อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๑๔๒

ปัญหาวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๔๒–๒๑๗๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 33 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 33 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 18 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปญฺหาวาโร

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อชฺฌตฺตารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณา เหตู ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณํ วิญฺญาณญฺจายตนํ ปจฺจเวกฺขติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปจฺจเวกฺขติ อชฺฌตฺตารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ ทิพฺพํ จกฺขุํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา อชฺฌตฺตารมฺมเณ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... อชฺฌตฺตารมฺมเณ อชฺฌตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อชฺฌตฺตารมฺมโณ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตารมฺมณา อชฺฌตฺตา ขนฺธา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปโร อชฺฌตฺตารมฺมณํ วิญฺญาณญฺจายตนํ ... เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปจฺจเวกฺขติ ปโร อชฺฌตฺตารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ ทิพฺพํ จกฺขุํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ อชฺฌตฺตารมฺมเณ อชฺฌตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ เจโตปริยญาเณน อชฺฌตฺตารมฺมณ- อชฺฌตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อชฺฌตฺตารมฺมณา พหิทฺธา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปโร พหิทฺธารมฺมณํ พหิทฺธา ทิพฺพํ จกฺขุํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... เจโตปริยญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ ปโร พหิทฺธารมฺมเณ พหิทฺธา ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ เจโตปริยญาเณน พหิทฺธารมฺมณ- พหิทฺธาจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ พหิทฺธารมฺมณา พหิทฺธา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ฯเปฯ พหิทฺธารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ ทิพฺพํ จกฺขุํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... เจโตปริยญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ... พหิทฺธารมฺมเณ อชฺฌตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อชฺฌตฺตารมฺมโณ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ พหิทฺธารมฺมณา อชฺฌตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อชฺฌตฺตารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ วิญฺญาณญฺจายตนํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ครุํ กตฺวา ... อชฺฌตฺตารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ ทิพฺพํ จกฺขุํ ครุํ กตฺวา ... ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ครุํ กตฺวา ... อชฺฌตฺตารมฺมเณ อชฺฌตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา อชฺฌตฺตารมฺมโณ ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อชฺฌตฺตารมฺมณาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตาธิปติ: พหิทฺธารมฺมณาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ... ผลํ ครุํ กตฺวา ... พหิทฺธารมฺมณํ อชฺฌตฺตํ ทิพฺพํ จกฺขุํ ครุํ กตฺวา ... ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... อิทฺธิวิธญาณํ ... เจโตปริยญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ พหิทฺธารมฺมเณ อชฺฌตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา อชฺฌตฺตารมฺมโณ ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อชฺฌตฺตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อชฺฌตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณํ จุติจิตฺตํ พหิทฺธารมฺมณสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณํ ภวงฺคํ พหิทฺธารมฺมณาย อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณา ขนฺธา พหิทฺธารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา พหิทฺธารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ พหิทฺธารมฺมณานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ผลํ ผลสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณํ จุติจิตฺตํ อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณํ ภวงฺคํ อชฺฌตฺตารมฺมณาย อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณา ขนฺธา อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อชฺฌตฺตารมฺมณา อนิจฺจานุปสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนตฺตานุปสฺสนา อชฺฌตฺตารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ทุกฺขานุปสฺสนาย อนตฺตานุปสฺสนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อชฺฌตฺตารมฺมณา อนิจฺจานุปสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนตฺตานุปสฺสนา พหิทฺธารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ทุกฺขานุปสฺสนาย อนตฺตานุปสฺสนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: พหิทฺธารมฺมณา อนิจฺจานุปสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนตฺตานุปสฺสนา พหิทฺธารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ทุกฺขานุปสฺสนาย อนตฺตานุปสฺสนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: พหิทฺธารมฺมณา อนิจฺจานุปสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนตฺตานุปสฺสนา อชฺฌตฺตารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ทุกฺขานุปสฺสนาย อนตฺตานุปสฺสนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อชฺฌตฺตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อชฺฌตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย อชฺฌตฺตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย พหิทฺธารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อชฺฌตฺตารมฺมณา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อชฺฌตฺตารมฺมณา เจตนา วิปากานํ อชฺฌตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อชฺฌตฺตารมฺมณา เจตนา วิปากานํ พหิทฺธารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: พหิทฺธารมฺมณา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: พหิทฺธารมฺมณา เจตนา วิปากานํ พหิทฺธารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: พหิทฺธารมฺมณา เจตนา วิปากานํ อชฺฌตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

เหตุยา เทฺว อารมฺมเณ จตฺตาริ อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร จตฺตาริ สมนนฺตเร จตฺตาริ สหชาเต เทฺว อญฺญมญฺเญ เทฺว นิสฺสเย เทฺว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ เทฺว สมฺปยุตฺเต เทฺว อตฺถิยา เทฺว นตฺถิยา จตฺตาริ วิคเต จตฺตาริ อวิคเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อชฺฌตฺตารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม พหิทฺธารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

พหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อชฺฌตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

นเหตุยา จตฺตาริ นอารมฺมเณ จตฺตาริ นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตเร จตฺตาริ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ จตฺตาริ นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นวิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนอวิคเต จตฺตาริ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ เทฺว ... นอธิปติยา เทฺว นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอุปนิสฺสเย นอาเสวเน นกมฺเม โนนตฺถิยา โนวิคเต เทฺว สพฺพตฺถ เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ จตฺตาริ ... อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร จตฺตาริ สมนนฺตเร จตฺตาริ สหชาเต อญฺญมญฺเญ นิสฺสเย เทฺว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สมฺปยุตฺเต เทฺว นตฺถิยา เทฺว อตฺถิยา จตฺตาริ วิคเต จตฺตาริ อวิคเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปญฺหาวาโร นิฏฺฐิโต ฯ อชฺฌตฺตารมฺมณตฺติกํ เอกวีสติมํ นิฏฺฐิตํ ---------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี ธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจา-ยตนะที่เป็นภายในตน พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ พิจารณาทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ อนาคตังสญาณ พระอริยะพิจารณากิเลสที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์จึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจายตนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ที่เป็นภายนอกตน พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ พิจารณาทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ อนาคตังสญาณ เห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๒)

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี ธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลพิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ พิจารณาทิพพโสตธาตุ พิจารณาอิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ อนาคตังสญาณ เห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นภายนอกตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังส-ญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผลพิจารณากิเลสที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น พิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ พิจารณาทิพพโสตธาตุ ... อิทธิวิธญาณ ... เจโตปริยญาณ ... ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ... ยถากัมมูปคญาณ ... อนาคตังสญาณ ... ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่มีธรรมภายในตนเป็น อารมณ์จึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๒) อธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจายตนะที่เป็นภายในตนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณาทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ... ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ... ยถากัมมูปคญาณ ... อนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์จึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑)

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น บุคคลพิจารณาทิพพจักขุที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณาทิพพโสตธาตุ ... อิทธิวิธญาณ ... เจโตปริยญาณ... ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ .... ยถากัมมูปคญาณ .... อนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่เป็นภายในตนซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์จึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒) อนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัยภวังคจิตที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ... เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๒)

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีธรรมภายนอกตน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร เป็นอารมณ์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค ... มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ... ผลเป็นปัจจัยแก่ผล ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัยภวังคจิตที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอนันตรปัจจัย (๒) สมนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี ธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ เป็นปัจจัยแก่อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนาและอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา และอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนาและอนัตตานุปัสสนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)อาเสวนปัจจัย

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี ธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดหลังๆโดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ อนุโลมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทานโดยอาเสวนปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร อารมณ์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑) กัมมปัจจัย

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี ธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่เจตนาที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่เจตนาที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยกัมมปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๔

เหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ) สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๒ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ วิคตปัจจัย มี ๔ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒. ปัจจนียุทธาร

ข้อ ๒๕

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์โดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๒๖

นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ (ย่อ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๔ วาระ) นปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ ฯลฯ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ ฯลฯ โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๒๗

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ)(พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๒๘

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร กัมมปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ อัชฌัตตารัมมณติกะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๒๑๒๗ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัชฌัตตารัมมณติกะ

แม้ในอัชฌัตตารัมมณติกะ ก็ย่อมไม่ได้อัชฌัตตารัมมณบทและพหิทธารัมมณบท เหมือนอัชฌัตตบทและพหิทธาบท.

ในติกะนี้ คำที่เหลือ ท่านอธิบายตามบาลี.

อรรถาถาอัชฌัตตารัมมณติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา