สังสัฏฐวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สํสฏฺฐวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน สังสัฏฐวาร
มิจฺฉตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มิจฺฉตฺตนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
มิจฉัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับมิจฉัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมิจฉัตตนิยธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สมฺมตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ สมฺมตฺตนิยโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา สมฺมตฺตนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
สัมมัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากัยสัมมัตตนิยตธรรม ฯลฯ เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มิจฺฉตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยโต ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา ฯ
มิจฉัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับมิจฉัตธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมฌปัจจัย ฯลฯ เพราะ อวิคตปัจจัย
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมฌปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในกัมมปัจจัย มี " ๓ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มิจฺฉตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มิจฺฉตฺตนิยเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยตา อธิปติ ฯ
มิจฉัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับมิจฉัตตนิยตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยต-*ธรรม
สมฺมตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ สมฺมตฺตนิยโต ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา สมฺมตฺตนิยเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ สมฺมตฺตนิยตา อธิปติ ฯ
สัมมัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับสัมมัตตนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คืออธิปติธรรมที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัมมัตต-*นิยตธรรม
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ที่เป็นอนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สมฺมตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ สมฺมตฺตนิยโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป สมฺมตฺตนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
สัมมัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับสัมมัตตนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาต- *ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มิจฺฉตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยโต ธมฺโม ... นปจฺฉาชาตปจฺจยา ปริปุณฺณํ ฯ
มิจฉัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับมิจฉัตตนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ ปัจฉาชาตปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ... เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มิจฺฉตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มิจฺฉตฺตนิยโต ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา นวิปากปจฺจยา ฯ
มิจฉัตตนิยธรรม คลุกเคล้ากับมิจฉัตตนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ กัมมปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณํ ฯ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ อนิยตํ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ปัญจวิญญาณ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อนิยตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ
สมฺมตฺตนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ สมฺมตฺตนิยโต ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป สมฺมตฺตนิยตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
สัมมัตตนิยตธรรม คลุกเคล้ากับสัมมัตตนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ วิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสัมมัตตนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อนิยตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยโต ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อนิยตํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อนิยตธรรม คลุกเคล้ากับอนิยตธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน เอกํ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน เอกํ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ สมฺปยุตฺตวาโร สํสฏฺฐวารสทิโส ฯ
ในอารัมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ สัมปยุตตวาร เหมือนกับสังสัฏฐราร
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๕. มิจฉัตตนิยตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑๕. มิจฉัตตนิยตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๙๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๕. มิจฉัตตนิยตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน (๑) สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับขันธ์ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน (๑) สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มี สภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๕. มิจฉัตตนิยตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว) นอาเสวนปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนเพราะนกัมมปัจจัย เพราะนวิปากปัจจัย (ย่อ) สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ... เกิดระคนกับปัญจวิญญาณ ฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย ... เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองฯลฯ สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ฯลฯ เกิดระคนกันขันธ์ ๒ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสอง ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๕. มิจฉัตตนิยตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ย่อ) อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ สังสัฏฐวาร จบ (สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๐๑}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๖๓๒ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามิจฉัตตติกะ
ในมิจฉัตตติกะ มิจฉัตตนิยตธรรมย่อมไม่เป็นปัจจัยโดยปัจจัยไรๆ แก่สัมมมัตตนิยตธรรมหรือสัมมมัตตนิยตธรรมย่อมไม่เป็นปัจจัยโดยปัจจัยไรๆ แก่มิจฉัตตนิยตธรรมมิจฉัตตนิยตธรรมหรือสัมมัตตนิยตธรรม ชื่อว่าเว้นสหชาตาธิปติปัจจัย ย่อมไม่มี.
ในสัมมัตตนิยตธรรมย่อมไม่มีอารัมมณปุเรชาต ปัจจัยโดยแน่นอน (คือสัมมัตตนิยตธรรมไม่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัยแน่นอน). ในมิจฉัตตนิยตธรรม มีอารัมมณปุเรชาตปัจจัย.
นิยตมิจฉาทิฏฐิ พึงปรารภอนิยตจิตเกิดขึ้นได้ นิยตจิตย่อมไม่ปรารภนิยตจิตที่เหลือเกิดขึ้น. ธรรมอะไรๆ ย่อมไม่ทำมิจฉัตตนิยตธรรมให้หนักเกิดขึ้น กุศลย่อมไม่เป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม.
คำที่เหลือในอธิการนี้ พึงทราบตามนัยที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในบาลี.
____________________________
ของไทยหน้า ๖๖๓ บรรทัดที่ ๑ เป็น วตฺถุปุเรชาต แต่ผิดสภาวะ จึงแปลตามบาลีพม่าที่เป็น อารมฺมณปุเรชาต.
อรรถกถามิจฉัตตติกะ จบ. -----------------------------------------------------