อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๔๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 47 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 47 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 22 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อภิธมฺมปิฏเก ปฏฺฐานํ ทุติโย ภาโค อนุโลมติกปฏฺฐานํ ปจฺฉิมํ -------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ วิตกฺกตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ {๑.๑} สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ สวิตกฺก- สวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ฯ {๒.๑} สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก กฏตฺตา จ รูปํ ฯ สวิตกฺก- สวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ กฏตฺตา จ รูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจาร- มตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร จิตฺต- สมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ กฏตฺตา จ รูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺต- สมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจารํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา วิจารํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิจาโร เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ {๖.๑} อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา จ วิจาโร จ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจาร- มตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจาร- มตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺก- สวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ {๑๐.๑} สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺก- วิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ {๑๒.๑} อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิจาโร ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺก- สวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺก- อวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺก- สวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ปฏิสนฺธิกฺ- ขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก ฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺก- วิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิจาโร ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา วิจาโร จ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺ- ขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิจาโร ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ เทฺว ปจฺจยา สชฺฌายมคฺเคน วิภตฺตา เอวํ อวเสสา วีสติ ปจฺจยา วิภชิตพฺพา ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจาร- มตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา จ วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺก- วิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจาโร วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ จิตฺต- สมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จ วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา จ วิจาโร จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจารํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ วิจารํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา วตฺถุ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิจาโร วิจาโร วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วตฺถุ วิจารํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๓๔.๑} อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๓๕.๑} อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจารํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา จ กฏตฺตา จ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ วิจารํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺตา ขนฺธา จ วิจาโร จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๓๕.๒} อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา จ วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺก- สวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม ... สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๓๘.๑} สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺก- สวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ วิตกฺโก วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา จ วิตกฺโก จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๔๐.๑} อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม ... อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๔๐.๒} อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม ... อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ วิจารญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ จ วิจารญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ วิตกฺกํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺก- วิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิจาโร วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ วิตกฺกํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๔๑.๑} อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา ... อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ วิจารญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺต- ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ จ วิจารญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ เทฺว ขนฺเธ จ ... วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ... สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺก- อวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อตฺถิปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

เหตุยา สตฺตตฺตึส อารมฺมเณ เอกวีส อธิปติยา เตวีส อนนฺตเร เอกวีส สมนนฺตเร เอกวีส สหชาเต สตฺตตฺตึส อญฺญมญฺเญ อฏฺฐวีส นิสฺสเย สตฺตตฺตึส อุปนิสฺสเย เอกวีส ปุเรชาเต เอกาทส อาเสวเน เอกาทส กมฺเม สตฺตตฺตึส วิปาเก สตฺตตฺตึส อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สตฺตตฺตึส สมฺปยุตฺเต เอกวีส วิปฺปยุตฺเต สตฺตตฺตึส อตฺถิยา สตฺตตฺตึส นตฺถิยา เอกวีส วิคเต เอกวีส อวิคเต สตฺตตฺตึส ฯ เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกวีส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ยถา กุสลตฺติเก คณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม ติกปัฏฐาน _____________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะวิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิตกและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ วิตกและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิตกและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๗)

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร วิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิจารและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิจาร และจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ วิจารและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิจารและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๕)

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้นขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยวิจารเกิดขึ้น วิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นมหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิ-ขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๗)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะวิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๕)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้น (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐาน-รูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) อารัมมณปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น วิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) (พึงจำแนกปัจจัย ๒๐ ที่เหลือเหมือนที่จำแนกปัจจัย ๒ ไว้ตามแนวทางการสาธยาย) วิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิ-ขณะ ฯลฯ (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๗)

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น วิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น จิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์และวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕)

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้นขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยหทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุอาศัยวิจารเกิดขึ้นวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น วิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยหทัยวัตถุอาศัยวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้นขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยกฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์และวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิ-ขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยกฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๗)

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์และวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๗)

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตต-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยขันธ์และวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิ-ขณะ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น วิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์และวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตา-รูปอาศัยขันธ์เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มี วิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร หทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยกฏัตตารูปอาศัยขันธ์และวิตกเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓) อัตถิปัจจัย - อวิคตปัจจัย

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะอัตถิปัจจัย ฯลฯ เพราะนัตถิปัจ จัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย (ย่อ)๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๒

เหตุปัจจัย มี ๓๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๒๑ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๒๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๓๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒๘ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๓๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๓๗ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๓๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ฌานปัจจัย มี ๓๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๓๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๒๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๓๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๓๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๒๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๒๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๓๗ วาระ ทุกนัย อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓๗ วาระ (ย่อ) (พึงนับเหมือนการนับในกุสลติกะ) อนุโลม จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวิตักกติกะ

ในวิตักกติกะ คำว่า ยถากมฺมูปคญาณสฺส ปริกมฺมํ ได้แก่ บริกรรมแห่งทิพยจักษุญาณนั่นเอง เป็นบริกรรมเพื่อให้ยถากัมมูปคญาณนั้นเกิดขึ้น.

ก็คำนี้ตรัสหมายบริกรรมในเวลาใช้ญาณที่เกิดขึ้นแล้ว.

คำที่เหลือในอธิการนี้ท่านอธิบายไปตามบาลีนั่นเอง.

อรรถกถาวิตักกติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา