ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นิยฺยานิกทุกํ ปฏิจฺจวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ นิยยานิกทุกะ ปฏิจจวาร
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นิยฺยานิโก จ อนิยฺยานิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ... ฯ นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม. นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต-*รูป ๑ ฯลฯ. อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
เหตุยา ปญฺจ อารมฺมเณ เทฺว อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร เทฺว สมนนฺตเร เทฺว สหชาเต ปญฺจ อญฺญมญฺเญ เทฺว นิสฺสเย ปญฺจ อุปนิสฺสเย เทฺว ปุเรชาเต เทฺว อาเสวเน เทฺว กมฺเม ปญฺจ วิปาเก เอกํ อาหาเร ปญฺจ อวิคเต ปญฺจ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒ ในอธิปติปัจจัย มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย มี " ๒ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒ ในสหชาตปัจจัย มี " ๕ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒ ในนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๒ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒ ในกัมมปัจจัย มี " ๕ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๕.
อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ ... นอารมฺมณปจฺจยา: ตีณิ ฯ
อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุมหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย.
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ นิยฺยานิกา อธิปติ ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา กาตพฺพา ฯ ... นอนนฺตรปจฺจยา: นสมนนฺตรปจฺจยา: นอญฺญมญฺญปจฺจยา: ฯเปฯ
นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม. อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ พึงทำปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อนิยฺยานิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม ฯลฯ อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม. อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-*สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา เทฺว นอนนฺตเร ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต จตฺตาริ นปจฺฉาชาเต ปญฺจ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม เทฺว นวิปาเก ปญฺจ นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อิตเร เทฺว คณนาปิ สหชาตวาโรปิ กาตพฺพา ฯ ปจฺจยวาโร
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓. การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี พึงกระทำ. ปัจจยวาร
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ยาว อชฺฌตฺติกา มหาภูตา วตฺถุํ ปจฺจยา อนิยฺยานิกา ขนฺธา ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นิยฺยานิกา ขนฺธา ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก จ อนิยฺยานิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นิยฺยานิกา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๘๑๙.๑} นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก จ อนิยฺยานิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... นิยฺยานิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร. อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. นิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย. นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
เหตุยา นว อารมฺมเณ จตฺตาริ อธิปติยา นว อนนฺตเร จตฺตาริ สมนนฺตเร จตฺตาริ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ จตฺตาริ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ ปุเรชาเต จตฺตาริ อาเสวเน จตฺตาริ กมฺเม นว วิปาเก เอกํ ฯเปฯ อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๔ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๔ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๔ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๔ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ยาว อสญฺญสตฺตา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา อนิยฺยานิกา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ ฯลฯ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ.
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ตีณิ ฯ
อนิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย.
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ ปจฺจยา นิยฺยานิกา อธิปติ ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ... ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา นิยฺยานิกา อธิปติ ฯ นิยฺยานิกญฺจ อนิยฺยานิกญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: นิยฺยานิเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา นิยฺยานิกา อธิปติ ฯ
นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม อนิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. นิยยานิกธรรม อาศัยอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. นิยยานิกธรรม อาศัยนิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติ-*ปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรมและหทัย-*วัตถุ.
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตเร ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต จตฺตาริ นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ นิสฺสยวาโรปิ กาตพฺพา ฯ สํสฏฺฐวาโร
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓. การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำ. สังสัฏฐวาร
นิยฺยานิกํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ นิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อนิยฺยานิกํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อนิยฺยานิกํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ
นิยยานิกธรรม คลุกเคล้ากับนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อนิยยานิกธรรม คลุกเคล้ากับอนิยยานิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิยยานิกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.
เหตุยา เทฺว อารมฺมเณ เทฺว สพฺพตฺถ เทฺว วิปาเก เอกํ อวิคเต เทฺว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๒ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย มี " ๒.
นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา เทฺว นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เอกํ นกมฺเม เทฺว นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ กาตพฺพา ฯ ปญฺหาวาโร
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒. การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้. ปัญหาวาร
นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: นิยฺยานิกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ นิยฺยานิกา เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ นิยฺยานิกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อนิยฺยานิกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุ-*ปัจจัย. พึงกระทำมูล เหตุทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย. พึงกระทำมูล เหตุทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณ- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ เจโตปริยญาเณน นิยฺยานิกจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ นิยฺยานิกา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา ฯเปฯ อริยา ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อนิยฺยานิเก ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ {๘๒๙.๑} ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน อนิยฺยานิกจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อนิยฺยานิกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นิพฺพานํ มคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนิยยานิกธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพ ฯลฯ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้นย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น กุศลกรรมที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายพิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอนิยยานิกธรรม โดยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณแก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอารัมมณปัจจัย.
นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: นิยฺยานิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: นิยฺยานิกา อธิปติ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ นิยฺยานิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓๐.๑} อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ อริยา ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อนิยฺยานิเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อนิยฺยานิกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: นิพฺพานํ มคฺคสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ. ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา. ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. พึงกระทำมูล อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ. ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้วกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งเพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น กุศลกรรมที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายกระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น. ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอธิปติปัจจัย
นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: มคฺโค ผลสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อนิยฺยานิกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อนิยฺยานิกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส ผลํ ผลสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: สตฺต ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอนันตรปัจจัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๕ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย.
นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: ปกตูปนิสฺสโย: ปฐโม มคฺโค ทุติยสฺส มคฺคสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ ตติโย มคฺโค จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อริยา มคฺคํ อุปนิสฺสาย อนุปฺปนฺนํ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทนฺติ อุปฺปนฺนํ สมาปชฺชนฺติ สงฺขาเร อนิจฺจโต วิปสฺสนฺติ มคฺโค อริยานํ อตฺถปฏิสมฺภิทาย ธมฺมปฏิสมฺภิทาย นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย ปฏิภานปฏิสมฺภิทาย ฐานาฐานโกสลฺลสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺโค ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓๒.๑} อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อนิยฺยานิกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ ... สีลํ อุโปสถกมฺมํ ฌานํ วิปสฺสนํ อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อนิยฺยานิกํ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ ปตฺถนํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อนิยฺยานิกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ อนิยฺยานิกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย ฯเปฯ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓๒.๒} อนิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปฐมสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ ปฐมสฺส มคฺคสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปฐมมรรค เป็นปัจจัย แก่ทุติยมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย. นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรคแล้ว ยังสมาบัติที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติปฏิสัมภิทา แก่ปฏิภาณ-*ปฏิสัมภิทา แก่ฐานาฐานโกสละ ของพระอริยะทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรมแล้วให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฌาน วิปัสสนา อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้นก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอนิยยานิกธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา ฤดูโภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้วให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรมฯลฯ แก่ความปรารถนา ฯลฯ แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ บริกรรมแห่งจตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว อรูปทุกสทิสา กาตพฺพา ฯ ... ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว ฯ
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๒ นัย.
นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: นิยฺยานิกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: นิยฺยานิกา เจตนา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: นิยฺยานิกา เจตนา ผลสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ นิยฺยานิกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓๔.๑} อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: ฯเปฯ นานาขณิกา: อนิยฺยานิกา เจตนา ผลสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํเยว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อรูปทุกสทิสา กาตพฺพา ฯ ... อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สตฺต อรูปทุกสทิสา กาตพฺพา อามสนา นานาปทาเยว ฯ ... นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย. นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก. ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย. ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล โดยกัมมปัจจัย. พึงกระทำมูล เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก. ที่เป็นสหชาต ฯลฯ ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล โดยกัมมปัจจัย. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๑ นัย เท่านั้น ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ นัย พึงกระทำเหมือนอรูปทุกะ. ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๗ นัย พึงกระทำเหมือนอรูปทุกะ. หลักจำแนกหัวข้อปัจจัย มีบทต่างกันนั้น ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
เหตุยา จตฺตาริ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ปญฺจ อญฺญมญฺเญ เทฺว นิสฺสเย สตฺต อุปนิสฺสเย จตฺตาริ ปุเรชาเต เทฺว ปจฺฉาชาเต เทฺว อาเสวเน เทฺว กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เอกํ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต เทฺว วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา สตฺต นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต สตฺต ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย มี " ๕ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒ ในนิสสยปัจจัย มี " ๗ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๒ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒ ในกัมมปัจจัย มี " ๔ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๔ ในอินทริยปัจจัย มี " ๔ ในฌานปัจจัย มี " ๔ ในมัคคปัจจัย มี " ๔ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๒ ในวิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๓ ในอัตถิปัจจัย มี " ๗ ในนัตถิปัจจัย มี " ๓ ในวิคตปัจจัย มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๗
นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส จ อนิยฺยานิกสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อนิยฺยานิโก ธมฺโม อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉา- ชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๘๓๖.๑} อนิยฺยานิโก ธมฺโม นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นิยฺยานิโก จ อนิยฺยานิโก จ ธมฺมา นิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นิยฺยานิโก จ อนิยฺยานิโก จ ธมฺมา อนิยฺยานิกสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย. อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาต-*ปัจจัย. นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
นเหตุยา สตฺต นอารมฺมเณ สตฺต นอธิปติยา สตฺต นอนนฺตเร นสมนนฺตเร สตฺต นสหชาเต ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นนิสฺสเย ปญฺจ นอุปนิสฺสเย สตฺต นปุเรชาเต ฉ นปจฺฉาชาเต สตฺต นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ โนอตฺถิยา จตฺตาริ โนนตฺถิยา สตฺต โนวิคเต สตฺต โนอวิคเต จตฺตาริ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๔
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ จตฺตาริ ... นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตเร นสมนนฺตเร จตฺตาริ นอญฺญมญฺเญ เทฺว นอุปนิสฺสเย จตฺตาริ นสมฺปยุตฺเต เทฺว นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา จตฺตาริ โนวิคเต จตฺตาริ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔.
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อธิปติยา ปญฺจ ฯ อนุโลมมาติกา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ ... อวิคเต สตฺต ฯ นิยฺยานิกทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------------
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕. อนุโลมนาติกาพึงให้พิสดาร. ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗. นิยยานิกทุกะ จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙๗. นิยยานิกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็น เหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำ ออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) ... เพราะนอารัมมณปัจจัยมี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน-รูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) ... เพราะนอนันตรปัจจัย ... เพราะนสมนันตรปัจจัย ... เพราะนอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ นปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็น เหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ และอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๓. ปัจจยวาร นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และสหชาตวาร พึงทำอย่างนี้) ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงมหาภูตรูปภายใน)ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออก จากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตต-สมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๔ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๓. ปัจจยวาร อาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากจากวัฏฏทุกข์ทำขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๓. ปัจจยวาร จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออก จากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุ กข์ทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัยได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ทำขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏ-ทุกข์ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๕. สังสัฏฐวาร นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทำอย่างนี้) ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลมเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดระคนกับสภาวธรรมที่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เกิดระคนกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) เหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ) วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ อนุโลม จบ นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ ปัจจนียะ จบ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และสัมปยุตตวาร พึงทำอย่างนี้) ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะพิจารณาผล พิจารณานิพพานนิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัยพระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นฯลฯ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติ-ปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นบุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอธิปติปัจจัย (๒) อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ มรรคเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ผลเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานา-สัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคโวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอนันตรปัจจัย (๒) ... เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอุปนิสสยปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะได้แก่ ปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ ตติยมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยะอาศัยมรรคแล้วทำสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นเข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เห็นแจ้งสังขารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ มรรคของพระอริยะเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทาปฏิภาณปฏิสัมภิทา และความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและมิใช่ฐานะโดยอุปนิสสยปัจจัยมรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ แล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่เป็นเหตุนำ ออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกายฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บริกรรมปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรคโดย อุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ บริกรรมจตุตถมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรคโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๒) ปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ (พึงทำให้เหมือนกับอรูปทุกะ) เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ เป็นปัจจัยโดยอาเสวน-ปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่ผลโดยกัมมปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เจตนาที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ (ย่อ) นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่ผลโดยกัมมปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาระเท่านั้น ... เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงทำให้เหมือนกับอรูปทุกะ) ... เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ (พึงทำให้เหมือนกับอรูปทุกะ การระบุข้อความแตกต่างกันเพียงบทเท่านั้น) ... เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ฌานปัจจัย มี ๔ วาระ มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยสหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่นำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยสหชาตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยอุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ โดยสหชาตปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์และที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉา-ชาตปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๒) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๗. นิยยานิกทุกะ ๗. ปัญหาวาร นสหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๖๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๙๘. นิยตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงขยายบทอนุโลมมาติกาให้พิสดาร) ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นิยยานิกทุกะ จบ
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”