ปัญหาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๔๘๑ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปีติสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๘๒ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๔๘๓ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๔๘๔สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส ... สุขมูเล ตีณิ ฯ
๔๘๕อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๔๘๖ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๔๘๗ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา ปีติสหคเตน จิตฺเตน ปีติสหคเต ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ ปีติสหคเต ขนฺเธ ปีติสหคเตน จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ ปีติสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปีติสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ ปีติสหคตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๘๘ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ สุขสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ สุขสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา สุขสหคเตน จิตฺเตน ปีติสหคเต ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ ปีติสหคเต ขนฺเธ สุขสหคเตน จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ สุขสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปีติสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ สุขสหคตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๘๙ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ปีติสหคเต ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ ปีติสหคเต ขนฺเธ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน ปีติสหคต- จิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ ปีติสหคตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๐ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ปีติสหคตํ ปหีนํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิตํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ ปีติสหคเต ขนฺเธ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปีติสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๑สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๒อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขนฺติ อุเปกฺขาสหคตา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน อุเปกฺขาสหคตํ ปหีนํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิตํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ อุเปกฺขาสหคเต ขนฺเธ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน อุเปกฺขาสคต- จิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ- ญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๓อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อุเปกฺขาสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ตํ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน อุเปกฺขาสหคตํ ปหีนํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิตํ กิเลสํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ อุเปกฺขาสหคเต ขนฺเธ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาสหคเต ขนฺเธ อารพฺภ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๔ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ปีติสหคเต จ สุขสหคเต จ ขนฺเธ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน ปีติสหคตสุขสหคตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคเต จ สุขสหคเต จ ขนฺเธ อารพฺภ อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๙๕ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๙๖ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ปีติสหคเตน จิตฺเตน ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคตา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ปีติสหคเตน จิตฺเตน ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปีติสหคเต ขนฺเธ ปีติสหคเตน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ปีติสหคโต ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๙๗ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปีติสหคเตน ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๙๘ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๙๙ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปีติสหคเตน ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๐สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สุขสหคเตน ฯเปฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตาธิปติ: สุขสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๑สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตาธิปติ: สุขสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๒สุขสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๕๐๓สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตาธิปติ: สุขสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๔อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตาธิปติ: อุเปกฺขาสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๕อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๕๐๖อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๕๐๗ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๘ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๐๙ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๕๑๐ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๑ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อิมินา การเณน สพฺเพสํ ปทานํ ปจฺจโยติ ทีเปตพฺพํ ฯ อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ผลํ ผลสฺส อนุโลมํ ปีติสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๒ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตสฺส โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตสฺส โวทานสฺส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีติสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๓ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ จุติจิตฺตํ อุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตา วิปากมโน- วิญฺญาณธาตุ กิริยามโนวิญฺญาณธาตุยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ ภวงฺคํ อุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ กุสลากุสลํ อุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๔ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีติสหคตํ อนุโลมํ ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๕สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา สุขสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตสฺส โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สุขสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๖สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา สุขสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สุขสหคตํ อนุโลมํ ปีติสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๗สุขสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ จุติจิตฺตํ อุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ วิปากมโนธาตุยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ กิริยามโนวิญฺญาณธาตุยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ ภวงฺคํ อุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สุขสหคตํ กุสลากุสลํ อุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๘สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา สุขสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สุขสหคตํ อนุโลมํ ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๑๙อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อุเปกฺขาสหคตํ อนุโลมํ อุเปกฺขาสหคตาย ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุเปกฺขาสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๐อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคตํ จุติจิตฺตํ ปีติสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อาวชฺชนา ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ วิปากมโนธาตุ ปีติสหคตาย วิปากมโนวิญฺญาณธาตุยา อุเปกฺขาสหคตํ ภวงฺคํ ปีติสหคตสฺส ภวงฺคสฺส อุเปกฺขาสหคตํ กุสลากุสลํ ปีติสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปีติสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๑อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ตานิเยว จ คมนานิ นิยาเมตพฺพานิ ฯ
๕๒๒ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ จุติจิตฺตํ อุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ กิริยามโนวิญฺญาณธาตุยา ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ ภวงฺคํ อุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ กุสลากุสลํ อุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๓ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ อนุโลมํ ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๔ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนนฺตรปจฺจยสทิสํ ฯ
๕๒๕ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปฏิจฺจสทิสํ ฯ สหชาเต ทส ปญฺหา ฯ
๕๒๖ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ทส ปญฺหา กาตพฺพา ฯ
๕๒๗ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปีติสหคตํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตํ สีลํ ... สุตํ ... จาคํ ... ปญฺญํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตํ ราคํ ... โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปีติสหคตํ ฌานํ อุปฺปาเทติ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปีติสหคเตน จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ มุสา ภณติ ปิสุณํ ภณติ สมฺผํ ปลปติ สนฺธึ ฉินฺทติ นิลฺโลปํ หรติ เอกาคาริกํ กโรติ ปริปนฺเถ ติฏฺฐติ ปรทารํ คจฺฉติ คามฆาตํ กโรติ นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา สทฺธา ... สีลํ สุตํ จาโค ปญฺญา ราโค โมโห มาโน ทิฏฺฐิ ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย สทฺธาย สีลสฺส สุตสฺส จาคสฺส ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๘ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตํ สีลํ ... สุตํ จาคํ ปญฺญํ ราคํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สุขสหคเตน จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา สุขสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย สุขสหคตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๒๙ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา อุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๐ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตํ สุขสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๑สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: สุขสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สุขสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ สุขสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ สุขสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย สุขสหคตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๒สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: สุขสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สุขสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ สุขสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ ปีติสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๓สุขสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: สุขสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สุขสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ สุขสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๔สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: สุขสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สุขสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ฯเปฯ สุขสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ... สุขสหคตํ กายวิญฺญาณํ ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๕อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ อุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา อุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๖อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ อุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๗อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ อุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา สุขสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย สุขสหคตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๘อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ อุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๓๙ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ สทฺธา ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๐ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย สุขสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ สทฺธา ... ปตฺถนา สุขสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย สุขสหคตสฺส กายวิญฺญาณสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๑ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ ... นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ สทฺธา ... ปตฺถนา อุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๒ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ สีลํ ... สุตํ จาคํ ปญฺญํ ราคํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปีติสหคเตน จ สุขสหคเตน จ จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ มุสา ภณติ ปิสุณํ ภณติ สมฺผํ ปลปติ สนฺธึ ฉินฺทติ นิลฺโลปํ หรติ เอกาคาริกํ กโรติ ปริปนฺเถ ติฏฺฐติ ปรทารํ คจฺฉติ คามฆาตํ กโรติ นิคมฆาตํ กโรติ ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ สทฺธา ... ปตฺถนา ปีติสหคตาย จ สุขสหคตาย จ สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๓ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ ปีติสหคตสฺส โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๔ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตสฺส โคตฺรภุสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ อนุโลมํ สุขสหคตสฺส โวทานสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคตํ โคตฺรภุ สุขสหคตสฺส มคฺคสฺส ปีติสหคตํ โวทานํ สุขสหคตสฺส มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๕ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีติสหคตํ โวทานํ ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๖สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีตินยํ ปสฺสิตฺวา กาตพฺพํ ฯ
๕๔๗อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อุเปกฺขาสหคตํ โวทานํ อุเปกฺขาสหคตสฺส มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๘ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปีติสหคตา จ สุขสหคตา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปีติสหคตญฺจ สุขสหคตญฺจ โวทานํ ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๔๙ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: ปีติสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปีติสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: ปีติสหคตา เจตนา วิปากานํ ปีติสหคตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๐ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: ปีติสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปีติสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: ปีติสหคตา เจตนา วิปากานํ สุขสหคตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๑ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: ปีติสหคตา เจตนา วิปากานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๒ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: ปีติสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ นานาขณิกา: ปีติสหคตา เจตนา วิปากานํ ปีติสหคตานญฺจ สุขสหคตานญฺจ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๓สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... ฯ จตฺตาริปิ คณนานิ ปสฺสิตฺวา กาตพฺพา ฯ
๕๕๔อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ ... ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย นานาขณิกา ฯ ... สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย นานาขณิกา: อุเปกฺขาสหคตา เจตนา ... ฯ ... ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย นานาขณิกา: อุเปกฺขาสหคตา เจตนา ... ฯ ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส ... จตฺตาริ กาตพฺพานิ ฯ ปีติสหคตํ อนุมชฺชนฺเตน วิภชิตพฺพํ ฯ
๕๕๕ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ปีติสหคโต วิปาโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปีติสหคโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ เทฺว ขนฺธา ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ ฯเปฯ ยถา ปฏิจฺจวาเร เหตุปจฺจเย เอวํ วิตฺถาเรตพฺพา ทส ปญฺหา ฯ
๕๕๖ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ทส ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นตฺถิปิ วิคตมฺปิ อนนฺตรสทิสํ ฯ อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๗เหตุยา ทส อารมฺมเณ โสฬส อธิปติยา โสฬส อนนฺตเร โสฬส สมนนฺตเร โสฬส สหชาเต ทส อญฺญมญฺเญ ทส นิสฺสเย ทส อุปนิสฺสเย โสฬส อาเสวเน ทส กมฺเม โสฬส วิปาเก ทส อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต อตฺถิยา ทส นตฺถิยา โสฬส วิคเต โสฬส อวิคเต ทส ฯ กุสลตฺติกํ อนุโลมํ อนุมชฺชนฺเตน คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
๕๕๘ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๕๙ปีติสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๐ปีติสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๑ปีติสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๒สุขสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๓สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๔สุขสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๕สุขสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๖อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๗อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๘อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๖๙อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๗๐ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๗๑ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา สุขสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๗๒ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๗๓ปีติสหคโต จ สุขสหคโต จ ธมฺมา ปีติสหคตสฺส จ สุขสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๕๗๔นเหตุยา โสฬส นอารมฺมเณ นอธิปติยา นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นสหชาเต นอญฺญมญฺเญ นนิสฺสเย นอุปนิสฺสเย นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน นกมฺเม นวิปาเก นอาหาเร นอินฺทฺริเย นฌาเน นมคฺเค นสมฺปยุตฺเต นวิปฺปยุตฺเต โนอตฺถิยา โนนตฺถิยา โนวิคเต โนอวิคเต สพฺพตฺถ โสฬส ฯ ปจฺจนียํ อนุมชฺชนฺเตน คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
๕๗๕เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ทส ... นอธิปติยา ทส นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอุปนิสฺสเย นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน นกมฺเม นวิปาเก นอาหาเร นอินฺทฺริเย นฌาเน นมคฺเค นวิปฺปยุตฺเต โนนตฺถิยา โนวิคเต สพฺพตฺถ ทส ฯ อนุโลมปจฺจนียํ อนุมชฺชนฺเตน คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
๕๗๖นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ โสฬส ... อธิปติยา อนนฺตเร สมนนฺตเร โสฬส สหชาเต ทส อญฺญมญฺเญ ทส นิสฺสเย ทส อุปนิสฺสเย โสฬส อาเสวเน ทส กมฺเม โสฬส วิปาเก ทส อาหาเร ทส อินฺทฺริเย ทส ฌาเน ทส มคฺเค ทส สมฺปยุตฺเต ทส อตฺถิยา ทส นตฺถิยา โสฬส วิคเต โสฬส อวิคเต ทส ฯ ปจฺจนียานุโลมํ อนุมชฺชนฺเตน คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปีติตฺติกํ สตฺตมํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ เหตุที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ซึ่งสหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ (สภาวธรรมที่มีสุขเป็นมูลมี ๓ วาระ) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากฌานที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติ พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยปีติพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยปีติซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยสุข ออกจากฌานที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยสุข พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยสุขพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยปีติซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุขเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ออกจากฌานที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยปีติซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร เพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณอนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขออกจากฌานที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยปีติซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยสุข ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ออกจากฌานที่สหรคตด้วยอุเบกขา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ที่สหรคตด้วยอุเบกขา พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้นบุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาด้วย เจโต-ปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะโดยอารัมมณปัจจัยฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสา-นุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัยเพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขออกจากฌานที่สหรคตด้วยอุเบกขา ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข พระอริยะมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขพิจารณากิเลสที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตายินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ แก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและสหรคตด้วยสุขให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ บุคคลมีจิตสหรคตด้วย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร อุเบกขา เห็นแจ้งขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นราคะที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย (ย่อ) (๔) อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติ ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากฌานที่สหรคตด้วยปีติ ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นด้วยจิตที่สหรคตด้วยปีติ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่สหรคตด้วยปีติจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติ-ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติ ให้ทาน ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน ฯลฯ ด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา (ย่อ) (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติให้ทาน ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุข ให้ทาน ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (ย่อ) (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (ย่อ) (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (ย่อ) (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (ย่อ) (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยปีติโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ (ย่อ) (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอธิปติปัจจัย (๔)อนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โคตรภูโดยอนันตรปัจจัย (ด้วยเหตุนี้พึงแสดงว่าเป็นปัจจัยแก่บททั้งปวง) อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โวทานที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดยอนันตรปัจจัย มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่มโน-วิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยอนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ อนุโลมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ อนุโลมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดยอนันตรปัจจัย กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบากโดยอนันตรปัจจัย มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่มโน-วิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยฯลฯ อนุโลมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ ฯลฯ อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่วิญญาณ ๔ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยอุเบกขา เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ มโนธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคตด้วยปีติ กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตร-ปัจจัย (๔) (อนึ่ง พึงกำหนดข้อความเหล่านี้เท่านั้นเป็นหลัก)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ แก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ภวังคจิตที่ สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิต ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติและสหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยา ฯลฯ ภวังคจิตที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคตด้วยอุเบกขา กิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ ฯลฯ อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอนันตรปัจจัย (๔) สมนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยสมนันตรปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัย)สหชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ (ปัจจัยนี้เหมือนกับปฏิจจวาร สหชาตปัจจัย มี ๑๐ วาระ)อัญญมัญญปัจจัยและนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ โดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มเป็น ๑๐ วาระ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย ปีติแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่สหรคตด้วยปีติให้เกิดขึ้นทำวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ทำมรรคให้เกิดขึ้น ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิมีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติ ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาแล้วให้ทาน สมาทานศีล ฯลฯ มีมานะ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยจาคะที่สหรคตด้วยปีติ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาแล้วให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่สหรคตด้วยปีติให้เกิดขึ้น ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีจิตสหรคตด้วยปีติ ลักทรัพย์ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ งัดแงะปล้นไม่ให้เหลือ ปล้นเรือนหลังเดียว ดักจี้ในทางเปลี่ยว ล่วงเกินภรรยาผู้อื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา... ราคะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โมหะ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย ปีติแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติ ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โมหะ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นมีจิตสหรคตด้วยสุข ลักทรัพย์ ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำอภิญญาให้เกิดขึ้น ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูป-นิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัย ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสย- ปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย สุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคมศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วยสุขแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศีลที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคมศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำอภิญญาให้เกิดขึ้น ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศีลที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูป-นิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัย ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วย อุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศรัทธาที่ สหรคตด้วยอุเบกขาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำอภิญญาให้เกิดขึ้น ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศีลที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย อุเบกขาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศีลที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย อุเบกขาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัย ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขาแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทานฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาว- ธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย ปีติและที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูป-นิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วย ปีติและที่สหรคตด้วยสุขแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยสุขอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา และกายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำอภิญญาให้เกิดขึ้น ฯลฯ ถือทิฏฐิมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลมีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขอาศัย ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ฯลฯ ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ มีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข อาศัยศีลที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญา ... ราคะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาแล้วจึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ... วิปัสสนา ... มรรค ... สมาบัติให้เกิดขึ้น มีจิตสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขลักทรัพย์ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ งัดแงะ ปล้นไม่ให้เหลือ ปล้นเรือนหลังเดียว ดักจี้ในทางเปลี่ยว ล่วงเกินภรรยาผู้อื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคมศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่สหรคตด้วยปีติ อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคโวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่โวทานที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย โคตรภูที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่มรรคที่สหรคตด้วยสุข โวทานที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่มรรคที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัยฯลฯ โวทานที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่มรรคที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย (ย่อ) (พึงดูนัยแห่งปีติแล้วเพิ่มเถิด) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดหลังๆ ฯลฯ โวทานที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่มรรคที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอาเสวนปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย ฯลฯ โวทานที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่มรรคที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอาเสวนปัจจัย (๓) กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมม-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติโดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมม-ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาโดยกัมมปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ... (พึงดูการนับทั้ง ๔ แล้วเพิ่มเถิด)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และนานาขณิกะ ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยอุเบกขาฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ ... (พึงเพิ่มเป็น ๔ วาระ ผู้รู้พึงจำแนกสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ) (๔) วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย วิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งสหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงขยายวาระทั้ง ๑๐ ให้พิสดารเหมือนเหตุปัจจัยในปฏิจจวาร) อาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย (พึงขยายวาระทั้ง ๑๐ ให้พิสดาร) เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย(นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย) เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๑๐ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๖ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๐ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑๐ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๐ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๖ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๐ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๖ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย มี ๑๐ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๐ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๐ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๐ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๐ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๐ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๐ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑๖ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑๖ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๐ วาระ (ผู้รู้พึงนับอนุโลมกุสลติกะ) อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดย อารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยปีติโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมม-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมม-ปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคตด้วยสุขโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสย-ปัจจัย และกัมมปัจจัย (๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ นสหชาตปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๑๖ วาระ นนิสสยปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๑๖ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๖ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๖ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๑๖ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑๖ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑๖ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑๖ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑๖ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๑๖ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๖ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๑๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๑๖ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร โนวิคตปัจจัย มี ๑๖ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๑๖ วาระ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑๖ วาระ (ผู้รู้พึงนับปัจจนียะ) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ ทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๐ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑๐ วาระ (ผู้รู้พึงนับอนุโลมปัจจนียะ) อนุโลมปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๗. ปีติติกะ ๗. ปัญหาวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม ทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑๖ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๑๖ าระ วิคตปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ (ผู้รู้พึงนับปัจจนียานุโลม) ปัจจนียานุโลม จบ ปีติติกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๕๙}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๔๖๕ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปีติติกะ
ในปีติติกะ คำว่า ภวังค์ที่สหรคตด้วยสุข เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจของตทารัมมณะ ภวังค์และมูลภวังค์.
คำที่เหลือทั้งหมดในอธิการนี้ พึงทราบด้วยอำนาจบาลีนั่นเอง.
อรรถกถาปีติติกะ จบ. -----------------------------------------------------