ปัญหาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๒๐๗๓อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๒๐๗๔พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๒๐๗๕อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... กายํ รูเป ... โผฏฺฐพฺเพ วตฺถุํ ... อชฺฌตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย รูปายตนํ ... โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๗๖อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปโร อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ วตฺถุํ ... อชฺฌตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺธํ ... เจโตปริยญาเณน อชฺฌตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อชฺฌตฺตํ รูปายตนํ พหิทฺธา จกฺขุวิญฺญาณสฺส อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๗๗พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปโร ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ... นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ {๒๐๗๗.๑} วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... ปโร พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... พหิทฺธา ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ ... เจโตปริยญาเณน พหิทฺธา จิตฺตสมงฺคิสฺส ... อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๗๘พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... พหิทฺธา ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน พหิทฺธา จิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ พหิทฺธา รูปายตนํ อชฺฌตฺตสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนํ อชฺฌตฺตสฺส กายวิญฺญาณสฺส พหิทฺธา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ- ญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๗๙อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ครุํ กตฺวา ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ... ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อชฺฌตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อชฺฌตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๐อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปโร อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อชฺฌตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
๒๐๘๑พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปโร ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ครุํ กตฺวา ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ... ผลํ ครุํ กตฺวา ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... พหิทฺธา ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: พหิทฺธาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๒พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... พหิทฺธา ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
๒๐๘๓อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อชฺฌตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ฯเปฯ อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๔พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา พหิทฺธาติ นานากรณํ ตํเยว คมนํ ฯ
๒๐๘๕อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรสทิสํ ฯเปฯ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ {๒๐๘๕.๑} ปกตูปนิสฺสโย: อชฺฌตฺตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อชฺฌตฺตํ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ สงฺฆํ ภินฺทติ อชฺฌตฺตา สทฺธา ... ปญฺญา ราโค ปตฺถนา กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ ... เสนาสนํ อชฺฌตฺตาย สทฺธาย ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๖อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปโร อชฺฌตฺตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปโร อชฺฌตฺตํ สีลํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... ปาณํ หนติ สงฺฆํ ภินฺทติ อชฺฌตฺตา สทฺธา ... เสนาสนํ พหิทฺธา สทฺธาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๗พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปโร พหิทฺธา สทฺธํ ... ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... สงฺฆํ ภินฺทติ พหิทฺธา สทฺธา ... เสนาสนํ พหิทฺธา สทฺธาย ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๘พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: พหิทฺธา สทฺธํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... สงฺฆํ ภินฺทติ พหิทฺธา สทฺธา ... เสนาสนํ อชฺฌตฺตาย สทฺธาย ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๘๙อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๐อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: ปโร อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ อชฺฌตฺตํ รูปายตนํ พหิทฺธา จกฺขุวิญฺญาณสฺส อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๑พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเจน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: ปโร พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ พหิทฺธา รูปายตนํ พหิทฺธา จกฺขุวิญฺญาณสฺส พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนํ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: พหิทฺธา จกฺขายตนํ ... กายายตนํ ... วตฺถุ พหิทฺธา ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๒พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ ... พหิทฺธา รูปายตนํ อชฺฌตฺตสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนํ อชฺฌตฺตสฺส กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๓อชฺฌตฺโต จ พหิทฺธา จ ธมฺมา อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ: พหิทฺธา รูปายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ จกฺขายตนญฺจ อชฺฌตฺตสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ กายายตนญฺจ อชฺฌตฺตสฺส กายวิญฺญาณสฺส พหิทฺธา รูปายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ วตฺถุ จ ... พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ วตฺถุ จ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๔อชฺฌตฺโต จ พหิทฺธา จ ธมฺมา พหิทฺธา ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ: อชฺฌตฺตํ รูปายตนญฺจ พหิทฺธา จกฺขายตนญฺจ พหิทฺธา จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ พหิทฺธา กายายตนญฺจ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตํ รูปายตนญฺจ พหิทฺธา วตฺถุ จ ... อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ พหิทฺธา วตฺถุ จ พหิทฺธา ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๕อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อชฺฌตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๖พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: พหิทฺธา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๗อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อชฺฌตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๐๙๘พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ฯเปฯ อชฺฌตฺตสทิสํเยว ฯ
๒๐๙๙อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อชฺฌตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อชฺฌตฺตา เจตนา วิปากานํ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๐พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: พหิทฺธา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: พหิทฺธา เจตนา วิปากานํ พหิทฺธา ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๑อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ปริปุณฺณํ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ
๒๑๐๒อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร อชฺฌตฺตสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๓อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร พหิทฺธา กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๔พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปวตฺติ ปฏิสนฺธิ ฯ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร พหิทฺธา กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๕พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร อชฺฌตฺตสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๖อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร จ อชฺฌตฺตสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๗อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๐๘อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺติกา อินฺทฺริยา รูปชีวิตินฺทฺริยมฺปิ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ มาติกาปทานิ อนุมชฺชนฺเตน วิตฺถาเรตพฺพานิ ฯ
๒๑๐๙พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๒๑๑๐อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อชฺฌตฺโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุสฺส วตฺถุ ขนฺธานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ติณฺณนฺนํ มหาภูตานํ ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ปุเรชาตสทิสํ ฯ วตฺถุ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อชฺฌตฺตา ขนฺธา อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ ฯ
๒๑๑๑อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ ปุเรชาตํ: ปโร อชฺฌตฺตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา ... อชฺฌตฺตํ รูปายตนํ ... โผฏฺฐพฺพายตนํ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร พหิทฺธา กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๒พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ พหิทฺธา นินฺนากรณํ มาติกาปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ ฯ
๒๑๑๓พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ ปุเรชาตํ: พหิทฺธา จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ ... พหิทฺธา รูปายตนํ ... โผฏฺฐพฺพายตนํ อชฺฌตฺตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร อชฺฌตฺตสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๔อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ ปุเรชาตํ: พหิทฺธา รูปายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ จกฺขุ จ อชฺฌตฺตสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ กายายตนญฺจ อชฺฌตฺตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธา รูปายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ วตฺถุ จ ... พหิทฺธา โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อชฺฌตฺตํ วตฺถุ จ อชฺฌตฺตานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาหารํ: อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร จ อชฺฌตฺตสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๕อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ ปุเรชาตํ: อชฺฌตฺตํ รูปายตนญฺจ พหิทฺธา จกฺขายตนญฺจ พหิทฺธา จกฺขุวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ พหิทฺธา กายายตนญฺจ พหิทฺธา กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตํ รูปายตนญฺจ พหิทฺธา วตฺถุ จ พหิทฺธา ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ พหิทฺธา วตฺถุ จ พหิทฺธา ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาหารํ: อชฺฌตฺโต กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กพฬึกาโร อาหาโร จ พหิทฺธา กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๖อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๗เหตุยา เทฺว อารมฺมเณ จตฺตาริ อธิปติยา จตฺตาริ อนนฺตเร เทฺว สมนนฺตเร เทฺว สหชาเต อญฺญมญฺเญ นิสฺสเย เทฺว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ ปุเรชาเต ฉ ปจฺฉาชาเต อาเสวเน กมฺเม วิปาเก เทฺว อาหาเร ฉ อินฺทฺริเย เทฺว ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต เทฺว อตฺถิยา ฉ นตฺถิยา เทฺว วิคเต เทฺว อวิคเต ฉ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
๒๑๑๘อชฺฌตฺโต ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๑๙อชฺฌตฺโต ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๒๐พหิทฺธา ธมฺโม พหิทฺธา ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๒๑พหิทฺธา ธมฺโม อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๒๑๒๒อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ อชฺฌตฺตสฺส ธมฺมสฺส ... ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ
๒๑๒๓อชฺฌตฺโต ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺโม จ พหิทฺธา ธมฺมสฺส ... ปุเรชาตํ อาหารํ ฯ
๒๑๒๔นเหตุยา ฉ นอารมฺมเณ ฉ นอธิปติยา ฉ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ ฉ กาตพฺพา นวิปฺปยุตฺเต ฉ โนอตฺถิยา จตฺตาริ โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ โนอวิคเต จตฺตาริ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
๒๑๒๕เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ เทฺว ... นอธิปติยา นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ เทฺว นสมฺปยุตฺเต นวิปฺปยุตฺเต โนนตฺถิยา โนวิคเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
๒๑๒๖นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ จตฺตาริ ... อธิปติยา จตฺตาริ อนุโลมปทานิ คเณตพฺพานิ อวิคเต ฉ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปญฺหาวาโร นิฏฺฐิโต ฯ อชฺฌตฺตตฺติกํ วีสติมํ นิฏฺฐิตํ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น เห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ กาย ฯลฯ รูปฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติ-ญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลอื่นเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นภายในตนด้วยเจโตปริยญาณ รูปายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลอื่นให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ บุคคลอื่นเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นภายนอกตนด้วยเจโตปริยญาณ ฯลฯ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูโวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่เป็น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นภายนอกตนด้วยเจโตปริยญาณ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายในตน ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๒) อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เป็นภายในตนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอธิปติ-ปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลอื่นยินดีเพลิดเพลินจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายในตนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลอื่นให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอธิปติ-ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะพิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)อนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานา-สัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอนันตรปัจจัย (ข้อว่า ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งเกิดก่อนๆ ดังนี้ เป็นข้อแตกต่างกันข้อนั้นแหละพึงดำเนินความตามข้อความข้างต้น) (๑) สมนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ (ปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัย) เป็นปัจจัยโดยสหชาต-ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่เป็นภายในตนแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ ทำฌาน ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลอาศัยศีลที่เป็นภายในตน ฯลฯ ปัญญาฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติ ให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นภายในตน ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นภายในตน ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาฯลฯ สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอื่นอาศัยศรัทธาที่เป็นภายในตนแล้วให้ทาน ฯลฯ มีมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลอื่นอาศัยศีลที่เป็นภายในตน ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทานฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นภายในตน ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอื่นอาศัยศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นภายในตน ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลอื่นเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลอื่นเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพ-โสตธาตุ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตนฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้นบุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุ-ปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนและจักขายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนและกายายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายในตน ฯลฯ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะได้แก่ รูปายตนะที่เป็นภายในตนและจักขายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนและกายายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย รูปายตนะที่เป็นภายในตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายนอกตนฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยปุเรชาตปัจจัย (๒) ปัจฉาชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอาเสวนปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ (เหมือนกับสภาวธรรมที่เป็นภายในตนนั่นเอง)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-สมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นภายในตนและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นภายนอกตนและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑) วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยวิปากปัจจัย ฯลฯ (พึงทำให้บริบูรณ์เหมือนกับปฏิจจวาร)อาหารปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตน โดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตนโดยอาหารปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย (พึงเพิ่มปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล) ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตนโดยอาหารปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนและกวฬิงการกาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตนโดยอาหารปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนและกวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายนอกตนโดยอาหารปัจจัย (๒) อินทรียปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่เป็นภายในตน (พึงขยายรูปชีวิตินทรีย์ให้พิสดาร)เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ผู้รู้พึงขยายบทมาติกาให้พิสดาร) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ)อัตถิปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย อัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูป ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ฯลฯ ปุเรชาตะ ได้แก่ ... เห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย) หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตน ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะ และอาหาระ ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลอื่นเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายในตน ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุรูปายตนะที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอก ตนโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ (สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนไม่มีข้อแตกต่างกัน พึงขยายบทมาติกาให้พิสดาร) (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอัตถิ-ปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะและอาหาระ ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่เป็นภายนอกตน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัยกวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะและอาหาระ ปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะที่เป็นภายนอกตนและจักษุที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนและกายายตนะที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัยรูปายตนะที่เป็นภายนอกตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายในตน ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายนอกตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายในตน เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัย อาหาระ ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนและกวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายในตนโดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะและอาหาระ ปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะที่เป็นภายในตนและจักขายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนและกายายตนะที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย รูปายตนะที่เป็นภายในตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นภายในตนและหทัยวัตถุที่เป็นภายนอกตน เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย อาหาระ ได้แก่ กวฬิงการาหารที่เป็นภายในตนและกวฬิงการาหารที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นภายนอกตนโดยอัตถิปัจจัย (๒)นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอวิคตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดย นัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๒ วาระ วิปากปัจจัย มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย มี ๖ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๒ วาระ ฌานปัจจัย มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๖ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๒ วาระ วิคตปัจจัย มี ๒ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัยกัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย และอาหารปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัยกัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตนโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย และอาหารปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายในตน มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะและอาหาระ (๑) สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาตะและอาหาระ (๒)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ (ย่อ ทุกปัจจัยพึงเพิ่มปัจจัยละ ๖ วาระ) นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๖ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๐. อัชฌัตตติกะ ๗. ปัญหาวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ย่อ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ) นสัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ (พึงนับบทอนุโลม) อวิคตปัจจัย ” มี ๖ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ อัชฌัตตติกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๔}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๒๐๓๓ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัชฌัตตติกะ
อัชฌัตตบทและพหิทธาบท ไม่ทรงถือเอาในอัชฌัตตติกะ.
จริงอยู่ หมวดธรรมทั้งสอง คืออัชฌัตตธรรมและพหิทธาธรรม ย่อมไม่เป็นปัจจัยและปัจจยุบบัน เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบว่า แม้สีของเมล็ดผักกาดที่อยู่ในฝ่ามือ ย่อมไม่เป็นอารมณ์อันเดียวกันกับสีของฝ่ามือ.
อรรถกถาอัชฌัตตติกะ จบ. -----------------------------------------------------