อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๑๖

ปัจจยวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๑๖–๘๕๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 41 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 41 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 28 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปจฺจยวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัจจยวาร

ข้อ ๘๑๖

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ตีณิ ฯ ปฏิจฺจวาร- สทิสํ ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ... ตีณิ ฯ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย ... เอกํ ฯ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย ฯลฯ มี ๑ นัย เหมือนกับ ปฏิจจวาร คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๑๗

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ {๘๑๗.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ- *เหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ

ข้อ ๘๑๘

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๘๑๘.๑} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และโมหะ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และมหาภูตรูปทั้งหลาย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-*เหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ

ข้อ ๘๑๙

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ตีณิ ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย

ข้อ ๘๒๐

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ตีณิ ฯ ปฏิจฺจวาเร อารมฺมณสทิสา ฯ ภาวนาย ... ตีณิ ฯ ปฏิจฺจวารสทิสา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย ในปฏิจจวาร ภาวนาย ฯลฯ มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะกายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๒๑

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยาภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ- *เหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ อาศัยหทัยวัตถุ ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-*เหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๒๒

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ {๘๒๒.๑} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ... ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์๒ และโมหะ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ และหทัยวัตถุ ฯลฯ

ข้อ ๘๒๓

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา ฯ {๘๒๓.๑} ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพ- เหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ เทฺว ขนฺเธ จ ... ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ และ ฯลฯ

ข้อ ๘๒๔

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ตีณิ ฯ ภาวนาย ... ตีณิ ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา เอกํ ฯ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ {๘๒๔.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย ภาวนาย ฯลฯ มี ๓ นัย เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอธิปติปัจจัย มี ๑ นัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐาน-*รูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๘๒๕

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ ... ฯ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อธิปติปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ ... ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ และ ฯลฯ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ และ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูต-*รูปทั้งหลาย

ข้อ ๘๒๖

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ตีณิ ฯ ทสฺสเนน สทิสา ฯ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ มี ๓นัย เหมือนกับทัสสเนนะ เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย

ข้อ ๘๒๗

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ตีณิ ฯ ทสฺสเนน สทิสา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนปหาตัพพเหตุกธรรม เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย เหมือนกับทัสสเนน

ข้อ ๘๒๘

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา อสญฺญสตฺตานํ จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ {๘๒๘.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-*ปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต-*รูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ อาศัยกายาตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐาน-*รูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ อาศัยหทัยวัตถุ ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐาน-*รูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๒๙

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ {๘๒๙.๑} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา โมโห จ ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหา-*ภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลายขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ และโมหะอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๓๐

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ตีณิ ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย มี ๓ นัย

ข้อ ๘๓๑

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา ... ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัยเพราะอาเสวนปัจจัยเพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริย-*ปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ

ข้อ ๘๓๒

... วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ โมโห วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺธา จ โมโห จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

ฯลฯ เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา โมหะ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลายเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย และโมหะ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐาน-*รูป ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๘๓๓

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ตีณิ ฯ ทสฺสเนน สทิสา ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย เหมือนกับทัสสเนน

ข้อ ๘๓๔

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ... อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ โมหํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วตฺถุ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๘๓๔.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๘๓๔.๒} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ โมหํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนาย ฯเปฯ ทสฺสเนน สทิสํ ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-*ปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลายเพราะวิปปยุตตปัจจัย โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ฯลฯ อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจิตตสมุฏฐานรูป โมหะ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัยมหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูต-*รูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมฯลฯ เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป โมหะ เพราะวิปปยุตต-*ปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ อาศัยหทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตต-*ปัจจัย ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ภาวนาย อาศัยหทัยวัตถุ ฯลฯ เหมือนกับทัสสเนน

ข้อ ๘๓๕

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๘๓๕.๑} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ โมหญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ {๘๓๕.๒} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ ... ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ขนฺเธ จ โมหญฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ เทฺว ขนฺเธ จ ... วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ ภาวนาย ... ตีณิ ฯ ทสฺสเนน สทิสา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ขันธ์ทั้งหลาย และโมหะ เพราะวิปปยุตตปัจจัย โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและหทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมอาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลายเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ และโมหะ ขันธ์ ๒ และ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ทั้งหลาย และโมหะ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ และ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะวิปปยุตตปัจจัย ภาวนาย ฯลฯ มี ๓ นัย เหมือนกับทัสสเนน ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ เพราะอัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย

ข้อ ๘๓๖

เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ สตฺตรส อธิปติยา สตฺตรส อนนฺตเร สตฺตรส สมนนฺตเร สตฺตรส สหชาเต สตฺตรส อญฺญมญฺเญ สตฺตรส นิสฺสเย สตฺตรส อุปนิสฺสเย สตฺตรส ปุเรชาเต สตฺตรส อาเสวเน สตฺตรส กมฺเม สตฺตรส วิปาเก เอกํ อาหาเร สตฺตรส อินฺทฺริเย สตฺตรส ฌาเน สตฺตรส มคฺเค สตฺตรส สมฺปยุตฺเต สตฺตรส วิปฺปยุตฺเต สตฺตรส อตฺถิยา สตฺตรส นตฺถิยา สตฺตรส วิคเต สตฺตรส อวิคเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑๗ ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๗ ในอนันตรปัจจัย มี " ๑๗ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑๗ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๑๗ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๗ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑๗ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑๗ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๗ ในวิปากปัจจัย มี " ๑๗ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๗ ในอินทริยปัจจัย มี " ๑๗ ในฌานปัจจัย มี " ๑๗ ในมัคคปัจจัย มี " ๑๗ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑๗ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๗ ในนัตถิปัจจัย มี " ๑๗ ในวิคตปัจจัย มี " ๑๗ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ

ข้อ ๘๓๗

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-*ธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา

ข้อ ๘๓๘

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุก-*ธรรม ฯลฯ คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ

ข้อ ๘๓๙

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อเหตุกํ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปริปุณฺณํ ฯ จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ขนฺธา วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-*ปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พึงกระทำให้เต็ม จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะกายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๔๐

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-*ธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๔๑

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ- *เหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ

ข้อ ๘๔๒

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-*เหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม

ข้อ ๘๔๓

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม

ข้อ ๘๔๔

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-*ปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-*เหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหาร-*สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ

ข้อ ๘๔๕

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-*ธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ

ข้อ ๘๔๖

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุก-*ธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ

ข้อ ๘๔๗

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพ- เหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ฯ สหชาตสทิสํ ฯ นอนนฺตร- ปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา ฯ ปฏิจฺจวาเร ปจฺจนียสทิสํ ฯ เตรส ปญฺหา นินฺนานํ ฯ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญ-*มัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย เหมือนกับปัจจนียะในปฏิจจวาร มีหัวข้อปัจจัย ๑๓ ไม่มี แตกต่างกัน ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๘๔๘

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา เจตนา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหา-*ตัพพเหตุกธรรม

ข้อ ๘๔๙

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหา-*ตัพพเหตุกธรรม

ข้อ ๘๕๐

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา เจตนา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-*ปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ เจตนาที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตเจตนาอาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรมฯลฯ คือ เจตนาที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตเจตนาอาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ

ข้อ ๘๕๑

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกา เจตนา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ คือ เจตนาที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นทัสสเนน-*ปหาตัพพเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะ

ข้อ ๘๕๒

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะ

ข้อ ๘๕๓

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ฯ ปริปุณฺณํ ฯ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ ... นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ... นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปจฺจยา รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ ... นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ... พาหิรํ ... อาหาร- สมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ เอกํ ... นสมฺปยุตฺตปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ ปฏิจฺจวารปจฺจนีเย นวิปฺปยุตฺตสทิสํ นินฺนานํ ฯ เอกาทส ฯ โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ

ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย พึงกระทำให้เต็ม ปฏิสนธิ ไม่มี ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูปฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย เหมือนกับที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย ในปัจจนียะ แห่งปฏิจจวาร ไม่มีแตกต่างกัน มีหัวข้อปัจจัย ๑๑ ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย

ข้อ ๘๕๔

นเหตุยา ปญฺจ นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา สตฺตรส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต เตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต เอกาทส โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ

ข้อ ๘๕๕

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา สตฺตรส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต เตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต เอกาทส โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมมันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๘๕๖

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ปญฺจ ... อนนฺตเร ปญฺจ สมนนฺตเร ปญฺจ สหชาเต ปญฺจ อญฺญมญฺเญ ปญฺจ นิสฺสเย ปญฺจ อุปนิสฺสเย ปญฺจ ปุเรชาเต ปญฺจ อาเสวเน ปญฺจ กมฺเม ปญฺจ วิปาเก เอกํ อาหาเร ปญฺจ อินฺทฺริเย ปญฺจ ฌาเน ปญฺจ มคฺเค ปญฺจ สมฺปยุตฺเต ปญฺจ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา ปญฺจ นตฺถิยา ปญฺจ วิคเต ปญฺจ อวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปจฺจยวาโร นิฏฺฐิโต ฯ นิสฺสยวาโร ปจฺจยวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ นิสสยวาร เหมือนกับปัจจยวาร

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๓๕

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ(ปัจจัยนี้เหมือนกับปฏิจจวาร) ... ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ(ปัจจัยนี้เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... มี ๑ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปฏิจจวาร) ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐาน-รูปทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๓๖

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำ ขันธ์ ๑ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๓๗

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยมี ๓ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัยในปฏิจจวาร) ... ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ(ปัจจัยนี้เหมือนกับปฏิจจวาร)

ข้อ ๓๘

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร

ข้อ ๓๙

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโมหะ ทำขันธ์ ๑ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๔๐

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโมหะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) อธิปติปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๔๑

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย มี ๓วาระ ... ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร โสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๔๒

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ มี ๓ วาระ (เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค) เพราะอนันตรปัจจัยเพราะสมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัย

ข้อ ๔๓

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๓ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) ... ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ(ย่อ) (เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค)

ข้อ ๔๔

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐาน-รูปทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๔๕

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโมหะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และโมหะทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระอัญญมัญญปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๔๖

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัยเพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัยเพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๔๗

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์และโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย มี ๓วาระ (เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค)

ข้อ ๔๘

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัยขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตรูปที่เป็นอุปาทายรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค)

ข้อ ๔๙

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์และโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-ปัจจัย โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหา-ภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตปัจจัยจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำหทัยวัตถุและโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์และโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ และโมหะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโมหะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓) ... ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ มี ๓ วาระ(เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค) อัตถิปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๕๐

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๕๑

เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๕๒

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ (บริบูรณ์แล้ว) จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

ข้อ ๕๓

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัยได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๕๔

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดา-ปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปทำขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ (๑)

ข้อ ๕๕

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร นอธิปติปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๕๖

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย(ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย) เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัยเพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย (เหมือนกับปัจจนียะในปฏิจจวาร มี ๑๓ วาระ ไม่มีข้อต่างกัน) เพราะนปัจฉาชาตปัจจัยเพราะนอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย

ข้อ ๕๗

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานฯลฯ เจตนาที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตเจตนาทำโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตเจตนาทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๕๘

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตเจตนาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ทำขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตเจตนาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำโมหะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๕๙

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคทำสภาวธรรมที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (บริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร แล้ว ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะนอาหารปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนอินทรียปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์ทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ... ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ เพราะนสัมปยุตตปัจจัยเพราะนวิปปยุตตปัจจัย (เหมือนกับนวิปปยุตตปัจจัย ในปัจจนียะแห่งปฏิจจวารไม่มีข้อต่างกัน มี ๑๑ วาระ) เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๖๐

นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๖๑

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๖๒

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๕ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๕ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๕ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ (นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๗๖๗ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ

ในทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ผู้ศึกษาพึงทราบการจำแนกธรรมที่มีเหตุอันพึงละด้วยทัสสนะ โดยนัยที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถากัณฑ์ (ในธัมมสังคณีบาลี) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ จัดเข้าในหมวดที่ ๓ เพราะไม่มีเหตุ.

ในอธิการนี้ ธรรมเหล่าใดมีเหตุที่พึงละด้วยทัสสนะและภาวนาดังกล่าวมาแล้วนั้น ธรรมเหล่านั้นชื่อว่ามีเหตุที่พึงละ. ธรรมเหล่าใดไม่มีเหตุ ธรรมเหล่านั้นชื่อว่าไม่มีเหตุที่พึงละด้วยทัสสนะและภาวนา.

ผู้ศึกษาพึงทราบวิภาคแห่งปหาตัพพเหตุกธรรมและนปหาตัพพเหตุกธรรม ดังนี้แล้ว พึงทราบคำที่เหลือ ตามแนวแห่งลักษณะที่แสดงไว้ในทัสสเนนปหาตัพพติกะและกุสลติกะ.

อรรถกถาทัสสเนนปหาตัพพเหตุติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา