั้งหมดไม่แน่ใจในสภาคาบัติ เรื่องไม่รู้จักชื่อและโคตรอาบัติ๙๕. อนาปัตติปัณณรสกะ ว่าด้วยการทำอุโบสถโดยไม่ต้องอาบัติ ๑๕ กรณี ๙๖. วัคคาวัคคสัญญิปัณณรสกะ ว่าด้วยแบ่งพวกกันอยู่และสำคัญว่าแบ่งพวกกัน ๑๕ กรณี ๙๗. เวมติกปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุไม่แน่ใจทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๙๘. กุกกุจจปกตปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุกังวลใจทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๙๙. เภทปุเรกขารปัณณรสกะ ว่าด้วยมุ่งทำความแตกร้าวทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๑๐๐. สีโมกกันติกเปยยาล ว่าด้วยการละข้อความเกี่ยวกับภิกษุเข้าสู่สีมา เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น ๑๐๒. นานาสังวาสกาทิอุโปสถกรณะ ว่าด้วยภิกษุเป็นนานาสังวาสเป็นต้นทำอุโบสถ ๑๐๓. นคันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๔. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลที่ควรเว้นในอุโบสถกรรม เรื่องปาริวาสิกปาริสุทธิ๑๐๖. รวมเรื่องที่มีในอุโปสถขันธกะ๑๐๗. วัสสูปนายิกานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตการเข้าจำพรรษา เรื่องทรงอนุญาตให้ภิกษุเข้าจำพรรษาในฤดูฝน เรื่องประเภทแห่งวันเข้าพรรษา ๑๐๘. วัสสานจาริกาปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยทรงห้ามเที่ยวจาริกระหว่างพรรษาเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์เที่ยวจาริกในระหว่างพรรษา เรื่องปรับอาบัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เข้าพรรษา เรื่องจงใจเดินผ่านอาวาส เรื่องการเลื่อนกาลฝน ๑๐๙. สัตตาหกรณียานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อเขาสร้างวิหารถวายเป็นต้น เรื่องอุบาสกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย๑๐๙. สัตตาหกรณียานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อเขาสร้างวิหารถวายเป็นต้น เรื่องอุบาสกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย ๑๑๐. ปัญจอัปปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อสหธรรมิกทั้ง ๕ จะไม่ส่งทูตมา เรื่องภิกษุเป็นไข้เป็นต้น สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยภิกษุ ๑๐ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยภิกษุณี ๙ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสิกขมานา ๖ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสามเณร ๖ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสามเณรี ๖ กรณี ๑๑๑. สัตตอัปปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อบุคคล ๗ จำพวกจะไม่ส่งทูตมา เรื่องมารดาบิดาเป็นไข้ ๑๑๒. ปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อพี่ชายน้องชายเป็นต้นส่งทูตมา ทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเฉพาะกิจของสงฆ์๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีอันตราย เรื่องสัตว์ร้ายเบียดเบียน เรื่องงูเบียดเบียน เรื่องพวกโจรเบียดเบียน เรื่องปีศาจรบกวน เรื่องหมู่บ้านถูกไฟไหม้ เรื่องเสนาสนะถูกไฟไหม้ เรื่องหมู่บ้านถูกน้ำท่วม เรื่องเสนาสนะถูกน้ำท่วม เรื่องชาวบ้านอพยพไปเพราะโจรภัย เรื่องทรงอนุญาตให้ตามทายกมีจำนวนมากกว่า เรื่องไม่ได้โภชนะธรรมดาหรือประณีตเป็นต้น เรื่องสตรีนิมนต์ เรื่องหญิงแพศยานิมนต์ เรื่องพบขุมทรัพย์ ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีผู้พยายามทำลายสงฆ์ เรื่องทำลายสงฆ์ ๘ กรณี ๑๑๕. วชาทิวัสสูปคมนะ ว่าด้วยการเข้าจำพรรษาในคอกโคเป็นต้น เรื่องเข้าจำพรรษาในคอกโค เรื่องเข้าจำพรรษาในเรือ ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรเข้าจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง เรื่องภิกษุไม่มีเสนาสนะจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี เรื่องเข้าจำพรรษาในร่ม เรื่องเข้าจำพรรษาในตุ่ม ๑๑๗. อธัมมิกกติกา ว่าด้วยการตั้งกติกาไม่ชอบธรรม เรื่องตั้งกติกาไม่ชอบธรรม ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ว่าด้วยการต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ เรื่องพระอุปนันทะเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่ง เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาหลัง วัสสูปนายิกขันธกะ มี ๕๒ เรื่อง คือ๑๒๐. อผาสุวิหาร ว่าด้วยการอยู่จำพรรษาไม่ผาสุก เรื่องภิกษุหลายรูปเข้าจำพรรษาในแคว้นโกศลมาเฝ้าพระศาสดา เรื่องเข้าจำพรรษาไม่ผาสุกดังปศุสัตว์อยู่ร่วมกัน ทรงห้ามมูควัตรตามแบบอย่างเดียรถีย์ เรื่องทรงอนุญาตพิธีปวารณาเพื่อว่ากล่าวซึ่งกันและกัน วิธีปวารณา สัพพสังคาหิกาญัตติ เตวาจิกาปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์นั่งราบบนอาสนะปวารณา ทรงอนุญาตให้นั่งกระโหย่งปวารณา ๑๒๑. ปวารณาเภท ว่าด้วยประเภทแห่งวันปวารณา เรื่องวันปวารณามี ๒ วัน เรื่องอาการที่ทำปวารณามี ๔ อย่าง๑๒๒. ปวารณาทานานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ภิกษุเป็นไข้มอบปวารณา เรื่องภิกษุเป็นไข้มอบปวารณา ๑๒๓. ญาตกาทิคหณกถา ว่าด้วยหมู่ญาติเป็นต้นจับภิกษุ เรื่องภิกษุถูกพวกญาติเป็นต้นจับไว้ ๑๒๔. สังฆปวารณาทิปเภท ว่าด้วยประเภทปวารณามีปวารณาเป็นการสงฆ์เป็นต้น เรื่องภิกษุ ๕ รูป ปวารณาเป็นการสงฆ์ เรื่องภิกษุ ๔ รูปปวารณาเป็นการคณะ วิธีทำปวารณาเป็นการคณะ คำปวารณาสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำปวารณาสำหรับภิกษุพรรษาอ่อนกว่า เรื่องภิกษุ ๓ รูป ปวารณาเป็นการคณะ เรื่องภิกษุ ๒ รูป ปวารณาต่อกัน เรื่องภิกษุรูปเดียวทำอธิษฐานปวารณา๑๒๕. อาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขอาบัติ เรื่องภิกษุต้องอาบัติในวันปวารณา เรื่องภิกษุไม่แน่ใจในอาบัติ ๑๒๖. อาปัตติอาวิกรณวิธิ ว่าด้วยวิธีเปิดเผยอาบัติ เรื่องภิกษุระลึกอาบัติได้ กำลังปวารณาไม่แน่ใจในอาบัติ ๑๒๗. สภาคาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขสภาคาบัติ เรื่องสงฆ์ทั้งหมดต้องสภาคาบัติ ญัตติกรรมวาจา สงฆ์ทั้งหมดไม่แน่ใจในสภาคาบัติ๑๒๘. อนาปัตติปัณณรสกะ ว่าด้วยการปวารณาโดยไม่ต้องอาบัติ ๑๕ กรณี ๑๒๙. วัคคาวัคคสัญญิปัณณรสกะ ว่าด้วยแบ่งพวกกันอยู่สำคัญว่าพร้อมเพรียง ๑๕ กรณี ๑๓๐. เวมติกปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุไม่แน่ใจปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๑. กุกกุจจปกตปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุกังวลใจทำปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๒. เภทปุเรกขารปัณณสรกะ ว่าด้วยมุ่งทำความแตกร้าวทำปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๓. สีโมกกันติกเปยยาล ว่าด้วยการละข้อความเกี่ยวกับภิกษุเข้าสู่สีมา เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ๑๓๔. ทิวสนานัตตะ ว่าด้วยการนับวันปวารณาต่างกัน ๑๓๕. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น เรื่องลักษณะของภิกษุที่อยู่ในอาวาส ๑๓๖. นานาสังวาสกาทิปวารณา ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นนานาสังวาสเป็นต้นปวารณา เรื่องภิกษุ ๒ สังวาสปวารณา๑๓๗. นคันตัพพวาร ว่าด้วยไม่ควรไปไหนในวันปวารณา ๑๓๘. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันปวารณา ๑๓๙. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลควรเว้นในปวารณากรรม เรื่องห้ามปวารณาในวันมิใช่วันปวารณา๑๔๐. เทฺววาจิกาทิปวารณา ว่าด้วยสงฆ์ปวารณา ๒ หนเป็นต้น เรื่องชาวป่า เรื่องปวารณาเมื่อราตรีจวนสว่าง เรื่องปวารณาขณะที่ฝนตั้งเค้า เรื่องปวารณาเมื่อมีอันตราย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง๑๔๑. ปวารณาฐปนะ ว่าด้วยการงดปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์มีอาบัติติดตัวปวารณา เรื่องไม่ยอมให้โอกาส วิธีงดปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์งดปวารณาของภิกษุบริสุทธิ์ เรื่องลักษณะปวารณาที่ไม่เป็นอันงด เรื่องงดปวารณาของภิกษุ เรื่องเหตุผลในการงดปวารณา ฟังคำปฏิญญาของโจทก์และจำเลย ๑๔๒. ถุลลัจจยวัตถุกาทิ ว่าด้วยการต้องอาบัติถุลลัจจัยเป็นต้น เรื่องต้องอาบัติถุลลัจจัยเป็นต้น ๑๔๓. วัตถุฐปนาทิ ว่าด้วยการงดวัตถุเป็นต้น เรื่องวัตถุและบุคคลปรากฏ ๑๔๔. ภัณฑนการกวัตถุ ว่าด้วยการก่อความบาดหมาง๑๔๕. ปวารณาสังคหะ ว่าด้วยการสงเคราะห์กันด้วยปวารณา ทรงอนุญาตให้สงเคราะห์กันด้วยปวารณา วิธีสงเคราะห์กันด้วยปวารณาและกรรมวาจาสงเคราะห์กันด้วยปวารณา เรื่องไม่มีใครเป็นใหญ่ในปวารณา๑๔๖. รวมเรื่องที่มีในปวารณาขันธกะ

ศาสนา

๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีอันตราย เรื่องสัตว์ร้ายเบียดเบียน เรื่องงูเบียดเบียน เรื่องพวกโจรเบียดเบียน เรื่องปีศาจรบกวน เรื่องหมู่บ้านถูกไฟไหม้ เรื่องเสนาสนะถูกไฟไหม้ เรื่องหมู่บ้านถูกน้ำท่วม เรื่องเสนาสนะถูกน้ำท่วม เรื่องชาวบ้านอพยพไปเพราะโจรภัย เรื่องทรงอนุญาตให้ตามทายกมีจำนวนมากกว่า เรื่องไม่ได้โภชนะธรรมดาหรือประณีตเป็นต้น เรื่องสตรีนิมนต์ เรื่องหญิงแพศยานิมนต์ เรื่องพบขุมทรัพย์ ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีผู้พยายามทำลายสงฆ์ เรื่องทำลายสงฆ์ ๘ กรณี ๑๑๕. วชาทิวัสสูปคมนะ ว่าด้วยการเข้าจำพรรษาในคอกโคเป็นต้น เรื่องเข้าจำพรรษาในคอกโค เรื่องเข้าจำพรรษาในเรือ ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรเข้าจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง เรื่องภิกษุไม่มีเสนาสนะจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี เรื่องเข้าจำพรรษาในร่ม เรื่องเข้าจำพรรษาในตุ่ม ๑๑๗. อธัมมิกกติกา ว่าด้วยการตั้งกติกาไม่ชอบธรรม เรื่องตั้งกติกาไม่ชอบธรรม ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ว่าด้วยการต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ เรื่องพระอุปนันทะเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่ง เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาหลัง วัสสูปนายิกขันธกะ มี ๕๒ เรื่อง คือ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๙ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีอันตราย เรื่องสัตว์ร้ายเบียดเบียน

ข้อ ๒๐๐

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ณ อาวาสแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ถูกสัตว์ร้ายเบียดเบียน มันจับเอาไว้บ้าง วิ่งไล่ไปรอบๆ บ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำ พรรษาถูกสัตว์ร้ายเบียดเบียน มันจับเอาไว้บ้าง วิ่งไล่ไปรอบๆ บ้าง ภิกษุเหล่านั้น พึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร เรื่องงูเบียดเบียน ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ถูกงูเบียดเบียน มันขบกัดเอาบ้าง เลื้อยไล่ไปรอบๆ บ้าง ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องพวกโจรเบียดเบียน ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ถูกพวกโจร เบียดเบียน มันปล้นบ้าง รุมตีบ้าง ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องปีศาจรบกวน ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ถูกพวกปีศาจ รบกวน มันเข้าสิงบ้าง ฆ่าเอาบ้าง ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแล อันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องหมู่บ้านถูกไฟไหม้ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา หมู่บ้าน ถูกไฟไหม้ ภิกษุทั้งหลายลำบากด้วยบิณฑบาต ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องเสนาสนะถูกไฟไหม้ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา เสนาสนะถูก ไฟไหม้ ภิกษุทั้งหลายเดือดร้อนด้วยเสนาสนะ ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญ ว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร เรื่องหมู่บ้านถูกน้ำท่วม ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วม ภิกษุทั้งหลายลำบากด้วยบิณฑบาต ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วย สำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องเสนาสนะถูกน้ำท่วม ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา เสนาสนะ ถูกน้ำท่วม ภิกษุทั้งหลายเดือดร้อนด้วยเสนาสนะ ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วย สำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องชาวบ้านอพยพไปเพราะโจรภัย

ข้อ ๒๐๑

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในอาวาสแห่งหนึ่ง ชาวบ้าน อพยพไปเพราะโจรภัย ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตามชาวบ้านไป” เรื่องทรงอนุญาตให้ตามทายกมีจำนวนมากกว่า ชาวบ้านแตกแยกเป็นสองพวก ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตามชาวบ้านที่มาก กว่าไป” ชาวบ้านที่มากกว่าไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตามชาวบ้านที่มี ศรัทธาเลื่อมใสไป” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร เรื่องไม่ได้โภชนะธรรมดาหรือประณีตเป็นต้น สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ณ อาวาสแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ไม่ได้ โภชนาหารธรรมดาหรือประณีตบริบูรณ์ตามต้องการ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้า จำพรรษา ไม่ได้โภชนาหารธรรมดาหรือประณีตบริบูรณ์ตามต้องการ ภิกษุเหล่านั้น พึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ได้โภชนาหาร ธรรมดาหรือประณีตบริบูรณ์ตามต้องการ แต่ไม่ได้โภชนาหารที่สบาย ภิกษุเหล่านั้น พึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ได้โภชนาหาร ธรรมดาหรือประณีตบริบูรณ์ตามต้องการและได้โภชนาหารที่สบาย แต่ไม่ได้เภสัช ที่สบาย ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติ เนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ได้โภชนาหาร ธรรมดาหรือประณีตบริบูรณ์ตามต้องการ ได้โภชนาหารที่สบาย ได้เภสัชที่สบาย แต่ไม่ได้อุปัฏฐากผู้สมควร ภิกษุเหล่านั้นพึงหลีกไปด้วยสำคัญว่า “นั่นแลอันตราย” ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องสตรีนิมนต์ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ สตรีนิมนต์ภิกษุผู้เข้าจำพรรษาว่า “ท่านจง มาเถิดเจ้าข้า ดิฉันจะถวายเงิน ทอง นา สวน พ่อโค แม่โค ทาส ทาสีแก่ท่าน หรือจะยกลูกสาวให้เป็นภรรยาของท่าน ดิฉันจะเป็นภรรยาของท่าน หรือจะนำสตรี อื่นมาให้เป็นภรรยาของท่าน” ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า จิตกลับกลอกเร็วนัก สักหน่อยจะเป็นอันตรายแก่พรหมจรรย์ของเราก็ได้ พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร เรื่องหญิงแพศยานิมนต์ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ หญิงแพศยานิมนต์ภิกษุผู้เข้าจำพรรษา ... หญิงสาวเทื้อนิมนต์ ... ... บัณเฑาะก์นิมนต์ ... ... พวกญาตินิมนต์ ... ... พระราชาทั้งหลายนิมนต์ ... ... พวกโจรนิมนต์ ... ... พวกนักเลงนิมนต์ภิกษุผู้เข้าจำพรรษาว่า “ท่านจงมาเถิดขอรับ พวกผม จะถวายเงิน ทอง นา สวน พ่อโค แม่โค ทาส ทาสีแก่ท่าน หรือจะยกลูกสาว ให้เป็นภรรยาของท่าน หรือจะนำสตรีอื่นมาให้เป็นภรรยาของท่าน” ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า จิตกลับกลอกเร็วนัก สักหน่อยจะ เป็นอันตรายแก่พรหมจรรย์ของเราก็ได้ พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา เรื่องพบขุมทรัพย์ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษา พบขุมทรัพย์ไม่มีเจ้าของ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า จิตกลับกลอกเร็วนัก อีกหน่อยจะเป็นอันตรายแก่พรหมจรรย์ของเราก็ได้ พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติ เนื่องจากขาดพรรษา ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีผู้พยายามทำลายสงฆ์ เรื่องทำลายสงฆ์ ๘ กรณี

ข้อ ๒๐๒

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษา เห็นภิกษุมากรูป กำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก เมื่อเรายังอยู่พร้อมหน้า สงฆ์อย่าแตก กันเลย” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุมากรูปในอาวาสโน้นกำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิด อย่างนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก เมื่อเรายังอยู่ พร้อมหน้า สงฆ์อย่าแตกกันเลย” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุมากรูป ในอาวาสโน้นกำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นมิตรของเรา เราจักว่ากล่าวภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกท่านอย่าชอบใจ การทำลายสงฆ์เลย ภิกษุเหล่านั้นจักทำตามคำของเรา จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุมากรูป ในอาวาสโน้นกำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุเหล่านั้นไม่ใช่มิตรของเรา แต่ภิกษุทั้งหลายที่เป็นมิตรกับภิกษุเหล่านั้นเป็น มิตรของเรา เราจักบอกภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นที่เราบอก ก็จักว่ากล่าวภิกษุ เหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกท่านอย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุเหล่านั้นจักทำตามคำของภิกษุเหล่านั้น จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุมากรูป ในอาวาสโน้นจะทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุเหล่านั้นล้วน เป็นมิตรของเรา เราจักว่ากล่าวภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัส ว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกท่านอย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุเหล่านั้นจักทำตามคำของเรา จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้อง อาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุมากรูป ในอาวาสโน้นได้ทำลายสงฆ์แล้ว ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ไม่ใช่มิตรของเราเลย แต่ภิกษุทั้งหลายที่เป็นมิตรกับภิกษุเหล่านั้นเป็นมิตรของเรา เราจักบอกภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นที่เราบอก ก็จักว่ากล่าวภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกท่าน อย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุเหล่านั้นจักทำตามคำของภิกษุเหล่านั้น จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุณีมากรูป ในอาวาสโน้นกำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุณีเหล่านั้นล้วนเป็นมิตรของเรา เราจักว่ากล่าวภิกษุณีเหล่านั้นว่า น้องหญิง ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกน้องหญิง อย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุณีเหล่านั้นจักทำตามคำของเรา จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุณีมาก รูปในอาวาสโน้นกำลังเพียรพยายามทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุณีเหล่านั้นไม่ใช่มิตรของเรา แต่ภิกษุณีทั้งหลายที่เป็นมิตรกับภิกษุณีเหล่านั้น เป็นมิตรของเรา เราจักบอกภิกษุณีเหล่านั้น ภิกษุณีเหล่านั้นที่เราบอก ก็จักว่ากล่าว ภิกษุณีที่เพียรพยายามทำลายสงฆ์เหล่านั้นว่า น้องหญิงทั้งหลาย พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกน้องหญิงอย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุณีเหล่านั้นจักทำตามคำของภิกษุณีเหล่านั้น จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีก ไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุณีมากรูป ในอาวาสโน้นจะทำลายสงฆ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุณีเหล่านั้น ล้วนเป็นมิตรของเรา เราจักว่ากล่าวภิกษุณีเหล่านั้นว่า น้องหญิงทั้งหลาย พระผู้มี พระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกน้องหญิงอย่าชอบใจการทำลาย สงฆ์เลย ภิกษุณีเหล่านั้นจักทำตามคำของเรา จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีกไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๘} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๕. วชาทิวัสสูปคมนะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุเข้าจำพรรษาได้ยินข่าวว่า ภิกษุณี มากรูป ในอาวาสโน้นได้ทำลายสงฆ์แล้ว ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุคิดอย่างนี้ว่า “ภิกษุณีเหล่านั้น ไม่ใช่มิตรของเรา แต่ภิกษุณีทั้งหลายที่เป็นมิตรกับภิกษุณีเหล่า นั้นเป็นมิตรของเรา เราจักบอกภิกษุณีเหล่านั้น ภิกษุณีเหล่านั้นที่เราบอก ก็จักว่า กล่าวภิกษุณีที่ทำลายสงฆ์เหล่านั้นว่า น้องหญิงทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การทำลายสงฆ์เป็นกรรมหนักนัก พวกน้องหญิงอย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย ภิกษุณีเหล่านั้น จักทำตามคำของภิกษุณีเหล่านั้น จักเชื่อฟัง จักเงี่ยโสต” พึงหลีก ไปเสีย ไม่ต้องอาบัติเนื่องจากขาดพรรษา ๑๑๕. วชาทิวัสสูปคมนะ ว่าด้วยการเข้าจำพรรษาในคอกโคเป็นต้น เรื่องเข้าจำพรรษาในคอกโค

ข้อ ๒๐๓

สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งต้องการจะเข้าจำพรรษาในคอกโค ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เข้าจำพรรษาใน คอกโคได้” คอกโคย้ายไป ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เดินทางไปกับคอกโคได้” เรื่องเข้าจำพรรษาในหมู่เกวียน สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเมื่อใกล้วันเข้าพรรษาต้องการจะไปกับหมู่เกวียน ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ @เชิงอรรถ : @ คอกโค ในที่นี้หมายถึงสถานที่ซึ่งคนเลี้ยงโคพักอาศัย ในขณะที่ต้อนโคไปเลี้ยง ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง @ไม่ได้หมายถึงคอกโคที่ประจำอยู่ตามหมู่บ้าน (วิ.อ. ๓/๒๐๓/๑๕๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๑๙} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เข้าจำพรรษาในหมู่ เกวียนได้” เรื่องเข้าจำพรรษาในเรือ สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเมื่อใกล้วันเข้าพรรษาต้องการจะเดินทางไปกับเรือ ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เข้าจำพรรษาในเรือได้” ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรเข้าจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในโพรงไม้

ข้อ ๒๐๔

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ มนุษย์ทั้งหลายพากัน ตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนพวกปีศาจ” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนพวกพรานเนื้อ” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน เรื่องเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง เมื่อฝนตก พากันวิ่งเข้า โคนไม้บ้าง ชายคาบ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องภิกษุไม่มีเสนาสนะจำพรรษา สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายไม่มีเสนาสนะเป็นที่เข้าจำพรรษา เดือดร้อนเพราะ ความหนาวบ้าง ความร้อนบ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่มีเสนาสนะ ไม่พึงเข้าจำ พรรษา รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนพวกสัปเหร่อ” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” @เชิงอรรถ : @ กระท่อมผี หมายถึงกระท่อมที่เขาสร้างไว้ในป่าช้าเป็นที่เก็บศพ (ปาจิตฺยาทิโยชนา ๓๒๑ ม.) หรือเตียง @ตั่งที่เขาตั้งไว้ในป่าช้าและเทวสถาน และเรือนที่สร้างก่อแผ่นศิลา ๔ ด้าน และวางแผ่นศิลาทับไว้ข้างบน @(โกดังเก็บศพ) ทรงห้ามเข้าจำพรรษาในสถานที่ดังกล่าวนี้ แต่จะสร้างกุฎีหรือกระท่อมอื่นในป่าช้าแล้ว @เข้าจำพรรษาได้ ไม่ทรงห้าม (วิ.อ. ๓/๒๐๔/๑๕๑-๑๕๒, สารตฺถ.ฏีกา ๓/๒๐๔/๓๔๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๑} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๗. อธัมมิกกติกา เรื่องเข้าจำพรรษาในร่ม สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในร่ม มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนพวกคนเลี้ยงโค” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาในร่ม รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องเข้าจำพรรษาในตุ่ม สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษาในตุ่ม มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนพวกเดียรถีย์” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเข้าจำพรรษาในตุ่ม รูปใดเข้าจำ ต้องอาบัติทุกกฏ” ๑๑๗. อธัมมิกกติกา ว่าด้วยการตั้งกติกาไม่ชอบธรรม เรื่องตั้งกติกาไม่ชอบธรรม

ข้อ ๒๐๕

สมัยนั้น พระสงฆ์ในกรุงสาวัตถีได้ตั้งกติกาเช่นนี้ว่า ในระหว่างพรรษา ไม่พึงให้บรรพชา หลานชายของนางวิสาขามิคารมาตาเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วขอบรรพชา ภิกษุทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ว่า “คุณ พระสงฆ์ได้ตั้งกติกาเช่นนี้ว่า ในระหว่าง พรรษา ไม่พึงให้บรรพชา คุณจงรอจนกว่าภิกษุทั้งหลายเข้าจำพรรษา ออกพรรษา แล้วจึงบวชได้” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ต่อมา ภิกษุเหล่านั้นออกพรรษาแล้ว ได้กล่าวกับหลานชายของนางวิสาขา มิคารมาตาดังนี้ว่า “บัดนี้ คุณจงมาบวชเถิด” หลานชายของนางวิสาขามิคารมาตานั้น กล่าวอย่างนี้ว่า “พระคุณเจ้าทั้งหลาย ถ้ากระผมพึงบรรพชาแล้วไซร้ ก็พึงยินดียิ่ง บัดนี้กระผมจักไม่บรรพชาละ ขอรับ” นางวิสาขามิคารมาตาจึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน พระคุณเจ้า ทั้งหลายจึงได้ตั้งกติกาเช่นนี้ว่า ในระหว่างพรรษา ไม่พึงให้บรรพชา กาลเช่นไรเล่า ไม่พึงประพฤติธรรม” ภิกษุทั้งหลายได้ยินนางวิสาขามิคารมาตาตำหนิ ประณาม โพนทะนา จึงนำ เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงตั้งกติกาเช่นนี้ว่า ในระหว่าง พรรษา ไม่พึงให้บรรพชา สงฆ์หมู่ใดตั้ง ต้องอาบัติทุกกฏ” ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ว่าด้วยการต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ เรื่องพระอุปนันทะเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่ง

ข้อ ๒๐๖

สมัยนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตรได้รับคำกับพระเจ้าปเสนทิโกศล ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้าพรรษาต้น ท่านกำลังไปอาวาสนั้น ระหว่างทางได้เห็น อาวาส ๒ แห่ง มีจีวรมาก แล้วได้มีความคิดดังนี้ว่า “ถ้ากระไร เราพึงเข้า จำพรรษาในอาวาส ๒ แห่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จีวรเป็นอันมากจักเกิดขึ้นแก่เรา” จึงเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน พระคุณเจ้า อุปนันทศากยบุตรได้รับคำต่อเราว่าจะเข้าจำพรรษาแล้ว จึงได้ทำให้คลาดจากคำ พูดเสียเล่า พระผู้มีพระภาคทรงตำหนิการกล่าวเท็จ ทรงสรรเสริญการงดเว้นจาก การกล่าวเท็จ โดยประการต่างๆ มิใช่หรือ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ภิกษุทั้งหลายได้ยินพระเจ้าปเสนทิโกศลตำหนิ ประณาม โพนทะนาอยู่ บรรดาภิกษุผู้มักน้อยจึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน ท่านพระอุปนันท ศากยบุตรได้รับคำกับพระเจ้าปเสนทิโกศลว่าจะเข้าจำพรรษา แล้วจึงได้ทำให้คลาด จากคำพูดเสียเล่า พระผู้มีพระภาคทรงตำหนิการกล่าวเท็จ ทรงสรรเสริญการงดเว้น จากการกล่าวเท็จ โดยประการต่างๆ มิใช่หรือ” จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงสอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า “อุปนันทะ ทราบว่าเธอได้ถวายปฏิญญา ต่อพระเจ้าปเสนทิโกศลว่าจะเข้าจำพรรษา แล้วทำให้คลาดจากคำพูดเสีย จริงหรือ” ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “โมฆบุรุษ ไฉนเธอได้ถวายปฏิญญา ต่อพระเจ้าปเสนทิโกศลว่าจะเข้าจำพรรษา แล้วทำให้คลาดจากคำพูดเสียเล่า เราตำหนิการกล่าวเท็จ สรรเสริญการงดเว้นจากการกล่าวเท็จ โดยประการต่างๆ มิใช่หรือ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส ฯลฯ” ครั้นทรง ตำหนิแล้วทรงแสดงธรรมีกถารับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า

ข้อ ๒๐๗

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นกำลังไปอาวาสนั้น ระหว่างทางได้เห็นอาวาส ๒ แห่ง มีจีวรมาก แล้วได้มีความคิดดังนี้ว่า “ถ้ากระไร เราพึงเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จีวรเป็นอันมากจักเกิดขึ้นแก่เรา” แล้วเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่ง ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และเธอต้องอาบัติทุกกฏ เพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ @เชิงอรรถ : @ อาบัติทุกกฏที่ต้องเพราะรับคำ เรียกว่า ปฏิสสวทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไป ในวันนั้นทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ มีกิจจำต้องทำหลีกไปใน วันนั้นทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน ไม่มีกิจจำ ต้องทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน มีกิจจำต้อง ทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วย สัตตาหกรณียะ อยู่ภายนอกพ้น ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของ ภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วย สัตตาหกรณียะ กลับมาภายใน ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุ นั้นปรากฏและภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้า วิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ อีก ๗ วัน จะถึงวันปวารณา มีกิจจำต้องทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้น จะกลับอาวาสนั้น หรือไม่กลับมา ก็ตาม ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติ เพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไป ในวันนั้นทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏและภิกษุ นั้นต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นแล้วทำอุโบสถ ถึงวันแรม ๑ ค่ำจึงเข้าวิหาร จัดอาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน ไม่มีกิจจำต้องทำ หลีกไป... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วยสัตตาหกรณียะ อยู่ภายนอกพ้น ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติ ทุกกฏเพราะรับคำ ... พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วยสัตตาหกรณียะ กลับมาใน ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาต้นของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติ เพราะรับคำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาต้น ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรม ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ อีก ๗ วัน จะเป็นวันปวารณา มีกิจจำต้อง ทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นจะกลับมาอาวาสนั้นหรือไม่กลับมาก็ตาม วันเข้า พรรษาต้นของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติเพราะรับคำ เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาหลัง

ข้อ ๒๐๘

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไปในวัน นั้นทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้า วิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ มีกิจจำต้องทำหลีกไปในวันนั้น ทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้อง อาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึง เข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน ไม่มีกิจ จำต้องทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และ ภิกษุนั้นต้องอาบัติเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ... พักอยู่ ๒-๓ วัน มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... วันเข้าพรรษาหลัง ของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ... พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วยสัตตาหกรณียะ อยู่ภายนอกพ้น ๗ วัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติ ทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรมภายนอก ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึง เข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วย สัตตาหกรณียะ กลับมาภายใน ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของ ภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้าพรรษา หลัง ... อีก ๗ วัน จะครบ ๔ เดือน อันเป็นวันที่ดอกโกมุทบานมีกิจจำต้องทำ หลีกไป ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นจะกลับมาอาวาสนั้นหรือไม่กลับมาก็ตาม ภิกษุ ทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติเพราะ รับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรม ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไปในวันนั้นทีเดียว ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติ ทุกกฏเพราะรับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้าพรรษา หลัง ... มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน ไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน มีกิจจำต้องทำหลีกไป ... ... พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วยสัตตาหกรณียะ อยู่ภายนอกพ้น ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นไม่ปรากฏ และภิกษุนั้นต้องอาบัติ เพราะรับคำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๘} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๙. รวมเรื่องที่มีในวัสสูปนายิกขันธกะ ... พักอยู่ ๒-๓ วัน หลีกไปด้วยสัตตาหกรณียะ กลับมาภายใน ๗ วัน ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้องอาบัติเพราะ รับคำ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุรับคำไว้ว่าจะเข้าจำพรรษาในวันเข้า พรรษาหลัง ภิกษุนั้นไปอาวาสนั้นทำอุโบสถกรรม ถึงวันแรม ๑ ค่ำ จึงเข้าวิหาร จัดเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ อีก ๗ วัน จะครบ ๔ เดือน อันเป็นวัน ที่ดอกโกมุทบาน มีกิจจำต้องทำหลีกไป ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นจะกลับมาอาวาสนั้น หรือไม่กลับมาก็ตาม วันเข้าพรรษาหลังของภิกษุนั้นปรากฏ และภิกษุนั้นไม่ต้อง อาบัติเพราะรับคำ วัสสูปนายิกขันธกะที่ ๓ จบ ๑๑๙. รวมเรื่องที่มีในวัสสูปนายิกขันธกะ วัสสูปนายิกขันธกะ มี ๕๒ เรื่อง คือ เรื่องทรงอนุญาตให้ภิกษุเข้าจำพรรษา เรื่องทรงอนุญาตให้ภิกษุเข้าพรรษาในฤดูฝน เรื่องประเภทแห่งวันเข้าพรรษา เรื่องพระฉัพพัคคีย์เที่ยวจาริกในระหว่างพรรษา เรื่องปรับอาบัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เข้าพรรษา เรื่องจงใจเดินผ่านอาวาส เรื่องการเลื่อนกาลฝน เรื่องอุบาสกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย เรื่องภิกษุเป็นไข้เป็นต้น เรื่องมารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย พี่สาวน้องสาว ญาติ และบุรุษผู้อาศัยอยู่กับภิกษุเป็นไข้ เรื่องวิหารทรุดโทรม เรื่องสัตว์ร้ายเบียดเบียน เรื่องงูเบียดเบียน เรื่องพวกโจรเบียดเบียน เรื่องปีศาจรบกวน เรื่องหมู่บ้านถูกไฟไหม้ เรื่องเสนาสนะถูกไฟไหม้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๒๙} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๓. วัสสูปนายิกขันธกะ] ๑๑๙. รวมเรื่องที่มีในวัสสูปนายิกขันธกะ เรื่องหมู่บ้านถูกน้ำท่วม เรื่องเสนาสนะถูกน้ำท่วม เรื่องชาวบ้านพากันอพยพไปเพราะโจรภัย เรื่องทรงอนุญาตให้ตามทายกมีจำนวนมากกว่า เรื่องไม่ได้โภชนาหารธรรมดาหรือประณีตเป็นต้น เรื่องสตรีนิมนต์ เรื่องหญิงแพศยานิมนต์ เรื่องสาวเทื้อนิมนต์ เรื่องบัณเฑาะก์นิมนต์ เรื่องพวกญาตินิมนต์ เรื่องพระราชานิมนต์ เรื่องพวกโจรนิมนต์ เรื่องพวกนักเลงนิมนต์ เรื่องพบขุมทรัพย์ เรื่องทำลายสงฆ์ ๘ วิธี เรื่องเข้าจำพรรษาในคอกโค เรื่องเข้าจำพรรษาในหมู่เกวียน เรื่องเข้าจำพรรษาในเรือ เรื่องเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง เรื่องภิกษุไม่มีเสนาสนะจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี เรื่องเข้าจำพรรษาในร่ม เรื่องเข้าจำพรรษาในตุ่มน้ำ เรื่องตั้งกติกาไม่เป็นธรรม เรื่องรับคำจะจำพรรษา เรื่องทำอุโบสถนอกวิหาร เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาต้น เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาหลัง เรื่องไม่มีกิจจำต้องทำหลีกไป เรื่องมีกิจจำต้องทำหลีกไป เรื่องพักอยู่ ๒ - ๓ วันแล้วหลีกไปด้วยสัตตาหะกรณียะ เรื่องอีก ๗ วันจะครบ ๔ เดือน เรื่องภิกษุกลับมาไม่กลับมา พึงพิจารณาตามแนวทางตามลำดับหัวข้อเรื่อง วัสสูปนายิกขันธกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๓๓๐}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้