๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากคันถะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำปฏิฆะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็นป้จจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นสัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นสัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำปฏิฆะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่วิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่ วิปปยุตจากคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยคันถะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิทำหทัยวัตถุและโลภะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย โทมนัสทำหทัยวัตถุและปฏิฆะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและทำโลภะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและทำปฏิฆะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โลภะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นโลภะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ปฏิฆะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยคันถะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร จากทิฏฐิและทำโลภะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ทำขันธ์ ๑ และปฏิฆะที่สหรคตด้วยโทมนัสเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโลภะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และปฏิฆะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระอนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากคันถะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ... (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุ-
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร วิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากคันถะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ย่อ) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺจยวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปัจจยวาร
คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: คนฺถวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา ฯ คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิฆํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ {๕๓๔.๑} คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺตา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิฆํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โลโภ จ วตฺถุํ ปจฺจยา โทมนสฺสสหคตา ขนฺธา จ ปฏิฆญฺจ ฯ {๕๓๔.๒} คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: คนฺถสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ โลภญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิฆญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๕๓๔.๓} คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: คนฺถสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ โทมนสฺสสหคเต ขนฺเธ จ ปฏิฆญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา โลโภ โทมนสฺสสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ปฏิฆํ ฯ {๕๓๔.๔} คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: คนฺถสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... คนฺถสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ ปฏิฆญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โลโภ จ เทฺว ขนฺเธ ... โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ปฏิฆญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
คันถสัมปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับ ปฏิจจวาร คันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถวิปปยุตตธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถวิปปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ คันถสัมปยุตตธรรม อาศัยคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยปฏิฆะ คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตต-*สมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปฏิฆะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ อาศัยหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะ อาศัยหทัยวัตถุ คันถสัมปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ และปฏิฆะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส และหทัยวัตถุ และ ปฏิฆะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ คันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะ โลภะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ ปฏิฆะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และหทัยวัตถุ คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถสัมปยุตตธรรมและคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถ-*สัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ ๓ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ฯลฯ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโลภะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓และปฏิฆะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ฯลฯ
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สพฺพตฺถ นว วิปาเก เอกํ อาหาเร นว อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ... อเหตุกปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
คันถวิปปยุตตธรรม อาศัยคันถวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ อาศัยคันถวิปปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถวิปปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ฉ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา นว เอวํ คเณตพฺพํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ พึงนับอย่างที่กล่าวมาแล้ว
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อวิคเต เอกํ ฯ นิสฺสยวาโรปิ ปจฺจยวารสทิโส ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑แม้นิสสยวาร ก็เหมือนกับ ปัจจยวาร