การสั่ง
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
การสั่ง
ภิกษุสั่งภิกษุว่า “ท่านจงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุ ผู้รับคำสั่งสำคัญทรัพย์นั้นว่าเป็นทรัพย์นั้น ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๓}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ภิกษุสั่งภิกษุว่า “ท่านจงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่ง สำคัญทรัพย์นั้นว่าเป็นทรัพย์นั้น ลักทรัพย์อื่นมา ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลักต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า “ท่านจงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่ง สำคัญทรัพย์นั้นว่าเป็นทรัพย์อื่น แต่ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า “ท่านจงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่ง สำคัญทรัพย์นั้นว่าเป็นทรัพย์อื่น ลักทรัพย์อื่นมาได้ ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลักต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุ (ผู้เป็นอาจารย์) สั่งภิกษุ (ชื่อว่าพุทธรักขิต) ว่า “ท่านจงบอกภิกษุชื่อ(ธัมมรักขิต)นี้ว่า จงบอกภิกษุชื่อ(สังฆรักขิต)นี้ว่า ‘จงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่งไปบอกภิกษุอีกรูปหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักรับคำสั่งภิกษุผู้สั่งครั้งแรกต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทุกรูป ภิกษุ (ผู้เป็นอาจารย์) สั่งภิกษุ (ชื่อว่าพุทธรักขิต) ว่า “ท่านจงบอกภิกษุชื่อ(ธัมมรักขิต)นี้ว่า จงบอกภิกษุชื่อ(สังฆรักขิต)นี้ว่า ‘จงลักทรัพย์นี้มา” ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่งไปบอกภิกษุรูปอื่น ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักรับคำสั่งต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งครั้งแรก ไม่ต้องอาบัติภิกษุผู้สั่งต่อและภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า “จงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่งไปแล้วกลับมาบอกว่า “กระผมไม่สามารถลักทรัพย์นั้นได้” ผู้สั่งจึงสั่งอีกว่า “จงลักทรัพย์@เชิงอรรถ : @ พระอรรถกถาจารย์ยกตัวอย่างไว้ชัดเจนว่า ในกรณีนี้มีภิกษุเกี่ยวข้องอยู่ ๔ รูป คือ อาจารย์ ๑ รูป@ภิกษุผู้เป็นศิษย์อีก ๓ รูป คือ พุทธรักขิต ธัมมรักขิต และสังฆรักขิต กรณีนี้มี ๓ ขั้นตอน คือ@๑. ขั้นออกคำสั่ง ทั้งอาจารย์และศิษย์ ต้องอาบัติทุกกฏ @๒. ขั้นรับคำสั่ง ทันทีที่พระสังฆรักขิตรับคำสั่ง ผู้เป็นอาจารย์ต้องอาบัติถุลลัจจัย@๓. ขั้นปฏิบัติการ ถ้าพระสังฆรักขิตลักทรัพย์นั้นมาได้ ทั้ง ๔ รูป ต้องอาบัติปาราชิก@(วิ.อ. ๑/๑๒๑/๔๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๔}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ นั้นในเวลาที่ท่านสามารถจะลักได้” ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับคำสั่งลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า “จงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ เธอสั่งแล้วเกิดความเดือดร้อนใจ แต่ไม่ได้กล่าวให้ผู้รับคำสั่งได้ยินว่า “อย่าลัก” ภิกษุผู้รับคำสั่งลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า “จงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ เธอสั่งแล้วเกิดความเดือดร้อนใจ จึงกล่าวให้ได้ยินว่า “อย่าลัก” แต่ภิกษุผู้รับคำสั่งกล่าวว่า “ท่านสั่งผมแล้ว” ลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า “จงลักทรัพย์นี้มา” ต้องอาบัติทุกกฏ เธอสั่งแล้วเกิดความเดือดร้อนใจ จึงกล่าวให้ผู้รับคำสั่งได้ยินว่า “อย่าลัก” ภิกษุผู้รับคำสั่งนั้นรับว่า “ดีละ”จึงงดเว้น ไม่ต้องอาบัติทั้ง ๒ รูป
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ อาณัตติกประโยค
ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ มญฺญมาโน ตํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ มญฺญมาโน อญฺญํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ อวหารกสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส อญฺญํ มญฺญมาโน ตํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส อญฺญํ มญฺญมาโน อญฺญํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ ฯ อวหารกสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามสฺส ปาวท อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามสฺส ปาวทตุ อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรตูติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส อิตรสฺส อาโรเจติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อวหารโก ปฏิคฺคณฺหาติ มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ โส ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ สพฺเพสํ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามสฺส ปาวท อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามสฺส ปาวทตุ อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรตูติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส อญฺญํ อาณาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อวหารโก ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ ภณฺฑํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ อาณาปกสฺส จ อวหารกสฺส จ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ {๑๒๑.๑} โส คนฺตฺวา ปุน ปจฺฉาคจฺฉติ นาหํ สกฺโกมิ ตํ ภณฺฑํ อวหริตุนฺติ ฯ โส ปุน อาณาเปติ ยทา สกฺโกสิ ตทา ตํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ อาณาเปตฺวา วิปฺปฏิสารี น สาเวติ มา อวหรีติ โส ตํ ภณฺฑํ อวหรติ อาปตฺติ อุภินฺนํ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ อาณาเปตฺวา วิปฺปฏิสารี สาเวติ มา อวหรีติ โส อาณตฺโต อหํ ตยาติ ตํ ภณฺฑํ อวหรติ มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ ฯ อวหารกสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ภิกฺขุ ภิกฺขุํ อาณาเปติ อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหราติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ โส ตํ อาณาเปตฺวา วิปฺปฏิสารี สาเวติ มา อวหรีติ สาธูติ โอรมติ อุภินฺนํ อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจทรัพย์นั้นแน่ จึงลักทรัพย์นั้นมา ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจทรัพย์นั้นแน่แต่ลักทรัพย์อย่างอื่นมา ภิกษุผู้สั่ง ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจทรัพย์อย่างอื่นแต่ลักทรัพย์นั้นมา ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักเข้าใจทรัพย์อย่างอื่นจึงลักทรัพย์อย่างอื่นมา ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงบอกแก่ภิกษุชื่อนี้ว่า ภิกษุชื่อนี้จงไปบอกแก่ภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้ว่าภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้จงไปลักทรัพย์ชื่อนี้มา ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่งบอกแก่ภิกษุนอกนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลักรับคำภิกษุผู้สั่งเดิม ต้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์มาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทุกรูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงบอกแก่ภิกษุชื่อนี้ว่า ภิกษุชื่อนี้จงไปบอกแก่ภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้ว่าภิกษุผู้มีชื่ออย่างนี้จงไปลักทรัพย์ชื่อสิ่งนี้มา ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่ง ๆ ภิกษุอื่นต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก รับคำ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งเดิมไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้สั่งต่อและภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้รับสั่งนั้นไปแล้วกลับมาบอกอีกว่า ผมไม่อาจลักทรัพย์นั้นได้ ภิกษุผู้สั่งนั้นสั่งใหม่ว่าท่านสามารถเมื่อใด จงลักทรัพย์นั้นเมื่อนั้น ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ ต้องอาบัติปาราชิกทั้ง ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่งภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ แต่ไม่พูดให้ได้ยินดีว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้ลัก ลักทรัพย์นั้นมาได้ต้องอาบัติปาราชิก ๒ รูป ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่งภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ จึงพูดให้ได้ยินว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้ลักนั้นตอบว่า ท่านสั่งผมแล้วผมลักทรัพย์นั้นมาได้ ภิกษุผู้สั่งไม่ต้องอาบัติ ภิกษุผู้ลัก ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุสั่งภิกษุว่า ท่านจงลักทรัพย์ชื่อนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้สั่งนั้น ครั้นสั่งภิกษุนั้นแล้ว เกิดความร้อนใจ จึงพูดให้ได้ยินว่า อย่าลักเลย ภิกษุผู้รับสั่งนั้น รับคำว่าดีละ แล้วงดเสียไม่ต้องอาบัติทั้ง ๒ รูป.