๙. ปริสาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ภูมิจาลวรรค ๙. ปริสาสูตร ๙. ปริสาสูตร ว่าด้วยบริษัท
ภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๘ จำพวกนี้ บริษัท ๘ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. ขัตติยบริษัท (ชุมนุมกษัตริย์) ๒. พราหมณบริษัท (ชุมนุมพราหมณ์) ๓. คหบดีบริษัท (ชุมนุมคหบดี) ๔. สมณบริษัท (ชุมนุมสมณะ) ๕. จาตุมหาราชบริษัท (ชุมนุมเทพชั้นจาตุมหาราช) ๖. ดาวดึงสบริษัท (ชุมนุมเทพชั้นดาวดึงส์) ๗. มารบริษัท (ชุมนุมมาร) ๘. พรหมบริษัท (ชุมนุมพรหม) ภิกษุทั้งหลาย เราจำได้ว่า ‘เคยเข้าไปหาขัตติยบริษัทหลายร้อยครั้ง ทั้งเคยนั่งพูดคุยและสนทนาในขัตติยบริษัทนั้น กษัตริย์เหล่านั้นมีวรรณะเช่นใด เราก็มีวรรณะเช่นนั้น กษัตริย์เหล่านั้นมีเสียงเช่นใด เราก็มีเสียงเช่นนั้น เราชี้แจงให้กษัตริย์เหล่านั้นเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้าปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา และเมื่อเรากำลังพูดอยู่ ก็ไม่มีใครรู้ว่า‘ผู้กำลังพูดอยู่นี้เป็นใคร เป็นเทวดาหรือมนุษย์’ ครั้นชี้แจงให้กษัตริย์เหล่านั้นเห็นชัดชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วก็หายไป และเมื่อเราหายไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่า ‘ผู้ที่หายไปแล้วนี้เป็นใคร เป็นเทวดาหรือมนุษย์’ ภิกษุทั้งหลาย เราจำได้ว่า ‘เคยเข้าไปหาพราหมณบริษัท ฯลฯ คหบดีบริษัทฯลฯ สมณบริษัท ฯลฯ จาตุมหาราชบริษัท ฯลฯ ดาวดึงสบริษัท ฯลฯ มารบริษัท ฯลฯ’@เชิงอรรถ : @ ดู ที.ม. ๑๐/๑๗๒/๙๗-๙๘, ม.มู. ๑๒/๑๕๑/๑๑๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๓๗๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ภูมิจาลวรรค ๑๐. ภูมิจาลสูตร ภิกษุทั้งหลาย เราจำได้ว่า ‘เคยเข้าไปหาพรหมบริษัทหลายร้อยครั้ง ทั้งเคยนั่งพูดคุยและสนทนาในพรหมบริษัทนั้น พรหมเหล่านั้นมีวรรณะเช่นใด เราก็มีวรรณะเช่นนั้น พรหมเหล่านั้นมีเสียงเช่นใด เราก็มีเสียงเช่นนั้น เราชี้แจงให้พรหมเหล่านั้นเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา และเมื่อเรากำลังพูดอยู่ ก็ไม่มีใครรู้ว่า ‘ผู้กำลังพูดอยู่นี้เป็นใคร เป็นเทวดาหรือมนุษย์’ ครั้นชี้แจงให้พรหมเหล่านั้นเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วก็หายไป และเมื่อเราหายไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่า ‘ผู้ที่หายไปแล้วนี้เป็นใคร เป็นเทวดาหรือมนุษย์’ ภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๘ จำพวกนี้แล ปริสาสูตรที่ ๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ปริสสูตร
๗๖ อฏฺฐิมา ภิกฺขเว ปริสา ฯ กตมา อฏฺฐ ขตฺติยปริสา พฺราหฺมณปริสา คหปติปริสา สมณปริสา จาตุมฺมหาราชิกปริสา ตาวตึสปริสา มารปริสา พฺรหฺมปริสา ฯ อภิชานามิ โข ปนาหํ ภิกฺขเว อเนกสตํ ขตฺติยปริสํ อุปสงฺกมิตฺวา ตตฺรปิ มยา สนฺนิสินฺนปุพฺพญฺเจว สลฺลปิตปุพฺพญฺจ สากจฺฉา จ สมาปนฺนปุพฺพา ตตฺถ ยาทิสโก เตสํ วณฺโณ โหติ ตาทิสโก มยฺหํ วณฺโณ โหติ ยาทิสโก เตสํ สโร โหติ ตาทิสโก มยฺหํ สโร โหติ ธมฺมิยา จ กถาย สนฺทสฺเสมิ สมาทเปมิ สมุตฺเตเชมิ สมฺปหํเสมิ ภาสมานญฺจ มํ น ชานนฺติ โก นุ โข อยํ ภาสติ เทโว วา มนุสฺโส วาติ ธมฺมิยา จ กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อนฺตรธายามิ อนฺตรหิตญฺจ มํ น ชานนฺติ โก นุ โข อยํ อนฺตรหิโต เทโว วา มนุสฺโส วาติ อภิชานามิ โข ปนาหํ ภิกฺขเว อเนกสตํ พฺราหฺมณปริสํ ฯเปฯ คหปติปริสํ สมณปริสํ จาตุมฺมหาราชิกปริสํ ตาวตึสปริสํ มารปริสํ พฺรหฺมปริสํ อุปสงฺกมิตฺวา ตตฺรปิ มยา สนฺนิสินฺนปุพฺพญฺเจว สลฺลปิตปุพฺพญฺจ สากจฺฉา จ สมาปนฺนปุพฺพา ตตฺถ ยาทิสโก เตสํ วณฺโณ โหติ ตาทิสโก มยฺหํ วณฺโณ โหติ ยาทิสโก เตสํ สโร โหติ ตาทิสโก มยฺหํ สโร โหติ ธมฺมิยา จ กถาย สนฺทสฺเสมิ สมาทเปมิ สมุตฺเตเชมิ สมฺปหํเสมิ ภาสมานญฺจ มํ น ชานนฺติ โก นุ โข อยํ ภาสติ เทโว วา มนุสฺโส วาติ ธมฺมิยา จ กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อนฺตรธายามิ อนฺตรหิตญฺจ มํ น ชานนฺติ โก นุ โข อยํ อนฺตรหิโต เทโว วา มนุสฺโส วาติ ฯ อิมา โข ภิกฺขเว อฏฺฐ ปริสาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๘ จำพวกนี้ ๘ จำพวกเป็นไฉน คือ บริษัทกษัตริย์ ๑ บริษัทพราหมณ์ ๑ บริษัทคฤหบดี ๑ บริษัทสมณะ ๑บริษัทเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ๑ บริษัทเทวดาชั้นดาวดึงส์ ๑ บริษัทมาร ๑ บริษัทพรหม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเข้าไปหาบริษัทกษัตริย์หลายร้อยบริษัท ย่อมรู้ดีว่า แม้ในบริษัทนั้นเราเคยนั่งประชุมด้วย เคยสนทนาปราศรัยด้วย เคยสนทนาธรรมด้วย ในบริษัทกษัตริย์นั้น กษัตริย์เหล่านั้นมีวรรณเช่นใด เราก็มีวรรณเช่นนั้น กษัตริย์เหล่านั้นมีเสียงเช่นใด เราก็มีเสียงเช่นนั้น เราชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถา และเมื่อเรากำลังพูดอยู่บริษัทกษัตริย์เหล่านั้นย่อมไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็นเทวดาหรือมนุษย์พูดอยู่ ครั้นเราชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วหายไปเมื่อเราหายไปแล้ว กษัตริย์เหล่านั้นก็ไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็นเทวดาหรือมนุษย์หายไปแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเข้าไปหาบริษัทพราหมณ์หลายร้อยบริษัท ฯลฯ บริษัทคฤหบดี ฯลฯ บริษัทสมณะ ฯลฯ บริษัทเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ฯลฯ บริษัทเทวดาชั้นดาวดึงส์ ฯลฯ บริษัทมาร ฯลฯ บริษัทพรหมหลายร้อยบริษัท ย่อมรู้ดีว่าแม้ในบริษัทพรหมนั้น เราเคยนั่งประชุมด้วย เคยสนทนาปราศรัยด้วยเคยสนทนาธรรมด้วย ในบริษัทพรหมนั้น พรหมเหล่านั้นมีวรรณเช่นใด เราก็มีวรรณเช่นนั้น พรหมเหล่านั้นมีเสียงเช่นใด เราก็มีเสียงเช่นนั้น เราชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถา และเมื่อเรากำลังพูดอยู่พรหมเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็นเทวดาหรือมนุษย์พูดอยู่ ครั้งเราชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วหายไป และเมื่อเราหายไปแล้ว พรหมเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็นเทวดาหรือมนุษย์หายไปแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๘ จำพวกนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๖