อุภโตพัทธกจักร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๖๓ทุมูลกํ ติมูลกํ จตุมูลกํ ปญฺจมูลกํ ฉมูลกํ สตฺตมูลกํ อฏฺฐมูลกํ นวมูลกํ เอวเมว กาตพฺพํ ฯ อิทํ ทสมูลกํ ฯ
๔๖๔ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ สปริทณฺฑํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ปฏวาสินี จ โอทปตฺตกินี จ โอภตจุมฺพฏา จ ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
๔๖๕ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ (เอวํ อุภโตพทฺธกํ กาตพฺพํ ฯ) อิทํ สพฺพมูลกํ ฯ
๔๖๖ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ สปริทณฺฑญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ปฏวาสินี จ โอทปตฺตกินี จ โอภตจุมฺพฏา จ ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ อุภโตพทฺธกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๖๗ปุริสสฺส มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯเปฯ ปุริสสฺส ปิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯเปฯ ปุริสสฺส มาตาปิตโร ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯเปฯ ปุริสสฺส ภาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯเปฯ ปุริสสฺส ภคินี ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯเปฯ ปุริสสฺส ญาตกา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯเปฯ ปุริสสฺส โคตฺตา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯเปฯ ปุริสสฺส สหธมฺมิกา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯ (ปุริสสฺส เปยฺยาโล วิตฺถาเรตพฺโพ ฯ อุภโตพทฺธกํ ยถา ปุริมนเยน ตเถว วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ)
๔๖๘มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๖๙มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ โภควาสินี จ ฯ ธนกฺกีตา จ ปฏวาสินี จ ฯ ธนกฺกีตา จ โอทปตฺตกินี จ ฯ ธนกฺกีตา จ โอภตจุมฺพฏา จ ฯ ธนกฺกีตา จ ทาสี จ ภริยา จ ฯ ธนกฺกีตา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ฯ ธนกฺกีตา จ ธชาหฏา จ ฯ ธนกฺกีตา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๗๐มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ฯเปฯ ฉนฺทวาสินี จ มุหุตฺติกา จ ฯ ฉนฺทวาสินี จ ธนกฺกีตา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ มูลํ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๗๑มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา มุหุตฺติกา จ ธนกฺกีตา จ ฯเปฯ มุหุตฺติกา จ ธชาหฏา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ เอกมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ เอวํ ทุมูลกํปิ ยาวนวมูลกํ กาตพฺพํ ฯ อิทํ ทสมูลกํ ฯ
๔๗๒มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ปฏวาสินี จ โอทปตฺตกินี จ โอภตจุมฺพฏา จ ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
๔๗๓ปิตุรกฺขิตาย ปิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตาย มาตาปิตโร ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯ ภาตุรกฺขิตาย ภาตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ภคินีรกฺขิตาย ภคินี ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ญาติรกฺขิตาย ญาตกา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯ โคตฺตรกฺขิตาย โคตฺตา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯ ธมฺมรกฺขิตาย สหธมฺมิกา ภิกฺขุํ ปหิณนฺติ ฯ สารกฺขาย เยน ปริคฺคหิตา โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๗๔สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ ฯเปฯ ธนกฺกีตา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๗๕สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ฯเปฯ ฉนฺทวาสินี จ มุหุตฺติกา จ ฯ ฉนฺทวาสินี จ ธนกฺกีตา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ มูลํ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๗๖สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา มุหุตฺติกา จ ธนกฺกีตา จ ฯเปฯ มุหุตฺติกา จ ธชาหฏา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ เอกมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ เอวํ ทุมูลกํปิ ยาวนวมูลกํ กาตพฺพํ ฯ อิทํ ทสมูลกํ ฯ
๔๗๗สปริทณฺฑาย เยน ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหตุ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ปฏวาสินี จ โอทปตฺตกินี จ โอภตจุมฺพฏา จ ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
๔๗๘มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๗๙มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ ฯเปฯ ธนกฺกีตา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๘๐มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ฯเปฯ ฉนฺทวาสินี จ มุหุตฺติกา จ ฯ ฉนฺทวาสินี จ ธนกฺกีตา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ มูลํ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๘๑มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา มุหุตฺติกา จ ธนกฺกีตา จ ฯเปฯ มุหุตฺติกา จ ธชาหฏา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ เอกมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ทุมูลกาทีนิปิ เอวํ กาตพฺพานิ ฯ อิทํ ทสมูลกํ ฯ
๔๘๒มาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ปฏวาสินี จ โอทปตฺตกินี จ โอภตจุมฺพฏา จ ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
๔๘๓ปิตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ภาตุรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ภคินีรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ญาติรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ โคตฺตรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ ธมฺมรกฺขิตา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ สารกฺขา ภิกฺขุํ ปหิณติ ฯ สปริทณฺฑา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ สปริทณฺฑา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี ฯ โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา ฯ มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๘๔สปริทณฺฑา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตา จ ฉนฺทวาสินี จ ฯเปฯ ธนกฺกีตา จ มุหุตฺติกา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๘๕สปริทณฺฑา ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ พฺรูหิ โหมิ อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี จ โภควาสินี จ ฯเปฯ ฉนฺทวาสินี จ มุหุตฺติกา จ ฯ ฉนฺทวาสินี จ ธนกฺกีตา จาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ มูลํ สงฺขิตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อุภโตพัทธกจักร มีหญิงและภรรยารวมกันข้างละ ๑ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของมารดาว่า ‘ทราบว่า เธอจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๓} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ มีหญิงและภรรยารวมกันข้างละ ๒ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาว่า ‘ทราบว่า เธอ ทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจของชายชื่อนี้” ภิกษุรับ คำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส มีหญิงและภรรยารวมกันข้างละ ๓ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของมารดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดาบิดาว่า ‘ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ เป็น ภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ และภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส อุภโตพัทธกจักร พึงขยายตามแบบนี้ ต่อไปนี้เป็นสัพพมูลกนัย อุภโตพัทธกจักร มีหญิงและภรรยารวมกันข้างละ ๑๐ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของมารดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ใน ความปกครองของมารดาบิดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปก ครองของญาติ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล หญิงชื่อนี้ที่มีธรรม คุ้มครอง หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ‘ทราบว่า เธอทั้ง หลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะ สมบัติ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส เป็นภรรยาที่ถูก ปลงเทริด เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้าง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นเชลย เป็นภรรยาชั่วคราว ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส อุภโตพัทธกจักร จบ ปุริสเปยยาล มารดาของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ บิดาของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ มารดาบิดา ของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ พี่ชายน้องชายของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ พี่สาวน้องสาว ของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ พวกญาติของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ ตระกูลของชายขอ ร้องภิกษุ ฯลฯ ผู้ร่วมประพฤติธรรมของชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ ปุริสเปยยาลพึงขยายให้พิสดาร อุภโตพัทธกจักรพึงขยายให้พิสดารดุจนัยที่มีมาข้างต้นนั่นแล ปุริสเปยยาล จบ อิตถีเปยยาล นิกเขปบท
มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส ฯลฯ เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๕}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ มาตุรักขิตาจักร ขัณฑจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล
มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า“พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่เข้าพิธีสมรส ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่ถูกปลงเทริดฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอกกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ขัณฑจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล จบ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่๑
มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาชั่วคราว ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑ จบ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูลหมวดที่ ๒ - ๘ ย่อไว้แล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๖}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙
มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า“พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาชั่วคราวและเป็นภรรยาสินไถ่ ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวและภรรยาที่เป็นเชลยของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมาตุรักขิตาจักรมีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล จบ แม้ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมาตุรักขิตาจักรที่มีภรรยา ๒ คนเป็นมูลตลอดถึงขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมาตุรักขิตาจักรที่มีภรรยา ๙ คนเป็นมูลก็พึงขยายตามแบบนี้ ต่อไปนี้คือพัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล พัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล
มารดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้าเป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นเชลย และเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส มาตุรักขิตาจักร จบ ปิตุรักขิตาจักร - สปริทัณฑาจักร นิเขปบท บิดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาขอร้องภิกษุ ฯลฯ มารดาบิดาของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาขอร้องภิกษุ ฯลฯ พี่ชายน้องชาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ พี่สาวน้องสาวของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวขอร้องภิกษุ ฯลฯ ญาติของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติขอร้องภิกษุ ฯลฯ ตระกูลของหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลขอร้องภิกษุ ฯลฯ ผู้ร่วมประพฤติธรรมของหญิงที่มีธรรมคุ้มครองขอร้องภิกษุ ฯลฯ คู่หมั้นของหญิงที่มีคู่หมั้นขอร้องภิกษุ ฯลฯ พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ สปริทัณฑาจักร นิกเขปบท พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส ฯลฯ เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอกกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ ขัณฑจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล
พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้อง ภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ ฯลฯ เป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๘}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาชั่วคราว ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูลหมวดที่ ๑ จบ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูลหมวดที่ ๒ - ๘ ย่อไว้แล้วพัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙
พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาชั่วคราวและเป็นภรรยาสินไถ่ ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวและภรรยาที่เป็นเชลยของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาหนึ่งคนเป็นมูล จบ แม้ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักรที่มีภรรยา ๒ คนเป็นมูลตลอดถึงขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักรที่มีภรรยา ๙ คนเป็นมูลก็พึงขยายตามแบบนี้ ต่อไปนี้คือพัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล พัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล
พระราชาผู้ตรากฎหมายสำหรับหญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้อง ภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า หญิงนั้นขอเป็นภรรยาสินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด เป็นภรรยาที่เป็น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๖๙}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นเชลยและเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทัณฑฐปิตจักร จบ มาตุรักขิตาจักร นิกเขปบท หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอกกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรสฯลฯ เป็นภรรยาถูกปลงเทริด ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ ขัณฑจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล
หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณ เจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๗๐}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาชั่วคราว ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอกกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑ จบ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๒ - ๘ ย่อไว้แล้วพัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙ หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาชั่วคราวและเป็นภรรยาสินไถ่ ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวและภรรยาที่เป็นเชลยของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมาตุรักขิตาจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล จบ ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมาตุรักขิตาจักรที่มีภรรยา ๒ คนเป็นมูลเป็นต้นก็พึงขยายตามแบบนี้ ต่อไปนี้คือพัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล พัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คน เป็นมูล
หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาขอร้องภิกษุว่า “พระคุณ เจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๗๑}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ความพอใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นเชลย และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสสมาตุรักขิตาจักรอีกนัยหนึ่ง จบ นิกเขปบท หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่ยังอยู่ใน ความปกครองของมารดาบิดาขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่มีธรรมคุ้มครองขอร้องภิกษุฯลฯ หญิงที่มีคู่หมั้นขอร้องภิกษุ ฯลฯ หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า“พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส ฯลฯ เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้าง เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสสสปริทัณฑาจักร ขัณฑจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล
หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไป บอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่และภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ ฯลฯ เป็น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๗๒}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ภรรยาสินไถ่และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาชั่วคราว ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจและภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑ จบ พัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๒-๘ ย่อไว้แล้วพัทธจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙
หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาชั่วคราวและภรรยาสินไถ่ ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวและภรรยาที่เป็นเชลยของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักรที่มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล จบ ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักรที่มีภรรยา ๒ คนเป็นมูลเป็นต้นก็พึงขยายตามแบบนี้ ต่อไปนี้คือพัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล พัทธจักรที่มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล
หญิงที่มีกฎหมายคุ้มครองขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไป บอกชายชื่อนี้ว่า ดิฉันขอเป็นภรรยาสินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจ เป็น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๗๓}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรสเป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นเชลย และภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้”ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สปริทัณฑาจักรอีกนัยหนึ่ง จบ จักรเปยยาลทั้งมวล จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ศึกษาจากอรรถกถาที่มีก่อนหน้านี้. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕