คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๗

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องพระฉัพพัคคีย์สรงน้ำขัดสีกายกับเสาเป็นต้น ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เครื่องประดับชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ไว้ผมยาว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้แปรงหวีผมเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์ส่องดูเงาหน้า เรื่องภิกษุเป็นแผลที่หน้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทาหน้าเป็นต้น เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคตา เรื่องพระฉัพพัคคีย์ดูมหรสพ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวดธรรมด้วยเสียงขับยาว เรื่องภิกษุสวดสรภัญญะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ผ้าห่มขนสัตว์เรื่องพระฉัพพัคคีย์ฉันมะม่วง เรื่องสมาคมถวายชิ้นมะม่วง เรื่องผลไม้ที่สมควรแก่สมณะเรื่องภิกษุถูกงูกัด ตระกูลพญางูทั้ง ๔ วิธีแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์เรื่องภิกษุตัดองคชาตเรื่องบาตรไม้จันทน์ ทรงห้ามใช้บาตรไม้ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรชนิดต่างๆ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้เชิงบาตรชนิดต่างๆ เรื่องการเก็บรักษาบาตร เรื่องการใช้วัตถุอื่นแทนบาตรเรื่องภิกษุใช้มือฉีกผ้าเย็บจีวรเป็นต้น เรื่องไม้สะดึงเป็นต้น เรื่องโรงสะดึงเป็นต้นเรื่องผ้ากรองน้ำ เรื่องทรงอนุญาตกุฎีกันยุงเรื่องทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกาย เรื่องศาลาเรือนไฟและบ่อน้ำ เรื่องสระโบกขรณี เรื่องทรงห้ามนอนบนที่นอนโรยดอกไม้ เรื่องทรงอนุญาตรับของหอม เรื่องห้ามฉันในภาชนะเดียวกันเป็นต้นเรื่องเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการคว่ำบาตร วิธีคว่ำบาตรและกรรมวาจา พระอานนท์ไปแจ้งข่าวเจ้าวัฑฒลิจฉวี เหตุแห่งการหงายบาตร วิธีหงายบาตรและกรรมวาจาเรื่องโพธิราชกุมาร เรื่องทรงห้ามเหยียบผืนผ้าขาวเรื่องนางวิสาขามิคารมาตา เรื่องพัด เรื่องร่มเรื่องไม้เท้า คำขอทัณฑสมมติ และกรรมวาจา คำขอสิกกาสมมติ และกรรมวาจา คำขอทัณฑสิกกาสมมติและกรรมวาจาเรื่องภิกษุสำรอกอาหาร เรื่องการไว้เล็บและตัดเล็บ เรื่องขัดเล็บ เรื่องมีดโกน เรื่องแต่งหนวด เรื่องทรงอนุญาตให้โกนขนในที่ลับ เรื่องกรรไกร เรื่องไว้ขนจมูก เรื่องพระฉัพพัคคีย์ผมหงอก เรื่องไม้แคะหูเรื่องพระฉัพพัคคีย์สะสมโลหะและทองสัมฤทธิ์ เรื่องกล่องยาตา เรื่องผ้ารัดเข่าเรื่องประคดเอว เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ลูกถวิน เรื่องลูกดุมเรื่องการนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ เรื่องหาบของเรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขึ้นต้นไม้เรื่องทรงห้ามยกพระพุทธพจน์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนโลกายัต เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชาเรื่องให้พรเมื่อมีผู้จามเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะ เรื่องหลุมถ่ายอุจจาระ เรื่องวัจกุฎีเรื่องพระฉัพพัคคีย์ประพฤติไม่เหมาะสมเรื่องโลหะรวมเรื่องที่มีในขุททกวัตถุขันธกะวิหารานุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตวิหาร เรื่องเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ขออนุญาตสร้างวิหาร ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ถวายวิหาร คาถาอนุโมทนาผู้ถวายวิหารเรื่องบานประตู เรื่องลูกดาล เรื่องบานหน้าต่าง เรื่องเครื่องลาดตั่งไม้เตียงถักสาน มัญจปีฐาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเตียงและตั่งเป็นต้น เรื่องเตียงและตั่ง เรื่องม้านั่งชนิดต่างๆ เรื่องห้ามนอนบนเตียงสูง เรื่องไม้หนุนเท้าเตียงเรื่องด้าย เรื่องหมอน เรื่องฟูก ๕ ชนิด เรื่องเตียงหุ้มด้วยฟูก เสตวัณณาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสีขาวเป็นต้น ปฏิภาณจิตตปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องทรงอนุญาตภาพดอกไม้ อิฏฐกาจยาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ก่ออิฐเป็นต้น เรื่องวิหารพื้นต่ำ เรื่องวิหารมีพื้นเป็นลานโล่ง เรื่องวิหารเล็ก เรื่องฝาวิหารชำรุด เรื่องทรงอนุญาตเพดานเรื่องทรงอนุญาตไม้แขวน เรื่องทรงอนุญาตราวจีวร อุปัฏฐานสาลาอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตหอฉัน เรื่องภิกษุฉันร่วมกันในกลางแจ้ง ปาการาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตรั้วล้อมเป็นต้น เรื่องวิหารไม่มีรั้วล้อม เรื่องทรงอนุญาตซุ้มประตู เรื่องทรงอนุญาตท่อระบายน้ำ เรื่องทรงอนุญาตศาลาไฟ อารามปริกเขปอนุชานนะ เรื่องทรงอนุญาตรั้วล้อมอารามอนาถปิณฑิกวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอนาถบิณฑิกคหบดี อนาถบิณฑิกะสร้างพระเชตวันนวกัมมทานะ ว่าด้วยให้นวกรรม(การก่อสร้าง) เรื่องช่างชุนผ้า วิธีให้นวกรรมและกรรมวาจาอัคคาสนาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตอาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องความเคารพ เรื่องผู้ควรได้อาสนะเลิศเป็นต้น เรื่องสัตว์ ๓ สหาย อวันทิยาทิปุคคละ ว่าด้วยบุคคลที่ไม่ควรไหว้เป็นต้น เรื่องบุคคลที่ไม่ควรไหว้ ๑๐ จำพวก เรื่องบุคคลที่ภิกษุควรไหว้ ๓ จำพวก อาสนปฏิพาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามการกีดกันอาสนะ เรื่องอันเตวาสิกของพระฉัพพัคคีย์ คิหิวิกตอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องใช้อย่างคฤหัสถ์เชตวนวิหารานุโมทนา ว่าด้วยทรงอนุโมทนาการถวายเชตวันวิหาร คาถาอนุโมทนาการถวายวิหารอาสนปฏิพาหนาทิ ว่าด้วยการกีดกันอาสนะเป็นต้น เรื่องบังคับภิกษุผู้นั่งอาสนะถัดไปให้ลุกขึ้นทั้งที่ยังฉัน เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ไล่ภิกษุอาพาธ เรื่องอนุญาตให้ภิกษุถือเสนาสนะเสนาสนคาหาปกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่จัดแจงเสนาสนะ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา เรื่องวิธีการให้ถือเสนาสนะเป็นต้น เรื่องให้ถือเสนาสนะ ๓ อย่างเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรจองเสนาสนะเรื่องตรัสวินยกถาอวิสสัชชิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงสละ อเวภังคิยวัตถุ ว่าด้วยของที่ไม่พึงแบ่ง เรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะนวกัมมทานกถา ว่าด้วยวิธีการที่ภิกษุให้นวกรรม เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ภิกษุถือเอานวกรรมแล้วหลีกไปเป็นต้น อัญญตรปริโภคปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยการห้ามใช้เสนาสนะผิดที่เป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตให้ยืมเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้เก็บรักษาเสนาสนะ เรื่องทรงอนุญาตให้แลกเปลี่ยน เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดเท้า เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปื้อนเหยียบเสนาสนะ เรื่องห้ามภิกษุเท้าเปียกเหยียบเสนาสนะมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง เป็นต้น พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง พุทธานุญาตให้ปูลาดนอนสังฆภัตตาทิอนุชานนะ ว่าด้วยทรงอนุญาตสังฆภัตเป็นต้น ภัตตุทเทสกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งพระภัตตุเทสก์ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา วิธีแจกภัตเสนาสนปัญญาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะเป็นต้น อัปปมัตตกวิสสัชชกสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกของเล็กน้อย เรื่องของเล็กน้อยที่ควรแจก สาฏิยัคคาหาปกาทิสมมติ ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุผู้แจกผ้าเป็นต้น วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจารวมเรื่องที่มีในเสนาสนขันธกะฉสักยปัพพัชชากถา ว่าด้วยการบรรพชาของเจ้าศากยะ ๖ องค์ เรื่องพระเจ้าภัททิยศากยะ เรื่องเจ้าศากยะทรงผนวช เรื่องพระภัททิยะเปล่งอุทานว่า “สุขหนอ”เทวทัตตวัตถุ ว่าด้วยเรื่องของพระเทวทัต เรื่องกกุธโกฬิยบุตร ปัญจสัตถุกถา ว่าด้วยพระศาสดา ๕ จำพวก เรื่องลาภสักการะย่อมฆ่าคนชั่วพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์ ปกาสนียกัมมะ ว่าด้วยสงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต วิธีทำปกาสนียกรรมและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาอชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต เรื่องศาสดา ๕ จำพวกนาฬาคิริเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตปล่อยช้างนาฬาคิรีปัญจวัตถุยาจนกา ว่าด้วยพระเทวทัตกราบทูลขอวัตถุ ๕ ประการ พระเทวทัตโฆษณาวัตถุ ๕ ประการสังฆเภทกถา ว่าด้วยการทำลายสงฆ์ พระเทวทัตชักชวนพระวัชชีบุตร ๕๐๐ รูปเข้าเป็นพรรคพวก เรื่องภิกษุรูปหนึ่งเข้าใจผิดพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ รูปกลับ คุณสมบัติของทูต พระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ อย่างครอบงำ นิคมคาถาอุปาลิปัญหา ว่าด้วยปัญหาของพระอุบาลี สังฆราชี สังฆเภท เรื่องที่ทำให้สงฆ์แตกกัน ๑๘ ประการ สังฆสามัคคี นิคมคาถาภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบาย ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องไปเกิดในอบายรวมเรื่องที่มีในสังฆเภทขันธกะ๑. อาคันตุกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้จรมา๒. อาวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส๓. คมิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้ออกเดินทาง๔. อนุโมทนาวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในการอนุโมทนา๕. ภัตตัคควัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในโรงฉัน๖. ปิณฑจาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต๗. อารัญญิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฎิบัติของภิกษุผู้อยู่ป่า๘. เสนาสนวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเสนาสนะ๙. ชันตาฆรวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเรือนไฟ๑๐. วัจจกุฏิวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในวัจกุฎี๑๑. อุปัชฌายวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในพระอุปัชฌาย์๑๒. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในสัทธิวิหาริก๑๓. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร๑๔. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในอันเตวาสิกรวมเรื่องที่มีในวัตตขันธกะ๑. ปาติโมกขุทเทสยาจนะ ว่าด้วยการขอให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง๒. มหาสมุทเทอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความอัศจรรย์ของมหาสมุทร ๘ ประการ ๓. อิมัสมิงธัมมวินเยอัฏฐัจฉริยะ ว่าด้วยความมหัศจรรย์ในพระธรรมวินัย ๘ ประการ๔. ปาติโมกขสวนารหะ ว่าด้วยผู้ควรฟังปาติโมกข์ เรื่องทรงให้ภิกษุสงฆ์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเอง เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์งดยกปาติโมกข์๕. ธัมมิกาธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ชอบธรรมและไม่ชอบธรรม ๖. ธัมมิกปาติโมกขัฏฐปนะ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ที่ชอบธรรม๗. อัตตาทานอังคะ ว่าด้วยองค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ ๘. โจทเกนปัจจเวกขิตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา ๙. โจทเกนอุปัฏฐาเปตัพพธัมมะ ว่าด้วยคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงตั้งไว้ในตน๑๐. โจทกจุทิตกปฏิสังยุตตกถา ว่าด้วยเรื่องของผู้โจทก์และผู้ถูกโจท เรื่องผู้ถูกโจทโดยไม่ชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องผู้เป็นโจทก์โดยชอบธรรมไม่ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยชอบธรรมต้องเดือดร้อน คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ ๕ อย่าง ผู้ถูกโจทพึงตั้งอยู่ในธรรม ๒ อย่างรวมเรื่องที่มีในปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ๑. มหาปชาปติโคตมีวัตถุ ว่าด้วยเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี ๒. อัฏฐครุธัมมะ ว่าด้วยครุธรรม ๘ ข้อ๓. ภิกขุนีอุปสัมปทานุชานนะ ว่าด้วยการอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลขอพร พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามถึงสิกขาบท ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอาบัติของกันและกันทรงอนุญาตให้ทำกรรมเป็นต้นภิกษุแสดงอวัยวะอวดภิกษุณี ภิกษุณีแสดงอวัยวะอวดภิกษุเรื่องงดโอวาท วิธีรับโอวาทของภิกษุณีเรื่องภิกษุณีรัดสีข้าง เรื่องภิกษุณีนวดกาย เรื่องภิกษุณีทาหน้า เรื่องภิกษุณีใช้จีวรสีเขียวล้วนเรื่องพินัยกรรมของภิกษุณีสงฆ์ เรื่องภิกษุณีใช้ไหล่กระแทกภิกษุ เรื่องภิกษุณีใช้บาตรใส่ทารก เรื่องภิกษุณีแสดงก้นบาตร เรื่องภิกษุณีเพ่งดูอวัยวะเพศบุรุษ เรื่องภิกษุให้อามิสเรื่องภิกษุณียืมเสนาสนะ เรื่องผ้านุ่งของภิกษุณี๓. ตติยภาณวาร เรื่องอันตรายิกธรรมของภิกษุณี วิธีสอบถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุณีโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุณียังไม่ได้รับการแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขาเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบทต่อภิกษุณีสงฆ์ คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา คำขออุปสมบทต่อภิกษุสงฆ์ ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทาเรื่องการวัดเงาเป็นต้นเรื่องปวารณา วิธีแต่งตั้งและญัตติกรรมวาจา คำปวารณาเรื่องการงดอุโบสถเรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะ เรื่องคานหามเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสี กรรมวาจาให้อุปสมบทด้วยทูตเรื่องภิกษุณีทั้งหลายอยู่ป่า เรื่องแต่งตั้งภิกษุณีให้เป็นเพื่อนภิกษุณีลูกอ่อน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาเรื่องภิกษุณีไม่บอกคืนสิกขา เรื่องภิกษุณีเข้ารีตเดียรถีย์เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิยินดีการสัมผัสส้นเท้า เรื่องภิกษุณีถ่ายอุจจาระ เรื่องภิกษุณีใช้จุรณสรงน้ำรวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ๑. สังคีตินิทาน ว่าด้วยมูลเหตุการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พระมหากัสสปะคัดเลือกภิกษุทำสังคายนา กำหนดเขตการอยู่จำพรรษา ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ท่านพระอานนท์บรรลุอรหัตตผลเรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัยเรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม๒. ขุททานุขุททกสิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติเพิ่มเติมและไม่ถอนพระบัญญัติเดิมเรื่องปรับอาบัติท่านพระอานนท์ ๕ กรณีเรื่องพระปุราณะ๓. พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยการลงพรหมทัณฑ์ เรื่องพระเจ้าอุเทน เรื่องท่านพระอานนท์แจ้งพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะรวมเรื่องที่มีในปัญจสติกขันธกะเรื่องภิกษุวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตร ลงปฏิสารณียกรรมโดยไม่ชอบธรรม เครื่องเศร้าหมองของสมณพราหมณ์ ๔ ประการเรื่องผู้ใหญ่บ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมโดยไม่ชอบธรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสี เรื่องภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะและทักขิณาบถเรื่องพระเรวตะคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหะเรื่องพระอุตตระเรื่องสงฆ์มุ่งจะวินิจฉัยอธิกรณ์พระสัมภูตสาณวาสีถามวัตถุ ๑๐ ประการพระเรวตะประกาศระงับอธิกรณ์ด้วยอุพพาหิกวิธี ญัตติกรรมวาจาเรื่องพระอชิตะ ญัตติกรรมวาจา คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับวัตถุ ๑๐ ประการรวมเรื่องที่มีในสัตตสติกขันธกะ

ศาสนา

อชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต เรื่องศาสดา ๕ จำพวก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๓ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อชาตสัตตุกุมารวัตถุ ว่าด้วยเรื่องอชาตศัตรูกุมาร

ครั้งนั้น พระเทวทัตเข้าไปหาอชาตศัตรูกุมารถึงที่อยู่ ครั้นถึงแล้วได้ กล่าวกับอชาตศัตรูกุมารดังนี้ว่า “พระกุมาร เมื่อก่อนมนุษย์ทั้งหลายมีอายุยืน บัดนี้ มีอายุสั้น การที่พระองค์จะพึงสิ้นพระชนม์เมื่อยังเป็นพระกุมาร เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ถ้าเช่นนั้น พระองค์จงปลงพระชนม์พระชนกแล้วเป็นพระราชา อาตมาก็จะปลง พระชนม์พระผู้มีพระภาคแล้วเป็นพระพุทธเจ้า” ครั้งนั้น อชาตศัตรูกุมารดำริว่า “พระคุณเจ้าเทวทัตมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พระคุณเจ้าเทวทัตจะต้องรู้” วันหนึ่งได้เหน็บกฤชแนบพระเพลา ทรงกลัว หวาดหวั่น สะดุ้ง ตกพระทัย เสด็จเข้าไปในพระราชวังอย่างเร่งร้อนช่วงเวลากลางวัน พวกมหาอมาตย์ที่เฝ้าประตูพระราชวังแลเห็นอชาตศัตรูกุมารมีอาการกลัว หวาด หวั่น สะดุ้ง ตกพระทัยเสด็จเข้าไปในราชวังอย่างเร่งรีบช่วงเวลากลางวันจึงได้จับไว้ มหาอมาตย์เหล่านั้นตรวจพบกฤชเหน็บอยู่ที่พระเพลา จึงทูลถามอชาตศัตรูกุมารดังนี้ว่า “พระองค์มีประสงค์จะทำอะไร พระเจ้าข้า” อชาตศัตรูกุมารตรัสตอบว่า “เราประสงค์จะปลงพระชนม์พระชนก” พวกมหาอมาตย์ทูลถามว่า “พระองค์ถูกใครยุยง” อชาตศัตรูกุมารตรัสตอบว่า “พระคุณเจ้าเทวทัต” มหาอมาตย์บางพวกลงมติอย่างนี้ว่า “ควรปลงพระชนม์พระกุมาร ฆ่าพระ เทวทัต และฆ่าภิกษุทั้งหมด” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๕} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร มหาอมาตย์บางพวกลงมติอย่างนี้ว่า “ไม่ควรฆ่าภิกษุทั้งหลาย เพราะพวก ภิกษุไม่มีความผิดอะไร ควรปลงประชนม์พระกุมารและฆ่าพระเทวทัตเท่านั้น” มหาอมาตย์บางพวกลงมติอย่างนี้ว่า “ไม่ควรปลงพระชนม์พระกุมาร และไม่ ควรฆ่าพระเทวทัต ทั้งไม่ควรฆ่าภิกษุทั้งหลาย แต่ควรนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระราชา ให้ทรงทราบ พวกเราจะปฏิบัติตามที่พระราชารับสั่ง” ลำดับนั้น มหาอมาตย์เหล่านั้นคุมอชาตศัตรูกุมารไปเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพ มคธรัฐถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วกราบทูลเรื่องนั้นให้พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ ทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐตรัสถามว่า “ท่านทั้งหลาย พวกมหาอมาตย์ ลงมติกันอย่างไร” พวกมหาอมาตย์กราบทูลว่า “พระเจ้าข้า มหาอมาตย์บางพวกลงมติอย่างนี้ว่า ‘ควรปลงพระชนม์พระกุมาร ฆ่าพระเทวทัต และฆ่าภิกษุทั้งหมด’ มหาอมาตย์ บางพวกลงมติอย่างนี้ว่า ‘ไม่ควรฆ่าภิกษุทั้งหลาย เพราะพวกภิกษุไม่มีความผิดอะไร ควรปลงพระชนม์พระกุมารและฆ่าพระเทวทัตเท่านั้น’ มหาอมาตย์บางพวกลงมติ อย่างนี้ว่า ‘ไม่ควรปลงพระชนม์พระกุมาร และไม่ควรฆ่าพระเทวทัต ทั้งไม่ควรฆ่า ภิกษุทั้งหลาย แต่ควรนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบ พวกเราจะปฏิบัติ ตามที่พระราชารับสั่ง” พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐตรัสว่า “ท่านทั้งหลาย พระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์จะเกี่ยวอะไร พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ลงปกาสนียกรรมในกรุงราชคฤห์ แก่พระเทวทัตโดยประกาศว่า ‘เมื่อก่อนพฤติกรรมของพระเทวทัตเป็นอย่างหนึ่ง เวลานี้ เป็นอีกอย่างหนึ่ง พระเทวทัตประพฤติสิ่งใดด้วยกายวาจา ไม่ควรเห็นว่าพระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์เป็นอย่างนั้น พึงเห็นว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของพระเทวทัต ก่อนแล้วมิใช่หรือ” บรรดาอมาตย์เหล่านั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐรับสั่งให้ถอดยศพวก ที่ลงมติอย่างนี้ว่า “ควรปลงพระชนม์พระกุมาร ฆ่าพระเทวทัต และฆ่าภิกษุทั้งหมด” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ทรงลดตำแหน่งพวกที่ลงมติอย่างนี้ว่า “ไม่ควรฆ่าภิกษุทั้งหลาย เพราะพวกภิกษุ ไม่มีความผิดอะไร ควรปลงพระชนม์พระกุมารและฆ่าพระเทวทัตเท่านั้น” ทรงเลื่อน ตำแหน่งพวกที่ลงมติอย่างนี้ว่า “ไม่ควรปลงพระชนม์พระกุมาร ไม่ควรฆ่าพระเทวทัต ทั้งไม่ควรฆ่าภิกษุทั้งหลาย แต่ควรนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบ พวก เราจะปฏิบัติตามที่พระราชารับสั่ง” ต่อมา พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐรับสั่งถามอชาตศัตรูกุมารว่า “ลูกต้อง การฆ่าพ่อเพื่ออะไร” อชาตศัตรูกุมารกราบทูลว่า “หม่อมฉันต้องการราชสมบัติ พระเจ้าข้า” พระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐตรัสว่า “ถ้าลูกต้องการราชสมบัติ ราชสมบัติ ก็เป็นของลูก” แล้วทรงมอบราชสมบัติแก่อชาตศัตรูกุมาร อภิมารเปสนะ ว่าด้วยพระเทวทัตส่งคนไปลอบปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค

ครั้งนั้น พระเทวทัตเข้าไปเฝ้าอชาตศัตรูกุมารถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้ว ได้ถวายพระพรอชาตศัตรูกุมารดังนี้ว่า “ขอถวายพระพร ขอพระองค์โปรดสั่งใช้ ราชบุรุษปลงพระชนม์พระสมณโคดม” ครั้งนั้น อชาตศัตรูกุมารสั่งราชบุรุษทั้งหลายว่า “พวกท่านจงปฏิบัติตามคำสั่ง ของพระคุณเจ้าเทวทัต” ต่อมา พระเทวทัตสั่งบุรุษคนหนึ่งว่า “พระสมณโคดมประทับอยู่ที่โน้น ท่าน จงไปปลงพระชนม์พระองค์แล้วกลับมาทางนี้” แล้วซุ่มบุรุษไว้ริมทาง ๒ คนด้วยสั่ง ว่า “พวกท่านจงฆ่าคนที่เดินมาทางนี้เพียงลำพัง แล้วมาทางนี้” ซุ่มบุรุษไว้ริมทาง อีก ๔ คนด้วยสั่งว่า “พวกท่านจงฆ่าคน ๒ คนที่เดินมาทางนี้ แล้วมาทางนี้” ซุ่ม บุรุษไว้ริมทางอีก ๘ คนด้วยสั่งว่า “พวกท่านจงฆ่าคน ๔ คนที่เดินมาทางนี้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร มาทางนี้” ซุ่มบุรุษไว้ริมทางอีก ๑๖ คนด้วยสั่งว่า “พวกท่านจงฆ่าคน ๘ คนที่เดิน มาทางนี้ แล้วมาทางนี้” พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถา ครั้งนั้น บุรุษคนหนึ่งนั้นถือดาบและโล่ห์สะพายธนู เข้าไปหาพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ยืนกลัว หวาดหวั่น สะดุ้ง ตกใจจนตัวแข็งทื่อไม่ห่างจาก พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาครับสั่งกับบุรุษนั้นผู้ยืนกลัว หวาดหวั่น สะดุ้ง ตกใจ จนตัวแข็งทื่อว่า “มาเถิด ท่านอย่ากลัวเลย” ลำดับนั้น บุรุษนั้นวางดาบและโล่ห์ ปลดธนูวางไว้ ณ ส่วนข้างหนึ่งแล้วเข้าไป หาพระผู้มีพระภาค แล้วซบศีรษะแทบพระยุคลบาท ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าได้กระทำความผิด เพราะความโง่เขลา เบาปัญญา ที่มีจิตคิดประทุษร้าย คิดจะปลงพระชนม์ จึงเข้ามาที่นี้ ขอพระองค์โปรด ประทานอภัยโทษแก่ข้าพระพุทธเจ้า เพื่อสำรวมต่อไปเถิด” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เอาเถิด การที่ท่านได้ทำความผิดเพราะความโง่เขลา เบาปัญญา ที่มีจิตคิดประทุษร้ายคิดจะปลงพระชนม์จึงเข้ามาที่นี้ เพราะเหตุที่ท่าน เห็นความผิดเป็นความผิดแล้วแก้ไขให้ถูกต้อง ข้อนั้นเรายอมรับ เพราะการที่บุคคล เห็นความผิดเป็นความผิดแล้วแก้ไขให้ถูกต้องและสำรวมต่อไป นี้เป็นความเจริญในวินัย ของพระอริยะ” จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา คือ ทรงประกาศ ๑. ทานกถา (เรื่องทาน) ๒. สีลกถา (เรื่องศีล) ๓. สัคคกถา (เรื่องสวรรค์) ๔. กามาทีนวกถา (เรื่องโทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมองแห่งกาม) ๕. เนกขัมมานิสังสกถา (เรื่องอานิสงส์แห่งการออกจากกาม)แก่บุรุษนั้น @เชิงอรรถ : @ แปลมาจากคำว่า กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร เมื่อทรงทราบว่าบุรุษนั้นมีจิตควร อ่อน ปราศจากนิวรณ์ เบิกบาน ผ่องใส จึงทรงประกาศสามุกกังสิกธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ธรรมจักษุอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดแก่บุรุษนั้น ณ ที่นั้นแลว่า “สิ่งใด สิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็น ธรรมดา” เปรียบเหมือนผ้าขาวสะอาดปราศจากมลทินควรได้รับน้ำย้อมได้เป็นอย่างดี ครั้นบุรุษนั้นได้เห็นธรรมแล้ว บรรลุธรรมแล้ว รู้แจ้งธรรมแล้ว หยั่งลงสู่ ธรรมแล้ว ข้ามความสงสัยแล้ว ปราศจากความแคลงใจ ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระ องค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของ พระองค์ชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคประกาศธรรมแจ่มแจ้งโดยประการ ต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือ ตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีตาดีจักเห็นรูป พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงจำข้าพระพุทธเจ้าว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับบุรุษนั้นดังนี้ว่า “ท่านอย่าไปทางนั้น จงไป ทางนี้” แล้วส่งเขาไปทางอื่น ครั้งนั้น บุรุษอีก ๒ คนนั้นปรึกษากันว่า “ทำไมหนอบุรุษคนหนึ่งนั้นจึงมาช้า” แล้วเดินสวนทางไป ได้พบพระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ณ ควงไม้แห่งหนึ่ง ครั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แลัวนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่เขาทั้งสอง ฯลฯ ครั้งนั้น บุรุษ ๒ คนนั้นเห็นธรรมแล้ว ฯลฯ ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำของสอนพระ ศาสดา ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ ไพเราะชัดเจนยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๘๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับบุรุษเหล่านั้นดังนี้ว่า “พวกท่านอย่าไปทางนั้น จงไปทางนี้” แล้วทรงส่งพวกเขาไปทางอื่น ครั้งนั้น บุรุษอีก ๔ คน ฯลฯ ครั้งนั้น บุรุษอีก ๘ คน ฯลฯ ครั้งนั้น บุรุษอีก ๑๖ คนปรึกษากันว่า “ทำไมหนอ บุรุษ ๘ คนนั้นจึงมาช้า” แล้วเดินสวนทางไป ได้พบพระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ณ ควงไม้แห่งหนึ่ง ครั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้ว ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่บุรุษเหล่านั้น คือ ทรงประกาศ ๑. ทานกถา (เรื่องทาน) ๒. สีลกถา (เรื่องศีล) ฯลฯ ครั้งนั้น บุรุษ ๑๖ คนนั้นเห็นธรรมแล้ว ฯลฯ ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำสอนของ พระศาสดา ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ ไพเราะชัดเจนยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับบุรุษเหล่านั้นดังนี้ว่า “พวกท่านอย่าไปทางนั้น จงไปทางนี้” แล้วทรงส่งพวกเขาไปทางอื่น ต่อมา บุรุษคนหนึ่งนั้นเข้าไปหาพระเทวทัตถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกับพระ เทวทัตดังนี้ว่า “กระผมไม่สามารถปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาคได้ พระผู้มีพระภาค พระองค์นั้นเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก” พระเทวทัตตอบว่า “อย่าเลยท่าน ท่านอย่าปลงพระชนม์พระสมณโคดมเลย เราจะลงมือปลงพระชนม์พระสมณโคดมเอง” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๙๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร โลหิตุปปาทกกัมมะ ว่าด้วยพระเทวทัตทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิต

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่ร่มเงาภูเขาคิชฌกูฏ ครั้งนั้น พระเทวทัตขึ้นภูเขาคิชฌกูฏกลิ้งศิลาก้อนใหญ่ ด้วยหมายใจว่า “เราจะปลง พระชนม์พระผู้มีพระภาคด้วยก้อนศิลานี้” ยอดภูเขา ๒ ข้างมาบรรจบกันรับศิลา ก้อนนั้นไว้ สะเก็ดศิลากระเด็นจากก้อนศิลานั้นไปกระทบพระบาทของพระผู้มีพระภาค จนพระโลหิตห้อ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแหงนพระพักตร์ ได้ตรัสกับพระเทวทัตดังนี้ว่า “โมฆบุรุษ เธอสั่งสมสิ่งที่มิใช่บุญไว้มากที่มีจิตคิดร้าย คิดฆ่า ทำโลหิตของตถาคต ให้ห้อ” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ เทวทัตผู้มีจิตคิดร้าย คิดฆ่า ทำโลหิตของตถาคตให้ห้อ นี้เป็นอนันตริยกรรมข้อที่ ๑ ที่เทวทัตสั่งสมไว้” ภิกษุทั้งหลายได้สดับข่าวว่า “พระเทวทัตวางแผนปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค” จึงพากันเดินจงกรมอยู่รอบๆ วิหารของพระผู้มีพระภาค กระทำการสาธยายเสียง ดังอึกทึกกึกก้องเพื่ออารักขาป้องกันคุ้มครองพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงสดับเสียงสาธยายเสียงดังอึกทึกกึกก้อง จึงรับสั่งถามท่าน พระอานนท์ว่า “อานนท์ เพราะเหตุไร เสียงสาธยายนั้นจึงดังอึกทึกกึกก้อง” ท่าน พระอานนท์จึงกราบทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุทั้งหลายได้สดับข่าวว่า พระเทวทัต วางแผนปลงพระชนม์พระผู้มีพระภาค จึงพากันเดินจงกรมอยู่รอบๆ วิหารของ พระผู้มีพระภาคกระทำการสาธยายเสียงดังอึกทึกกึกก้องเพื่ออารักขาป้องกันคุ้มครอง พระผู้มีพระภาค เสียงสาธยายนั้นจึงดังอึกทึกกึกก้อง” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ ถ้าเช่นนั้น เธอจงไปบอกภิกษุเหล่านั้นว่า พระศาสดารับสั่งหาพวกท่าน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๙๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้วเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ ครั้น แล้วแจ้งให้ทราบว่า “พระศาสดารับสั่งหาท่านทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นรับคำของท่าน พระอานนท์แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้ว ถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับภิกษุเหล่านั้นดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่ โอกาส ที่จะปลงชีวิตตถาคตด้วยความพยายามของผู้อื่น พระตถาคตทั้งหลายย่อม ไม่ปรินิพพานด้วยความพยายามของผู้อื่น” เรื่องศาสดา ๕ จำพวก ภิกษุทั้งหลาย ศาสดา ๕ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก คือ ๑. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีศีลไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มี ศีลบริสุทธิ์ ศีลของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวก รู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญา ว่าเราเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ศีลของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเราจะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้น ยกย่องพวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัช บริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” ภิกษุทั้งหลาย พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้นี้โดยศีล และศาสดาเช่นนี้ก็หวัง การรักษาโดยศีลจากพวกสาวก ๒. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็น ผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ อาชีพของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ แต่ @เชิงอรรถ : @ องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๐๐/๑๗๐-๑๗๔ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๙๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ อาชีพของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่ พอใจของท่าน พวกเราจะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่องพวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลาน ปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วย กรรมนั้น” ภิกษุทั้งหลาย พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยอาชีพ ศาสดาเช่นนี้ก็หวัง การรักษาโดยอาชีพจากพวกสาวก ๓. ศาสดาบางท่านในโลกนี้เป็นผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มีธรรมเทศนาบริสุทธิ์ ธรรมเทศนาของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้มี ธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าธรรมเทศนาของตนบริสุทธิ์ ธรรมเทศนาของตนบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเรา พึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเรา จะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่อง พวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” ภิกษุทั้งหลาย พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยธรรมเทศนา ศาสดา เช่นนี้ก็หวังการรักษาโดยธรรมเทศนาจากพวกสาวก ๔. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เรา เป็นผู้มีเวยยากรณะบริสุทธิ์ เวยยากรณะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้เป็นผู้ มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มี เวยยากรณะบริสุทธิ์ เวยยากรณะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอก แก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๙๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร จะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้นยกย่อง พวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” ภิกษุทั้งหลาย พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยเวยยากรณะ ศาสดา เช่นนี้ก็หวังการรักษาโดยเวยยากรณะจากพวกสาวก ๕. ศาสดาบางท่านในโลกนี้มีญาณทัสสนะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มีญาณทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” สาวกรู้จักเขาอย่างนี้ว่า “ศาสดาท่านนี้ เป็นผู้มีญาณสสนะไม่บริสุทธิ์ แต่ปฏิญญาว่าเราเป็นผู้มีญาณ- ทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง แต่ถ้าพวกเราพึงบอกแก่พวกคฤหัสถ์ ก็จะไม่เป็นที่พอใจของท่าน พวกเราจะกล่าวถ้อยคำที่ท่านไม่พอใจได้อย่างไร อนึ่ง ศาสดานั้น ยกย่องพวกเราด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัช บริขาร ท่านทำกรรมใดไว้ ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยกรรมนั้น” ภิกษุทั้งหลาย พวกสาวกย่อมรักษาศาสดาเช่นนี้ไว้โดยญาณทัสสนะ และ ศาสดาเช่นนี้ก็หวังการรักษาโดยญาณทัสสนะจากพวกสาวก ภิกษุทั้งหลาย ศาสดา ๕ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ภิกษุทั้งหลาย เรามีศีลบริสุทธิ์ จึงปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ศีลของ เราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวกสาวกย่อมไม่รักษาเราโดยศีล และเราก็ ไม่หวังการรักษาโดยศีลจากพวกสาวก ภิกษุทั้งหลาย เรามีอาชีพบริสุทธิ์ ฯลฯ เรามีธรรมเทศนาบริสุทธิ์ ฯลฯ เรา มีเวยยากรณะบริสุทธิ์ ฯลฯ เรามีญาณทัสสนะบริสุทธิ์ จึงปฏิญญาว่า “เราเป็นผู้มี ญาณทัสสนะบริสุทธิ์ ญาณทัสสนะของเราบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่เศร้าหมอง” พวก สาวกย่อมไม่รักษาเราไว้โดยญาณทัสสนะ และเราก็ไม่หวังการรักษาโดยญาณทัสสนะ จากพวกสาวก” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๙๔} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๗. สังฆเภทขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาส ที่จะปลงชีวิตตถาคตด้วยความพยายาม ของผู้อื่น พระตถาคตทั้งหลายย่อมไม่ปรินิพพานด้วยความพยายามของผู้อื่น ภิกษุ ทั้งหลาย พวกเธอจงไปอยู่ตามที่เดิม พระตถาคตทั้งหลายเป็นผู้ที่ไม่ต้องอารักขา”

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้