คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๗

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องพระฉัพพัคคีย์สรงน้ำขัดสีกายกับเสาเป็นต้น ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เครื่องประดับชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ไว้ผมยาว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้แปรงหวีผมเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์ส่องดูเงาหน้า เรื่องภิกษุเป็นแผลที่หน้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทาหน้าเป็นต้น เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคตา เรื่องพระฉัพพัคคีย์ดูมหรสพ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวดธรรมด้วยเสียงขับยาว เรื่องภิกษุสวดสรภัญญะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ผ้าห่มขนสัตว์เรื่องพระฉัพพัคคีย์ฉันมะม่วง เรื่องสมาคมถวายชิ้นมะม่วง เรื่องผลไม้ที่สมควรแก่สมณะเรื่องภิกษุถูกงูกัด ตระกูลพญางูทั้ง ๔ วิธีแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์เรื่องภิกษุตัดองคชาตเรื่องบาตรไม้จันทน์ ทรงห้ามใช้บาตรไม้ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เชิงบาตรชนิดต่างๆ เรื่องการเก็บรักษาบาตร เรื่องการใช้วัตถุอื่นแทนบาตรเรื่องภิกษุใช้มือฉีกผ้าเย็บจีวรเป็นต้น เรื่องไม้สะดึงเป็นต้น เรื่องโรงสะดึงเป็นต้นเรื่องผ้ากรองน้ำ เรื่องทรงอนุญาตกุฎีกันยุงเรื่องทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกาย เรื่องศาลาเรือนไฟและบ่อน้ำ เรื่องสระโบกขรณี เรื่องทรงห้ามนอนบนที่นอนโรยดอกไม้ เรื่องทรงอนุญาตรับของหอม เรื่องห้ามฉันในภาชนะเดียวกันเป็นต้นเรื่องเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการคว่ำบาตร วิธีคว่ำบาตรและกรรมวาจา พระอานนท์ไปแจ้งข่าวเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการหงายบาตร วิธีหงายบาตรและกรรมวาจาเรื่องโพธิราชกุมาร เรื่องทรงห้ามเหยียบผืนผ้าขาวเรื่องนางวิสาขามิคารมาตา เรื่องพัด เรื่องร่มเรื่องไม้เท้า คำขอทัณฑสมมติ และกรรมวาจา คำขอสิกกาสมมติ และกรรมวาจา คำขอทัณฑสิกกาสมมติและกรรมวาจาเรื่องภิกษุสำรอกอาหาร เรื่องการไว้เล็บและตัดเล็บ เรื่องขัดเล็บ เรื่องมีดโกน เรื่องแต่งหนวด เรื่องทรงอนุญาตให้โกนขนในที่ลับ เรื่องกรรไกร เรื่องไว้ขนจมูก เรื่องพระฉัพพัคคีย์ผมหงอก เรื่องไม้แคะหูเรื่องพระฉัพพัคคีย์สะสมโลหะและทองสัมฤทธิ์ เรื่องกล่องยาตา เรื่องผ้ารัดเข่าเรื่องประคดเอว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ลูกถวิน เรื่องลูกดุมเรื่องการนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ เรื่องหาบของเรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขึ้นต้นไม้เรื่องทรงห้ามยกพระพุทธพจน์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนโลกายัต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชาเรื่องให้พรเมื่อมีผู้จามเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะ เรื่องหลุมถ่ายอุจจาระ เรื่องวัจกุฎีเรื่องพระฉัพพัคคีย์ประพฤติไม่เหมาะสมเรื่องโลหะรวมเรื่องที่มีในขุททกวัตถุขันธกะวิหารานุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตวิหาร เรื่องเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ขออนุญาตสร้างวิหาร ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ถวายวิหาร คาถาอนุโมทนาผู้ถวายวิหารเรื่องบานประตู เรื่องลูกดาล เรื่องบานหน้าต่าง เรื่องเครื่องลาดตั่งไม้เตียงถักสาน มัญจปีฐาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเตียงและตั่งเป็นต้น เรื่องเตียงและตั่ง เรื่องม้านั่งชนิดต่างๆ เรื่องห้ามนอนบนเตียงสูง เรื่องไม้หนุนเท้าเตียงเรื่องด้าย เรื่องหมอน เรื่องฟูก ๕ ชนิด เรื่องเตียงหุ้มด้วยฟูก เสตวัณณาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสีขาวเป็นต้น ปฏิภาณจิตตปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องทรงอนุญาตภาพดอกไม้ อิฏฐกาจยาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ก่ออิฐเป็นต้น เรื่องวิหารพื้นต่ำ เรื่องวิหารมีพื้นเป็นลานโล่ง เรื่องวิหารเล็ก เรื่องฝาวิหารชำรุด เรื่องทรงอนุญาตเพดานเรื่องทรงอนุญาตไม้แขวน เรื่องทรงอนุญาตราวจีวร อุปัฏฐานสาลาอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตหอฉัน เรื่องภิกษุฉันร่วมกันในกลางแจ้ง ปาการาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตรั้วล้อมเป็นต้น เรื่องวิหารไม่มีรั้วล้อม เรื่องทรงอนุญาตซุ้มประตู เรื่องทรงอนุญาตท่อระบายน้ำ เรื่องทรงอนุญาตศาลาไฟ อารามปริกเขปอนุชานนะ เรื่องทรงอนุญาตรั้วล้อมอารามอนาถปิณฑิกวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอนาถบิณฑิกคหบดี อนาถบิณฑิกะสร้างพระเชตวันนวกัมมทานะ ว่าด้วยให้นวกรรม(การก่อสร้าง) เรื่องช่างชุนผ้า วิธีให้นวกรรมและกรรมวาจาอัคคาสนาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตอาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องความเคารพ เรื่องผู้ควรได้อาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องสัตว์ ๓ สหาย อวันทิยาทิปุคคละ ว่าด้วยบุคคลที่ไม่ควรไหว้เป็นต้น เรื่องบุคคลที่ไม่ควรไหว้ ๑๐ จำพวก เรื่องบุคคลที่ภิกษุควรไหว้ ๓ จำพวก อาสนปฏิพาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามการกีดกันอาสนะ เรื่องอันเตวาสิกของพระฉัพพัคคีย์ คิหิวิกตอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องใช้อย่างคฤหัสถ์เชตวนวิหารานุโมทนา ว่าด้วยทรงอนุโมทนาการถวายเชตวันวิหาร คาถาอนุโมทนาการถวายวิหารอาสนปฏิพาหนาทิ ว่าด้วยการกีดกันอาสนะเป็นต้น เรื่องบังคับภิกษุผู้นั่งอาสนะถัดไปให้ลุกขึ้นทั้งที่ยังฉัน เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ไล่ภิกษุอาพาธ เรื่องอนุญาตให้ภิกษุถือเสนาสนะเสนาสนคาหาปกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่จัดแจงเสนาสนะ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา เรื่องวิธีการให้ถือเสนาสนะเป็นต้น เรื่องให้ถือเสนาสนะ ๓ อย่างเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรจองเสนาสนะเรื่องตรัสวินยกถาอวิสสัชชิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงสละ อเวภังคิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงแบ่ง เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะนวกัมมทานกถา ว่าด้วยวิธีการที่ภิกษุให้นวกรรม เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ภิกษุถือเอานวกรรมแล้วหลีกไปเป็นต้น อัญญตรปริโภคปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยการห้ามใช้เสนาสนะผิดที่เป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตให้ยืมเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้เก็บรักษาเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้แลกเปลี่ยน เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดเท้า เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปื้อนเหยียบเสนาสนะ เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปียกเหยียบเสนาสนะมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง เป็นต้น พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง พุทธานุญาตให้ปูลาดนอนสังฆภัตตาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสังฆภัตเป็นต้น ภัตตุทเทสกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งพระภัตตุเทสก์ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา วิธีแจกภัตเสนาสนปัญญาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะเป็นต้น อัปปมัตตกวิสสัชชกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกของเล็กน้อย เรื่องของเล็กน้อยที่ควรแจก สาฏิยัคคาหาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกผ้าเป็นต้น วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจารวมเรื่องที่มีในเสนาสนขันธกะฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์ เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต เรื่องกกุธโกฬิยบุตร ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่วพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์ ปกาสนียกัมมะ ว่าด้วยสงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต วิธีทำปกาสนียกรรมและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาอชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต เรื่องศาสดา ๕ จำพวกนาฬาคิริเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตปล่อยช้างนาฬาคิรีปัญจวัตถุยาจนกา ว่าด้วยพระเทวทัตกราบทูลขอวัตถุ ๕ ประการ พระเทวทัตโฆษณาวัตถุ ๕ ประการสังฆเภทกถา ว่าด้วยการทำลายสงฆ์ พระเทวทัตชักชวนพระวัชชีบุตร ๕๐๐ รูปเข้าเป็นพรรคพวก เรื่องภิกษุรูปหนึ่งเข้าใจผิดพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ รูปกลับ คุณสมบัติของทูต พระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ อย่างครอบงำ นิคมคาถาอุปาลิปัญหา ว่าด้วยปัญหาของพระอุบาลี สังฆราชี สังฆเภท เรื่องที่ทำให้สงฆ์แตกกัน ๑๘ ประการ สังฆสามัคคี นิคมคาถาภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบาย ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องไปเกิดในอบายรวมเรื่องที่มีในสังฆเภทขันธกะ๑. อาคันตุกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้จรมา๒. อาวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส๓. คมิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้ออกเดินทาง๔. อนุโมทนาวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในการอนุโมทนา๕. ภัตตัคควัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในโรงฉัน๖. ปิณฑจาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต๗. อารัญญิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฎิบัติของภิกษุผู้อยู่ป่า๘. เสนาสนวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเสนาสนะ๙. ชันตาฆรวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเรือนไฟ๑๐. วัจจกุฏิวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในวัจกุฎี๑๑. อุปัชฌายวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในพระอุปัชฌาย์๑๒. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในสัทธิวิหาริก๑๓. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร๑๔. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในอันเตวาสิกรวมเรื่องที่มีในวัตตขันธกะ๑. ปาติโมกขุทเทสยาจนะ ว่าด้วยการขอให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง๒. มหาสมุทเทอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความอัศจรรย์ของมหาสมุทร ๘ ประการ ๓. อิมัสมิงธัมมวินเยอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความมหัศจรรย์ในพระธรรมวินัย ๘ ประการ๔. ปาติโมกขสวนารหะ ว่าด้วยผู้ควรฟังปาติโมกข์ เรื่องทรงให้ภิกษุสงฆ์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเอง เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์งดยกปาติโมกข์๕. ธัมมิกาธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ชอบธรรมและไม่ชอบธรรม ๖. ธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ที่ชอบธรรม๗. อัตตาทานอังคะ ว่าด้วยองค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ ๘. โจทเกนปัจจเวกขิตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา ๙. โจทเกนอุปัฏฐาเปตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงตั้งไว้ในตน๑๐. โจทกจุทิตกปฏิสังยุตตกถา ว่าด้วยเรื่องของผู้โจทก์และผู้ถูกโจท เรื่องผู้ถูกโจทโดยไม่ชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องผู้เป็นโจทก์โดยชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยชอบธรรมต้องเดือดร้อน คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ ๕ อย่าง ผู้ถูกโจทพึงตั้งอยู่ในธรรม ๒ อย่างรวมเรื่องที่มีในปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ๑. มหาปชาปติโคตมีวัตถุ ว่าด้วยเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี ๒. อัฏฐครุธัมมะ ว่าด้วยครุธรรม ๘ ข้อ๓. ภิกขุนีอุปสัมปทานุชานนะ ว่าด้วยการอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลขอพร พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามถึงสิกขาบท ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอาบัติของกันและกันทรงอนุญาตให้ทำกรรมเป็นต้นภิกษุแสดงอวัยวะอวดภิกษุณี ภิกษุณีแสดงอวัยวะอวดภิกษุเรื่องงดโอวาท วิธีรับโอวาทของภิกษุณีเรื่องภิกษุณีรัดสีข้าง เรื่องภิกษุณีนวดกาย เรื่องภิกษุณีทาหน้า เรื่องภิกษุณีใช้จีวรสีเขียวล้วนเรื่องพินัยกรรมของภิกษุณีสงฆ์ เรื่องภิกษุณีใช้ไหล่กระแทกภิกษุ เรื่องภิกษุณีใช้บาตรใส่ทารก เรื่องภิกษุณีแสดงก้นบาตร เรื่องภิกษุณีเพ่งดูอวัยวะเพศบุรุษ เรื่องภิกษุให้อามิสเรื่องภิกษุณียืมเสนาสนะ เรื่องผ้านุ่งของภิกษุณี๓. ตติยภาณวาร เรื่องอันตรายิกธรรมของภิกษุณี วิธีสอบถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุณีโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุณียังไม่ได้รับการแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขาเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบทต่อภิกษุณีสงฆ์ คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา คำขออุปสมบทต่อภิกษุสงฆ์ ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทาเรื่องการวัดเงาเป็นต้นเรื่องปวารณา วิธีแต่งตั้งและญัตติกรรมวาจา คำปวารณาเรื่องการงดอุโบสถเรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะ เรื่องคานหามเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสี กรรมวาจาให้อุปสมบทด้วยทูตเรื่องภิกษุณีทั้งหลายอยู่ป่า เรื่องแต่งตั้งภิกษุณีให้เป็นเพื่อนภิกษุณีลูกอ่อน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาเรื่องภิกษุณีไม่บอกคืนสิกขา เรื่องภิกษุณีเข้ารีตเดียรถีย์เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิยินดีการสัมผัสส้นเท้า เรื่องภิกษุณีถ่ายอุจจาระ เรื่องภิกษุณีใช้จุรณสรงน้ำรวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ๑. สังคีตินิทาน ว่าด้วยมูลเหตุการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พระมหากัสสปะคัดเลือกภิกษุทำสังคายนา กำหนดเขตการอยู่จำพรรษา ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ท่านพระอานนท์บรรลุอรหัตตผลเรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัยเรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม๒. ขุททานุขุททกสิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติเพิ่มเติมและไม่ถอนพระบัญญัติเดิมเรื่องปรับอาบัติท่านพระอานนท์ ๕ กรณีเรื่องพระปุราณะ๓. พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยการลงพรหมทัณฑ์ เรื่องพระเจ้าอุเทน เรื่องท่านพระอานนท์แจ้งพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะรวมเรื่องที่มีในปัญจสติกขันธกะเรื่องภิกษุวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตร ลงปฏิสารณียกรรมโดยไม่ชอบธรรม เครื่องเศร้าหมองของสมณพราหมณ์ ๔ ประการเรื่องผู้ใหญ่บ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมโดยไม่ชอบธรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสี เรื่องภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะและทักขิณาบถเรื่องพระเรวตะคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหะเรื่องพระอุตตระเรื่องสงฆ์มุ่งจะวินิจฉัยอธิกรณ์พระสัมภูตสาณวาสีถามวัตถุ ๑๐ ประการพระเรวตะประกาศระงับอธิกรณ์ด้วยอุพพาหิกวิธี ญัตติกรรมวาจาเรื่องพระอชิตะ ญัตติกรรมวาจา คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการรวมเรื่องที่มีในสัตตสติกขันธกะ

ศาสนา

ฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์ เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๔ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร ๗. สังฆเภทขันธกะ ๑. ปฐมภาณวาร ฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์

ข้อ ๓๓๐

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อนุปิยนิคมของพวกมัลล- กษัตริย์ ครั้งนั้น พวกศากยกุมารที่มีชื่อเสียงออกผนวชตามพระผู้มีพระภาคผู้ทรง ผนวชแล้ว สมัยนั้น เจ้ามหานามศากยะและเจ้าอนุรุทธศากยะทั้งสองเป็นพี่น้องกัน เจ้าอนุรุทธศากยะเป็นกษัตริย์ผู้สุขุมาลชาติ มีปราสาท ๓ หลัง คือ ปราสาทสำหรับ อยู่ในฤดูหนาว ๑ หลัง ปราสาทสำหรับอยู่ในฤดูร้อน ๑ หลัง ปราสาทสำหรับอยู่ ในฤดูฝน ๑ หลัง เจ้าอนุรุทธศากยะนั้นได้รับการบำรุงบำเรอด้วยดนตรีที่มีเหล่าสตรี ล้วนขับกล่อมตลอด ๔ เดือน ในปราสาทฤดูฝน ไม่ลงมาที่ปราสาทชั้นล่างเลย ต่อมา เจ้ามหานามศากยะได้ทรงดำริดังนี้ว่า “เวลานี้พวกศากยกุมารที่มีชื่อ เสียงต่างออกบวชตามเสด็จพระผู้มีพระภาคผู้ทรงผนวชแล้ว แต่ตระกูลของเรายังไม่ มีใครออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต ถ้ากระไร เราหรืออนุรุทธะควรบวช” ลำดับนั้น เจ้ามหานามศากยะเข้าไปหาเจ้าอนุรุทธศากยะถึงที่อยู่ ครั้นถึงแล้ว ได้ตรัสกับเจ้าอนุรุทธศากยะดังนี้ว่า “เวลานี้พวกศากยกุมารที่มีชื่อเสียงต่างออกบวช ตามพระผู้มีพระภาคผู้ทรงผนวชแล้ว แต่ตระกูลของเรายังไม่มีใครออกจากเรือน บวช เป็นบรรพชิตเลย น้องจงบวชหรือว่าพี่จะบวช” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “หม่อมฉันเป็นสุขุมาลชาติ ไม่สามารถออกบวชได้ เจ้าพี่จงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๖๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร เจ้ามหานามศากยะตรัสว่า “ดีแล้วน้องอนุรุทธะ พี่จะสั่งสอนวิธีการครองเรือน แก่เธอเพื่อจะได้ครองเรือนต่อไป อันดับแรก ผู้ครองเรือนต้องให้ไถนา ครั้นแล้วให้ หว่านข้าว ครั้นแล้วให้ไขน้ำเข้า ครั้นแล้วให้ระบายน้ำออก ครั้นแล้วให้ถอนหญ้า ครั้น แล้วให้เกี่ยวข้าว ครั้นแล้วให้ขนข้าว ครั้นแล้วให้ตั้งลอม ครั้นแล้วให้นวด ครั้นแล้ว ให้สางฟางออก ครั้นแล้วฝัดข้าวลีบออก ครั้นแล้วฝัดละอองออก ครั้นแล้วให้ขนเก็บ ในฉาง ครั้นพอถึงฤดูฝนก็ต้องทำอย่างนี้ต่อเรื่อยไป” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลถามว่า “การงานไม่มีที่จบสิ้น ที่สุดของการทำงานไม่ปรากฏ การงานจะสิ้นไปเมื่อไร ที่สุดของการงานจักปรากฏเมื่อไร เมื่อไรเล่าที่พวกเราจักว่าง จากการงาน เพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยกามคุณ ๕ บำรุงบำเรออยู่” เจ้ามหานามศากยะตรัสตอบว่า “น้องอนุรุทธะ การงานไม่มีที่จบสิ้น ที่สุดของ การงานไม่ปรากฏ ในเมื่อการงานยังไม่จบสิ้น มารดาบิดา ปู่ย่า ตายายก็พากันตาย จากไป” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “ถ้าเช่นนั้น เจ้าพี่จงเรียนรู้ถึงวิธีครองเรือนจะดีกว่า หม่อมฉันจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต” จากนั้น เจ้าอนุรุทธศากยะเข้าไปเฝ้าพระมารดาถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วได้ กราบทูลพระมารดาดังนี้ว่า “เสด็จแม่ หม่อมฉันอยากจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เสด็จแม่โปรดอนุญาตให้หม่อมฉันออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด” เมื่อเจ้าอนุรุทธศากยะกราบทูลอย่างนี้ พระมารดาตรัสตอบเจ้าอนุรุทธศากยะ ดังนี้ว่า “ลูกอนุรุทธะ พวกเธอเป็นลูก ๒ คน เป็นที่รักที่ชอบใจของแม่เหลือเกิน ถึงพวกเธอจะตายไป แม่ก็ไม่ปรารถนาจะจาก แล้วเหตุไฉนแม่จะยอมให้พวกเธอผู้ ยังมีชีวิตอยู่ออกจากเรือนไปบวชเป็นบรรพชิตเล่า” แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ เจ้าอนุรุทธศากยะก็กราบทูลพระมารดาดังนี้ว่า “เสด็จแม่ หม่อม ฉันอยากออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เสด็จแม่โปรดอนุญาตให้หม่อมฉันออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๖๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ สมัยนั้น พระเจ้าภัททิยศากยะครองราชสมบัติของชาวศากยวงศ์ พระองค์ทรง เป็นพระสหายของเจ้าอนุรุทธศากยะ ครั้งนั้น พระมารดาของเจ้าอนุรุทธศากยะทรงดำริว่า “พระเจ้าภัททิยศากยะนี้ ครองราชสมบัติของชาวศากยวงศ์ ทรงเป็นพระสหายของลูกอนุรุทธะ พระองค์จะไม่ สามารถเสด็จออกจากเรือนผนวชเป็นบรรพชิตแน่” จึงตรัสกับเจ้าอนุรุทธศากยะดังนี้ ว่า “ลูกอนุรุทธะ ถ้าพระเจ้าภัททิยศากยะจะเสด็จออกจากเรือนผนวชเป็นบรรพชิตด้วย ลูกก็จงบวชเถิด” ต่อมา เจ้าอนุรุทธศากยะจึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าภัททิยศากยะถึงที่ประทับ ครั้น ถึงแล้วได้ทูลพระเจ้าภัททิยศากยะดังนี้ว่า “เพื่อนรัก การบวชของเราเกี่ยวเนื่องกับ ท่าน” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก การบวชของท่านจะเกี่ยวเนื่องกับเรา หรือไม่เกี่ยวเนื่องกับเรา ก็ช่างเถิด เรากับท่าน ท่านจงบวชตามสบายเถิด” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “มาเถิด เพื่อนรัก เราทั้ง ๒ จะออกจากเรือนบวช เป็นบรรพชิตด้วยกัน” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก เราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วย ไม่ได้ เพื่อนบวชคนเดียวเถิด เรายินดีช่วยเหลือเรื่องที่อาจช่วยได้” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “พระมารดาของเรารับสั่งว่า ‘ลูกอนุรุทธะ ถ้าพระเจ้า ภัททิยศากยะจะเสด็จออกจากเรือนผนวชเป็นบรรพชิตด้วย ลูกก็จงบวชเถิด’ ก็เพื่อน ได้กล่าววาจานี้ว่า ‘การบวชของท่านจะเกี่ยวเนื่องกับเรา หรือไม่เกี่ยวเนื่องกับเรา ก็ ช่างเถิด เรากับท่าน ท่านไปบวชตามสบายเถิด’ มาเถิด เพื่อนรัก เราทั้ง ๒ จะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตด้วยกัน” @เชิงอรรถ : @ ด้วยความรักเพื่อน พระเจ้าภัททิยศากยะต้องการจะรับสั่งว่า “เราจะบวชกับท่าน” แต่ยังทรงห่วงราชสมบัติ @จึงรับสั่งได้เพียงว่า “อยํ ตยา : เรากับท่าน” แล้วรับสั่งไม่ออก (วิ.อ. ๓/๓๓๐/๓๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๖๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร สมัยนั้น ประชาชนพูดจริงทำจริง พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสกับอนุรุทธศากยะ ดังนี้ว่า “เพื่อนรัก ท่านโปรดรออยู่สัก ๗ ปีเถิด พอพ้น ๗ ปี เราทั้ง ๒ จะออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยกัน” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “๗ ปี นานเกินไป เราไม่สามารถจะรอถึง ๗ ปีได้” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก โปรดรอสัก ๖ ปี ... ๕ ปี ... ๔ ปี ... ๓ ปี ... ๒ ปี ... ๑ ปี ... เมื่อล่วง ๑ ปี เราทั้ง ๒ จะออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิตด้วยกัน” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “๑ ปี ก็ยังนานเกินไป เราไม่สามารถรอถึง ๑ ปีได้” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก ท่านโปรดรอสัก ๗ เดือน พอพ้น ๗ เดือน เราทั้ง ๒ จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยกัน” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “๗ เดือนก็ยังนานเกินไป เราไม่สามารถรอถึง ๗ เดือน ได้” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก ท่านโปรดรอสัก ๖ เดือน ... ๕ เดือน ... ๔ เดือน ... ๓ เดือน ... ๒ เดือน ... ๑ เดือน ... ครึ่งเดือน พอพ้น ครึ่งเดือน เราทั้ง ๒ จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยกัน” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “ครึ่งเดือนก็ยังนานเกินไป เราไม่สามารถรอถึงครึ่ง เดือนได้” พระเจ้าภัททิยศากยะตรัสว่า “เพื่อนรัก ท่านโปรดรอสัก ๗ วันเถิด พอให้เรา ได้มอบราชสมบัติแก่พวกลูกๆ และญาติพี่น้อง” เจ้าอนุรุทธศากยะทูลว่า “เพื่อนรัก ๗ วันไม่นานเกินไป เราจะรอ” เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช

ข้อ ๓๓๑

ครั้งนั้น พระเจ้าภัททิยศากยะ เจ้าอนุรุทธะ เจ้าอานนท์ เจ้าภคุ เจ้า กิมพิละและเจ้าเทวทัต กับอุบาลีซึ่งเป็นช่างกัลบก รวมเป็น ๗ คน เสด็จออกพร้อม ด้วยเสนา ๔ เหล่า เหมือนเสด็จประพาสราชอุทยานพร้อมเสนา ๔ เหล่าในครั้ง ก่อน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร ทั้ง ๖ พระองค์นั้นเสด็จไปห่างไกลแล้วรับสั่งให้เสนากลับ เข้าพรมแดนของ เจ้าเมืองอื่น ทรงเปลื้องเครื่องประดับเอาผ้าห่อแล้ว ได้ตรัสกับอุบาลีช่างกัลบกดังนี้ ว่า “อุบาลี เชิญท่านกลับเถิด ทรัพย์เหล่านี้พอเลี้ยงชีพได้” ขณะเมื่ออุบาลีช่างกัลบกจะกลับได้มีความคิดดังนี้ว่า “พวกเจ้าศากยะทั้งหลาย โหดร้ายนัก จะพึงให้ฆ่าเราด้วยเข้าพระทัยไปว่า ‘อุบาลีนี้ให้พระกุมารทั้งหลายหนีไป’ ก็พระศากยะกุมารเหล่านี้ยังออกจากเรือนทรงผนวชเป็นบรรพชิตได้ ไฉนเราจะบวช บ้างไม่ได้” อุบาลีช่างกัลบกนั้นจึงแก้ห่อเครื่องประดับแล้วแขวนสิ่งของไว้บนต้นไม้แล้ว กล่าวว่า “ผู้พบเห็นจงนำสิ่งของที่เราให้แล้วไปเถิด” แล้วเข้าไปเฝ้าศากยกุมารเหล่านั้น ถึงที่ประทับ ศากยกุมารเหล่านั้นได้ทอดพระเนตรเห็นอุบาลีกำลังเดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้รับสั่งกับอุบาลีช่างกัลบกดังนี้ว่า “นี่ อุบาลี ท่านกลับมาทำไม” อุบาลีช่างกัลบกจึงกราบทูลว่า “พระลูกเจ้าทั้งหลาย เมื่อหม่อมฉันกำลังกลับ ได้มีความคิดดังนี้ว่า “พวกเจ้าศากยะทั้งหลายโหดร้ายนัก จะพึงให้ฆ่าเราด้วยเข้า พระทัยไปว่า ‘อุบาลีนี้ให้พระกุมารทั้งหลายหนีไป’ ก็พระศากยกุมารเหล่านี้ยังออก จากเรือนทรงผนวชเป็นบรรพชิตได้ ไฉนเราจะบวชบ้างไม่ได’ ข้าแต่พระลูกเจ้า หม่อมฉันนั้นแก้ห่อเครื่องประดับแล้วแขวนสิ่งของไว้บนต้นไม้แล้วกล่าวว่า ‘ผู้พบเห็น จงนำสิ่งของที่เราให้แล้วไปเถิด’ กลับจากที่นั้นแล้ว” ศากยกุมารทั้งหลายตรัสว่า “ท่านทำดีแล้วที่ไม่ได้กลับไป เจ้าศากยะทั้งหลาย ผู้โหดร้ายจะพึงให้ฆ่าท่าน ด้วยเข้าใจว่า ‘อุบาลีนี้ให้กุมารทั้งหลายหนีไป” ต่อมา เหล่าศากยกุมารทั้งหลายพาอุบาลีผู้เป็นช่างกัลบกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควร เจ้าศากยะทั้งหลายผู้ประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า พวกหม่อมฉันเป็นเจ้าศากยะยังมีความถือตัว อุบาลีผู้นี้เป็นช่าง กัลบกรับใช้พวกข้าพระ พุทธเจ้ามานาน ขอพระองค์ทรงโปรดให้เขาบวชก่อน พวกข้า พระพุทธเจ้าจะอภิวาท ลุกต้อนรับ ทำอัญชลีกรรม สามีจิกรรมแก่เขา เมื่อเป็นเช่นนี้ ความถือตัวว่าเป็นศากยะของพวกหม่อมฉันจักบรรเทาไป” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคจึงโปรดให้อุบาลีผู้เป็นช่างกัลบกบวชก่อน แล้วให้ ศากยกุมารบวชภายหลัง ต่อมา ในระหว่างพรรษานั้นเอง ท่านพระภัททิยะได้บรรลุ วิชชา ๓ ท่าน พระอนุรุทธะได้บรรลุทิพยจักษุ ท่านพระอานนท์ได้บรรลุโสดาปัตติผล พระเทวทัตได้ฤทธิ์ชั้นปุถุชน เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”

ข้อ ๓๓๒

สมัยนั้น ท่านพระภัททิยะจะไปในป่าก็ดี จะไปที่ควงไม้ก็ดี จะไปใน สุญญาคารก็ดี ย่อมเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า “สุขหนอ สุขหนอ” ครั้งนั้น ภิกษุ หลายรูปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วอภิวาทพระผู้มีพระภาค นั่ง ณ ที่สมควร ภิกษุเหล่านั้นผู้นั่ง ณ ที่สมควรแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ท่านพระภัททิยะ ไม่ว่าจะไปในป่าก็ดี จะไปที่ควงไม้ก็ดี จะไปในเรือนว่างก็ดี ก็เปล่ง อุทานเนืองๆ ว่า ‘สุขหนอ สุขหนอ’ ท่านพระภัททิยะไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ แน่ๆ หรือคงหวนระลึกถึงสุขในราชสมบัติครั้งก่อน ไม่ว่าจะไปในป่าก็ดี จะไปที่ ควงไม้ก็ดี จะไปในสุญญาคารก็ดี จึงเปล่งอุทานอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกับภิกษุรูปหนึ่งว่า “ภิกษุ เธอจงไปบอก ภัททิยะว่าพระศาสดารับสั่งหาท่าน” ภิกษุนั้นทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้วเข้าไปหาท่านพระภัททิยะถึงที่อยู่ ครั้น ถึงแล้วได้กล่าวกับท่านพระภัททิยะดังนี้ว่า “พระศาสดารับสั่งหาท่าน” ท่านพระภัททิยะรับคำภิกษุนั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้ว ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับท่านพระภัททิยะผู้นั่งแล้ว ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “ภัททิยะ ทราบว่า เธอ ไม่ว่าจะไปในป่าก็ดี จะไปที่ควงไม้ก็ดี จะไปในสุญญาคารก็ดี ก็เปล่งอุทานเนืองๆ ว่า “สุขหนอ สุขหนอ’ จริงหรือ” ท่านพระภัททิยะทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” @เชิงอรรถ : @ ขุ.อุ. ๒๕/๒๐/๒๐๖-๒๐๘ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “ภัททิยะ เธอเห็นประโยชน์อะไร ไม่ว่าจะไปใน ป่าก็ดี จะไปที่ควงไม้ก็ดี จะไปในสุญญาคารก็ดี จึงเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า ‘สุขหนอ สุขหนอ” ท่านพระภัททิยะกราบทูลว่า “สมัยเมื่อข้าพระพุทธเจ้าเป็นพระราชา ได้รับการ อารักขาคุ้มครองอย่างดีทั้งภายในวัง ได้รับการอารักขาคุ้มครองอย่างดีทั้งภายนอกวัง ได้รับการอารักขาคุ้มครองอย่างดีทั้งภายในเมือง ได้รับการอารักขาคุ้มครองอย่างดี ทั้งภายนอกเมือง ได้รับการอารักษาคุ้มครองอย่างดีทั้งในชนบท ได้รับการอารักขา คุ้มครองอย่างดีทั้งนอกชนบท ข้าพระพุทธเจ้าถึงจะได้รับการอารักขาคุ้มครองอย่าง ดีเช่นนี้ ก็ยังกลัว ยังหวาดหวั่นอยู่ สะดุ้ง ตกใจ แต่เวลานี้ข้าพระพุทธเจ้าไม่ว่า จะไปในป่าก็ดี จะไปที่ควงไม้ก็ดี จะไปในสุญญาคารก็ดีเพียงผู้เดียวก็ไม่กลัวหวาดหวั่น ไม่สะดุ้งตกใจแต่อย่างใดเลย มีความโปร่งเบากายยิ่ง ครองชีวิตด้วยปัจจัยที่ผู้อื่นให้ มีจิตอิสระ ดุจมฤค ข้าพระพุทธเจ้าเห็นประโยชน์อย่างนี้ ไม่ว่าจะไปในป่าก็ดี จะไป ที่ควงไม้ก็ดี จะไปในสุญญาคารก็ดี ฯลฯ จึงมักจะเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า ‘สุขหนอ สุขหนอ’ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้วจึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ผู้ใดไม่มีกิเลสเป็นเหตุให้กำเริบภายในจิต และล่วงพ้นความเป็นภพและอภพต่างๆ ได้แล้ว ทวยเทพไม่สามารถมองเห็นผู้นั้น ผู้ปราศจากภัย มีความสุข ไม่เศร้าโศก เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต

ข้อ ๓๓๓

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อนุปิยนิคมตามพระอัธยาศัยแล้ว เสด็จจาริกไปทางกรุงโกสัมพี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ จนถึงกรุงโกสัมพี ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม ในกรุงโกสัมพีนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๗๓}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้