อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๘

ปัจจนียปัฏฐาน

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘–๙๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 51 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 51 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 24 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจิกิจฺฉา- สหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจ- สหคโต โมโห ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺก- สวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- อวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ พาหิรํ ... อาหาร- สมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิตกฺโก มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจาร- มตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา จ วิตกฺโก จ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺก- สวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิตกฺโก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺก- สวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจาร- มตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺก- อวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺกอวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจารํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกอวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ วิจารํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- อวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อวิตกฺก- วิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อวิตกฺก- วิจารมตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ฯเปฯ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ กฏตฺตารูปํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ฯเปฯ สตฺต ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺตาธิปติ วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา วิปาเก อวิตกฺก- วิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ {๗๔.๑} อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา ขนฺธา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อวิตกฺกอวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาราธิปติ วิปากํ อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา อธิปติ วิปากํ วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจาร- มตฺตา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สตฺต ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ... อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา อธิปติ วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา ... นอารมฺมณสทิสํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา สตฺต ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- อวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจาร- มตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ {๗๙.๑} อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺก- อวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ อวิตกฺกอวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจารํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สตฺต ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจาร- มตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นปุเรชาตมูลเก ยถา สุทฺธิกํ อรูปํ ตถา อรูปา กาตพฺพา ฯ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา เจตนา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- วิจารมตฺตา เจตนา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา เจตนา ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อวิตกฺกอวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจารา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา เจตนา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา เจตนา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจารา เจตนา ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ฯเปฯ นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ (นอาเสวน- มูลเก อวิตกฺกวิจารมตฺตํ วิปาเกน สห คจฺฉนฺเตน นปุเรชาตสทิสํ กาตพฺพํ ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตคจฺฉนฺเตน วิปาโก ทสฺเสตพฺโพ) ... นมคฺคปจฺจยา นสมฺปยุตฺตปจฺจยา ... ฯ

... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป สวิตกฺกสวิจาเร ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิตกฺโก ฯ สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร จ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิตกฺโก จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิตกฺโก จ ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิตกฺกํ ปฏิจฺจ สวิตกฺก- สวิจารา ขนฺธา ฯ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺก- อวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจาโร ฯ อวิตกฺกวิจาร- มตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต จ อวิตกฺกอวิจาโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วิจาโร จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา วิจาโร จ ฯ

อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกอวิจารํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อวิตกฺกอวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิจารํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตา ขนฺธา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ อวิตกฺกอวิจารญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อวิตกฺกวิจารมตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิจารญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ

สวิตกฺกสวิจารญฺจ อวิตกฺกวิจารมตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สวิตกฺกสวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป สวิตกฺกสวิจารํ เอกํ ขนฺธญฺจ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วิตกฺกญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ

สวิตกฺกสวิจารํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อวิตกฺกอวิจาโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ

นเหตุยา เตตฺตึส นอารมฺมเณ สตฺต นอธิปติยา สตฺตตฺตึส นอนนฺตเร สตฺต นสมนนฺตเร สตฺต นอญฺญมญฺเญ สตฺต นอุปนิสฺสเย สตฺต นปุเรชาเต สตฺตตฺตึส นปจฺฉาชาเต สตฺตตฺตึส นอาเสวเน สตฺตตฺตึส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก วีส นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เตตฺตึส นสมฺปยุตฺเต สตฺต นวิปฺปยุตฺเต เอกาทส โนนตฺถิยา สตฺต โนวิคเต สตฺต ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ สตฺต ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ยถา กุสลตฺติเก อนุโลมปจฺจนียคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ จุทฺทส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียานุโลมคณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส กาตพฺโพ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ วิตกอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๗)

ข้อ ๒๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้นโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยวิตกที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นมหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๗)

ข้อ ๒๕

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร อเหตุกะ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๗)

ข้อ ๒๖

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกที่เป็นอเหตุกะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๗

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกวิจาร และอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ และวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๒๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๒๙

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยวิจารเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ...อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)

ข้อ ๓๐

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและ ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารฯลฯ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-ขณะ ฯลฯ กฏัตตารูป (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอธิปติปัจจัย

ข้อ ๓๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-ขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิจารและจิตตสมุฏฐาน-รูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๕)

ข้อ ๓๒

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและ วิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้นขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) ... อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... มี ๗ วาระ

ข้อ ๓๓

... อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร ... มี ๗วาระ (ย่อ) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจาร ... (ย่อ) นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๔

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัยเพราะนอุปนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)นปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๓๕

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕)

ข้อ ๓๖

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ (ย่อ) (๗) ... อาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร มี ๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๓๗

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ (ย่อ) (๗) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ (ย่อ) (ในนปุเรชาตมูลกนัย พึงเพิ่มรูปาวจรภูมิให้เหมือนกับอรูปาวจรภูมิล้วนๆ)นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร... (ย่อ) (๕) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีทั้งวิตกและวิจาร... (ย่อ) (ในนอาเสวนมูลกนัย เมื่อรวมสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเข้ากับวิบากพึงทำให้เหมือนกับนปุเรชาตปัจจัย อนึ่ง เมื่อรวมสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเข้ากับสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็พึงแสดงวิบากไว้ด้วย) นกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และอาศัยวิจารเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๔๐

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ฯลฯ เพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ เพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมรูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนสัมปยุตตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๔๑

... เพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๔๒

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียง วิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ วิจารอาศัยขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓และวิจารอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตต-พรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยวิจารเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และอาศัยวิจารเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ และวิจารเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และวิตกเกิดขึ้น (๑) โนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย

ข้อ ๔๓

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย (ย่อ)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๔๔

นเหตุปัจจัย มี ๓๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๒๓ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๓๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ (ย่อ) (พึงนับเหมือนการนับปัจจนียะในกุสลติกะ) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๔๕

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ (พึงนับเหมือนการนับจำนวนอนุโลมปัจจนียะในกุสลติกะ) ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๔๖

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑๔ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑๔ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑๔ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๓. ปัจจยวาร สหชาตปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๖ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑๔ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓๓ วาระ (ย่อ) (พึงนับเหมือนการนับจำนวนปัจจนียานุโลมในกุสลติกะ) ปฏิจจวาร จบ (พึงเพิ่มสหชาตวารให้เหมือนกับปฏิจจวาร)

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๑ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวิตักกติกะ

ในวิตักกติกะ คำว่า ยถากมฺมูปคญาณสฺส ปริกมฺมํ ได้แก่ บริกรรมแห่งทิพยจักษุญาณนั่นเอง เป็นบริกรรมเพื่อให้ยถากัมมูปคญาณนั้นเกิดขึ้น.

ก็คำนี้ตรัสหมายบริกรรมในเวลาใช้ญาณที่เกิดขึ้นแล้ว.

คำที่เหลือในอธิการนี้ท่านอธิบายไปตามบาลีนั่นเอง.

อรรถกถาวิตักกติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา