๓. ปริญญาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๓. ปริญญาวาร ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ละกำลังละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่ไม่เคยละสมุทยสัจ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่เคยละสมุทยสัจ ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่ กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจอรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จักละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จักละสมุทยสัจและก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ ปริญญาวาร จบ สัจจยมก จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๔๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปริญฺญาวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ ปริญญาวาร
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ ปชหตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหติ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหติ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมละสมุทยสัจ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดย่อมละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ? ถูกแล้ว. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่ละสมุทยสัจหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดย่อมไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ? ถูกแล้ว.
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิตฺถ โส สมุทยสจฺจํ ปชหิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหิตฺถ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ? ถูกแล้ว. บุคคลใดไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ? ถูกแล้ว.
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิสฺสติ โส สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิสฺสติ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดจักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นจักกำหนดรู้ทุกขสัจ? ถูกแล้ว. บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละสมุทยสัจ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ? ถูกแล้ว.
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ ปชหิตฺถาติ: โน ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหิตฺถ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาตีติ: โน ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถาติ: อรหา ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ โน จ สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานนฺติ สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิตฺถ ฯ โน วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิตฺถ โน จ ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ? หามิได้. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ? พระอรหันต์ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ แต่ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลที่มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์ ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ และไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทัยสัจ. หรือว่า บุคคลใดไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ แต่ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นแต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและพระอรหันต์ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย.
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาตีติ: โน ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสตีติ: เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เต ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานนฺติ โน จ สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสนฺติ อรหา เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานนฺติ สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสติ โน จ ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานาติ อรหา เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิสฺสนฺติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ หามิได้. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละสมุทยสัจหรือ? ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ แต่จักไม่ละสมุทยสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชนเหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย จักไม่ละสมุทยสัจด้วย. หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย.
โย ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิตฺถ โส สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ ปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ โย ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถ โส สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสตีติ: เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เต ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถ โน จ สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคี เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสติ โส ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถาติ: อรหา สมุทยสจฺจํ นปฺปชหิสฺสติ โน จ ทุกฺขสจฺจํ น ปริชานิตฺถ อคฺคมคฺคสมงฺคี เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต สมุทยสจฺจญฺจ นปฺปชหิสฺสนฺติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น ปริชานิตฺถ ฯ ปริญฺญาวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ สจฺจยมกํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------
บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ หามิได้. บุคคลใดไม่กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ หรือ? ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ แต่จักไม่ละซึ่งสมุทยสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจด้วย จักไม่ละซึ่งสมุทยสัจด้วย. หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ? พระอรหันต์จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจด้วย ปริญญาวาร จบ. สัจจยมก จบ.